ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
28 ตุลาคม พ.ศ. 2555 – 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า ภูมิ สาระผล
ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
18 มกราคม พ.ศ. 2555 – 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 – 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์
สมัยก่อนหน้า พล.ต.ท.ดร.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์
สมัยถัดไป รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 4 มิถุนายน พ.ศ. 2518 (39 ปี)
นครศรีธรรมราช ประเทศไทย
พรรคการเมือง เพื่อไทย
คู่สมรส สิริสกุล ใสยเกื้อ
ศาสนา พุทธ
ณัฐวุฒิ (คนขวา) บนรถปราศรัยของ นปก.

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (ชื่อเล่น: เต้น) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์, อดีตผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์พีทีวี, อดีตผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้, อดีตรองโฆษกพรรคไทยรักไทย

ประวัติ[แก้]

ณัฐวุฒิ เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนสุดท้อง ของสำเนา และปรียา ใสยเกื้อ[1] มีพี่ชายคือ เจตนันท์ ใสยเกื้อ (ชื่อเล่น: ต้น) ส่วนคุณปู่ชื่อ เปี่ยม ใสยเกื้อ และคุณตาชื่อ ชอบ นาคแก้ว

ณัฐวุฒิ จบการศึกษาระดับประถม ที่โรงเรียนวัดพระมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 2530 ระดับมัธยม ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2536 จากนั้น สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี นิเทศศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2541 ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชนสำหรับผู้บริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อปี พ.ศ. 2548

ชีวิตครอบครัว ณัฐวุฒิ สมรสกับ สิริสกุล ใสสะอาด (ชื่อเล่น: แก้ม) ซึ่งเป็นหลานสาวของ สุเทพ เทือกสุบรรณ[ต้องการอ้างอิง] มีบุตรชายหนึ่งคนคือ นปก (นะ-ปก) ซึ่งแปลว่า ฟ้าคุ้มครอง[2] และบุตรสาวอีกหนึ่งคนคือ ชาดอาภรณ์

วงการโทรทัศน์[แก้]

นักพูดและรายการสภาโจ๊ก[แก้]

ณัฐวุฒิเริ่มมีชื่อเสียงในวงการนักพูด ด้วยการเป็นนักโต้วาทีผู้แทนโรงเรียน จนเป็นแชมป์รายการโต้คารมมัธยมศึกษา ทางไทยทีวีสีช่อง 3 โดยในรอบรองชนะเลิศ พบกับทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งมีสุพจน์ พงษ์พรรณเจริญ (ชื่อเล่น: ทุเรียน) และสมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ (ชื่อเล่น: เสนาลิง) ร่วมแข่งขันด้วย ต่อมาจึงเริ่มต้นอาชีพนักพูด โดยเป็นนักอบรมการพูด กับบริษัท อดัมกรุ๊ป จำกัด ของอภิชาติ ดำดี จากนั้นก็ร่วมโต้วาทีในรายการทีวีวาที ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท.เป็นบางโอกาส และต่อมาเป็นดารา ประจำรายการสภาโจ๊ก และรัฐบานหุ่น ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี โดยเป็นเงาเสียงของไตรรงค์ สุวรรณคีรี

ผู้บริหารพีทีวี-ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2549 ณัฐวุฒิร่วมกับวีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ จักรภพ เพ็ญแข ก่อแก้ว พิกุลทอง และอุสมาน ลูกหยี ก่อตั้งบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด เพื่อดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี โดยเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีฯ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ร่วมดำเนินรายการ "เพื่อนพ้องน้องพี่ พีทีวีเพื่อประชาชน" ร่วมกับวีระ จตุพร และจักรภพด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ณัฐวุฒิเป็นผู้ร่วมดำเนินรายการความจริงวันนี้ ซึ่งผลิตโดย บจก.เพื่อนพ้องน้องพี่ และออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ร่วมกับวีระ และจตุพร แต่เมื่อรัฐบาลสมชาย มอบหมายให้ณัฐวุฒิ เข้าดำรงตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ก่อแก้ว พิกุลทองจึงเข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการแทน แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 แล้ว ณัฐวุฒิก็กลับมาดำเนินรายการอีกครั้ง จนต้องยุติการดำเนินรายการทางเอ็นบีที เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 รายการนี้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง ทางสถานีประชาธิปไตย (19 มกราคม-25 มีนาคม) และสถานีประชาชน (15 กรกฎาคม-12 มีนาคม พ.ศ. 2553) ตามลำดับ

ฝ่าวงล้อม ทางเอเชียอัปเดต[แก้]

หลังการประกันตัวจากข้อกล่าวหาก่อการร้าย ที่ได้รับจากช่วงการชุมนุมเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พ.ศ. 2553แล้ว ณัฐวุฒิเข้าเป็นผู้ดำเนินรายการ "ฝ่าวงล้อม" (30 มีนาคม-21 เมษายน) ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเชียอัปเดต จนกระทั่งมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เขาจึงยุติรายการนี้ เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ปีเดียวกัน

เข้าใจตรงกันนะ ทางพีซทีวี[แก้]

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ณัฐวุฒิเข้าเป็นผู้ร่วมดำเนินรายการ "เข้าใจตรงกันนะ" ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซ ทีวี โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557 ในทุกวันจันทร์--พฤหัสบดี เวลา 21:00-22:00 น.

การเมือง[แก้]

พรรคชาติพัฒนา[แก้]

ณัฐวุฒิเริ่มเล่นการเมือง โดยเข้าสังกัดพรรคชาติพัฒนา และลงสมัครรับเลือกตั้ง ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2544 จากการชักชวนของธีรศักดิ์ นาคแก้ว ผู้เป็นน้าชาย แต่ได้คะแนนเป็นอันดับสอง โดยพ่ายแพ้คู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์เพียง 4,000 เสียง

พรรคไทยรักไทย[แก้]

ต่อมา ณัฐวุฒิเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย โดยร่วมทีมปราศรัยล่วงหน้าของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะทำงานโฆษกพรรคไทยรักไทย ต่อมา พรรคคัดเลือกให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 และได้รับเลือกเป็น ส.ส.[ต้องการอ้างอิง] แต่เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายนขึ้นเสียก่อน

แกนนำ นปก.[แก้]

ณัฐวุฒิบนเวทีปราศรัย นปช.บริเวณแยกราชประสงค์

เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 ณัฐวุฒิ ร่วมกับวีระ มุสิกพงศ์ และจตุพร พรหมพันธุ์ เดินทางมาพบกันยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อแถลงข่าวต่อต้านการรัฐประหาร ต่อมาช่วงต้นปี พ.ศ. 2550 สถานีโทรทัศน์พีทีวีถูกปิดกั้นสัญญาณดาวเทียม จนไม่สามารถออกอากาศได้ ผู้บริหารและผู้จัดรายการจึงออกมาปราศรัยที่ท้องสนามหลวง จนกระทั่งร่วมกับหลายองค์กรประชาธิปไตยภาคประชาชน จัดตั้งขึ้นเป็นองค์กรหลักภายใต้ชื่อ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ในเวลาต่อมา โดยณัฐวุฒิเข้ารับตำแหน่งเป็นแกนนำคนหนึ่ง และขึ้นปราศรัยต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ มาโดยตลอด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี[แก้]

ราวกลางปี พ.ศ. 2550 ณัฐวุฒิเข้าสังกัดพรรคพลังประชาชน พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ 8 พื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่นำโดยสมัคร สุนทรเวช และหลังจากที่สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ณัฐวุฒิก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้

เลขาธิการและโฆษก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน[แก้]

หลังจากรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์สิ้นสุดลง นปก.จึงเปลี่ยนชื่อองค์กรใหม่เป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และเปลี่ยนชื่อย่อเป็น นปช. โดยณัฐวุฒิยังเป็นแกนนำอยู่ตามเดิม และหลังเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย เมษายน พ.ศ. 2552 ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งณัฐวุฒิถูกควบคุมตัว พร้อมกับวีระ มุสิกพงศ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ และแกนนำคนอื่นๆ ในข้อหาก่อการร้าย[ต้องการอ้างอิง]

พรรคเพื่อไทย[แก้]

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ณัฐวุฒิได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ในสังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็นที่คาดหมายว่าจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดูแลสื่อมวลชน)[3] แต่ในการแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม กลับไม่มีชื่อของณัฐวุฒิในตำแหน่งใดๆ

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 19[4]

รัฐมนตรี[แก้]

ณัฐวุฒิได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (2) เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555[5] แทนนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3)[6]

ข้อวิพากษ์วิจารณ์[แก้]

  • วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553 ชมรมคนนครศรีธรรมราช และสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช ดำเนินการล่ารายชื่อ เพื่อขอให้โรงเรียนลบชื่อณัฐวุฒิ ออกจากการเป็นศิษย์เก่า เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ไม่เห็นด้วยที่ณัฐวุฒิ เข้าร่วมเป็นแกนนำ นปช.[7]
  • วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553 ณัฐวุฒิกล่าวปราศรัยบนเวทีราชประสงค์ว่า หากทหารเข้ามาสลายการชุมนุม อาจทำให้ผู้ชุมนุมเกิดอาการตกใจ จนทรัพย์สินรอบบริเวณอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ กลุ่มตรงข้ามกับฝ่ายผู้ชุมนุม และการ์ตูนล้อการเมืองในเครือข่ายสังคม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า หากทหารเกิดอาการตกใจ ยิงผู้ที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายบ้าง จะเป็นอย่างไร[8]
  • วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 หลังจากเกิดเหตุความรุนแรงท่ามกลางการประท้วงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวว่า การที่ณัฐวุฒิแถลงว่า ขอให้ทหารหยุดยิง เพื่อให้ผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่ในพื้นที่รอบการชุมนุม สามารถกลับเข้าสู่การชุมนุมที่ราชประสงค์เพียงจุดเดียว ถือว่าณัฐวุฒิเป็นผู้ก่อการร้ายตัวใหญ่ ที่สั่งให้กลุ่มผู้ก่อการร้าย ออกไปสร้างความรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ โดยแกนนำไม่สามารถปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นได้[9]

ผลงานหนังสือ[แก้]

ชกข้ามรุ่น
  • ชกข้ามรุ่น

ผลงานเพลง[แก้]

  • รักสาวเสื้อแดง (แปลงมาจากเพลง รักสาวเสื้อลาย)
  • แดงเสรีชน
  • ขอบคุณ
  • เพื่อนตาย
  • โชห่วย โชว์สวย - กระทรวงพาณิชย์จัดทำเพลงและมิวสิกวิดีโอ โดยณัฐวุฒิเป็นผู้แต่งเนื้อร้อง จากนั้นมีผู้ท้วงติงว่า อาจละเมิดลิขสิทธิ์ทำนองเพลงของต่างประเทศ ต่อมาจึงลบออกจากยูทูบ
  • อภิวันท์ วิริยะชัย - เพลงพิเศษของสถานีโทรทัศน์พีซ ทีวี จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยและเชิดชู พันเอกอภิวันท์ วิริยะชัย หลังการเสียชีวิตของพันเอกอภิวันท์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2557 [10]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.thairath.co.th/people/view/pol/1555
  2. “ลูกไม้” ใต้ต้นการเมือง/คอลัมน์ ที่สุด จากเว็บไซต์มติชนออนไลน์
  3. ประมวลโผครม.ระลอกล่าสุด "บิ๊กอ๊อด" หลุดกห. "สันติ-สุเมธ" ชิงดำคมนาคม "ณัฐวุฒิ" มาแว้ว นั่งสำนักนายกฯ
  4. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2)
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 3)
  7. http://www.posttoday.com/กทม.-ภูมิภาค/ทั่วไทยทูเดย์/ปลายแหลมทอง/24158/ศิษย์เก่าเบญจมราชูทิศแถลงการณ์ขับไล่-ณัฐวุฒิ
  8. http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=24308
  9. http://news.mthai.com/politics-news/76694.html
  10. มิวสิกวีดีโอเพลง อภิวันท์ วิริยะชัย
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2551
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๘๓ ลำดับ ๑๙
  13. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  14. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถัดไป
ภูมิ สาระผล
ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
2leftarrow.png Lanchakon - 039.jpg
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
(27 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557)
2rightarrow.png -
พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 2leftarrow.png Emblem of MOAC, Thailand.png
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(18 มกราคม พ.ศ. 2555 - 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555)
2rightarrow.png ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร
พลตำรวจโท ดร.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ 2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(9 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png รองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร