จาตุรนต์ ฉายแสง (1 มกราคม พ.ศ. 2499 — ) อดีตรองนายกรัฐมนตรี[1] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
เคยได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารเอเชียวีคให้เป็น 1 ใน 20 ผู้นำชาติเอเชียที่มีบทบาทโดดเด่นในศตวรรษที่ 20
ประวัติ [แก้]
ภูมิหลังและการศึกษา [แก้]
เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2499 ที่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรคนโตของนายอนันต์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา และ อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี กับนางเฉลียว ฉายแสง
จาตุรนต์ เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ในจังหวัดบ้านเกิด จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย หลังจากนั้น ได้สอบเข้าเรียนต่อที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมทั้งทำกิจกรรมนักศึกษาไปด้วยจนได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และขณะที่ยังเรียนชั้นปีที่ 4 ได้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มีการกวาดล้างผู้นำนักศึกษา ทำให้เขาต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในป่าระยะหนึ่ง โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า "สหายสุภาพ" ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายจึงกลับเข้าเมืองและตัดสินใจไปศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาตรี และปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ที่บัฟฟาโล สหรัฐอเมริกา และได้รับทุน Teaching ของมหาวิทยาลัยอเมริกัน สหรัฐอเมริกา เรียนต่อระดับปริญญาเอก จนสอบประะมวลความรู้ (Comprehensive) แต่ไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์ เนื่องจากต้องกลับประเทศไทยเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2529 และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ครอบครัว [แก้]
จาตุรนต์ ฉายแสง สมรสกับ นางจิราภรณ์ ฉายแสง (สกุลเดิม "เปี่ยมกมล") อดีตเลขานุการหน้าห้อง ของนายพิศาล มูลศาสตร์สาทร ขณะดำรงตำแหน่งเป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยพิธีหมั้นระหว่างนายจาตุรนต์ กับ น.ส.จิราภรณ์ มีขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2546 ที่สยามสมาคม มี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย และมี นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง เป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิง โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธี
จาตุรนต์ มีชื่อจีนว่า หลิว หง อวี่ เมื่อเริ่มศึกษาภาษาจีน และปี พ.ศ. 2551 เขาได้ออกซีดีเพลงจีนที่เขาร้องเอง [2]
เส้นทางการเมือง [แก้]
จาตุรนต์ ก้าวเข้าสู่การเมืองครั้งแรกจากการชักชวนของผู้เป็นพ่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2529 ในนาม พรรคประชาธิปัตย์และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ฉะเชิงเทราสมัยแรก และสมัยที่ 2 ในปี 2531 ต่อมาได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ และได้รับการเลือกตั้งต่อเนื่องกันมาโดยตลอด จนกระทั่งในการเลือกตั้งปี 2544 จาตุรนต์ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อสังกัดพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งเกิดรัฐประหารในปี 2549
ภายหลังรัฐประหาร พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายจาตุรนต์ ได้เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรครักษาการแทน[3]
หลังตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักไทยด้วยมติเอกฉันท์ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 แล้ว ซึ่งก่อนมีคำตัดสิน นายจาตุรนต์ รักษาการหัวหน้าพรรค มีท่าทีว่าจะขอน้อมรับมติของศาล แต่หลังจากนั้นแล้ว นายจาตุรนต์ได้เดินทางไปที่ทำการพรรคและปราศรัยว่า เป็นการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม เป็นคำพิพากษาที่มาจากปากกระบอกปืน ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้าน คมช.[4][5]
ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง [แก้]
ตำแหน่งในพรรคการเมือง [แก้]
- ปี พ.ศ. 2535 - 2538 ดำรงตำแหน่ง โฆษกพรรคความหวังใหม่
- ปี พ.ศ. 2540 - 2542 ดำรงตำแหน่งเป็น รองเลขาธิการพรรคความหวังใหม่
- ปี พ.ศ. 2542 - 2544 ได้รับเลือกเป็น เลขาธิการพรรคความหวังใหม่
- ปี พ.ศ. 2544 ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค สังกัดพรรคไทยรักไทย
ตำแหน่งบริหาร [แก้]
- ปี พ.ศ. 2539 - 2540 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยเป็นการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรก ของนายจาตุรนต์ ฉายแสงในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
- ปี พ.ศ. 2544 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ปี พ.ศ. 2545
- เดือนมีนาคม 2545 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม[6]
- เดือนตุลาคม 2545 ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
- ปี พ.ศ. 2548
ตำแหน่งสำคัญอื่นๆ [แก้]
เกียรติรางวัลที่เคยได้รับ [แก้]
จากการทุ่มเททำงานและยึดมั่นในอุดมการณ์เพื่อส่วนรวม ทำให้เขาได้รับรางวัลยกย่องจากองค์กรต่างๆ มากมาย เช่น
- รางวัล "นักการเมืองมาตรฐานแห่งปี 2542” จากสมัชชา สสร.แห่งประเทศไทย
- นิตยสารเอเชียวีค (Asia Week) จัดให้เป็น 1 ใน 20 ผู้นำชาติในเอเชีย ที่มีบทบาทในศตวรรษที่ 20 เมื่อปี พ.ศ. 2542
- นิตยสารต่างประเทศยกย่องให้เป็น 1 ใน 4 ผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศไทยในปีเดียวกัน
- เป็นนักการเมืองคนที่ 4 ของประเทศไทยที่ได้รับเกียรติจากรัฐบาลออสเตรเลีย เชิญเป็นแขกของรัฐบาลในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และทำประโยชน์ในสังคม เมื่อปี 2543
- รางวัล “ลี กวน ยิว” จากประเทศสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งนับเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้ (คนแรกคือ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ในปี 2538)
- The Asian Forum of Parliamentarians on Population and Development (AFPPD) มอบโล่เกียรติคุณในฐานะผู้ประสานการประชุมร่วมรัฐสภาอาเซียนกับองค์การสหประชาชาติ เมื่อปี 2546
- รางวัล "บุคคลผู้มีอิทธิพลต่อสังคมไทย" (Thailand key's maker) ปี พ.ศ. 2546 จากการโหวตของประชาชนผ่านคลื่น 101 News Channel ด้วยผลงานการจัดระเบียบโฆษณาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ เมื่อปี 2547
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]
อ้างอิง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|
|
|
เสนาบดีกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2435 - พ.ศ. 2475)
|
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2475 - พ.ศ. 2484)
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2485 - ปัจจุบัน)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| หัวหน้าพรรค |
|
|
| เลขาธิการพรรค |
|
|
|
|
|
| หัวหน้าพรรค |
|
|
|
| เลขาธิการพรรค |
|
|
|
|
|
| แกนนำหลัก |
|
|
|
| อดีตแกนนำ |
|
|
| กลุ่มแนวร่วม |
|
|
ผู้เป็นแนวร่วม
ที่มีชื่อเสียง |
|
การเมือง
|
|
|
|
ศิลปินดารา
|
|
|
|
สื่อมวลชน
|
|
|
|
ทหาร/ตำรวจ
|
|
|
|
นักธุรกิจ
|
|
|
|
นักวิชาการ
|
|
|
|
อื่นๆ
|
|
|
|
อดีตแนวร่วม
|
|
|
|
|
สื่อ
|
|
|
| เหตุการณ์สำคัญ |
|
|
|
|
|
|
|
|
| พิธีกร |
|
|
บุคคลอื่น
ที่เกี่ยวข้อง |
|
|
| ดูเพิ่ม |
|
|
|
ตัวเอียง คือผู้ที่เป็นพิธีกรแทนหรือพิธีกรรับเชิญ
|
|