ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 หลังนายสมชายพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนเป็นเวลา 5 ปี ด้วยคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551
[แก้] ประวัติ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มีชื่อเล่นว่า "จิ้น" คนในสภานิยมเรียก "พี่แก่" หรือ "พี่จิ้น เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2479 (75 ปี) สมรสกับนางทัศนีย์ ชาญวีรกูล (นามสกุลเดิม "เฮ่กล้วย") มีบุตร 3 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล และนางสาวอนิลรัตน์ ชาญวีรกูล
นายชวรัตน์ จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐร่วมเอกชน และได้ร่วมอบรมหลักสูตร Chairman 2000 รุ่นที่ 3/2001 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) อีกทั้งอบรมหลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 17/2004 สมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)
[แก้] การทำงาน
นายชวรัตน์ เริ่มทำงานในสายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2510 ได้ก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทขึ้น ใช้ชื่อว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (STECON) ก่อนจะรับงานสัมปทานระดับ "เมกะโปรเจกต์" ของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ พ.ศ. 2537 ผลงานที่สร้างชื่อ เช่น งานก่อสร้างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ 12,260 ล้านบาท, ก่อสร้างโรงไฟฟ้าราชบุรี วงเงิน 4,325 ล้านบาท, งานโรงงานไฟฟ้าแก่งคอย 2,534 ล้านบาท, การก่อสร้างโรงงานไฟฟ้ากรุงเทพใต้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 2,360 ล้านบาท
นายชวรัตน์และบริษัทซิโน-ไทยมีข้อครหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตมาโดยตลอด ทั้งในการเอื้อประโยชน์ในโครงการมูลค่าหลักพันล้านให้กับธุรกิจ ตลอดไปจนถึงในขณะที่ดำรงตำแหน่ง รมว. มหาดไทย ซึ่งถูกวิจารณ์เรื่องความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินสารพัดโครงการ มีการแต่งตั้งโยกย้ายที่ถูกร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรมมากที่สุด ทำลายสถิติเรื่องการมีว่าที่ปลัดกระทรวงมากที่สุด [1] [2] [3]
[แก้] การดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มีสายสัมพันธ์ทางการเมืองมาเป็นระยะเวลานาน เคยผลักดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล บุตรชายเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และตนเองเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในปี พ.ศ. 2539 สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โควตาพรรคชาติพัฒนา, ปี พ.ศ. 2551 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ในโควต้าของกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และตำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข[4] ตามโควต้าของนายอนุทิน ชาญวีรกูล บุตรชายซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี หลังจากที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง [5]
ต่อมาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ[6] แต่จากการรับตำแหน่งดังกล่าวทำให้สื่อมวลชนตั้งฉายาให้นายชวรัตน์ว่า "เสืออิ่ม สิงห์โอด" เนื่องจากปัญหาการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม การทุจริต และการซื้อขายตำแหน่ง[7] ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- พ.ศ. 2524 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
- พ.ศ. 2535 ช้างเผือก ชั้นที่ 3 ตริตราภรณ์
- พ.ศ. 2534 มงกุฎไทย ชั้นที่ 3 ตริตราภรณ์
- พ.ศ. 2538 มงกุฎไทย ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์
- พ.ศ. 2539 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
- พ.ศ. 2547 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
- พ.ศ. 2540 มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
- พ.ศ. 2550 Member of the Most Excellent Order of the British Empire (MBE)
- พ.ศ. 2533 ORDRE DELA COURONNE-ROYAUME DE BELGIQUE
[แก้] อ้างอิง