อนุทิน ชาญวีรกูล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2548
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า ธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์
คำรณ ณ ลำพูน
เดชา สุขารมณ์
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
สมัยถัดไป มรกต กรเกษม
วัลลภ ไทยเหนือ
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
14 ตุลาคม พ.ศ. 2555
สมัยก่อนหน้า ชวรัตน์ ชาญวีรกุล
บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ (รักษาการ)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 กันยายน พ.ศ. 2509 (46 ปี)
พรรคการเมือง ภูมิใจไทย
ชาติพัฒนา
ไทยรักไทย
คู่สมรส นางสนองนุช ชาญวีรกูล
ศาสนา พุทธ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข[1] เป็นนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกยุบในปี พ.ศ. 2549

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 (46 ปี) มีชื่อเล่นว่า "หนู" เป็นบุตรของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Hoftra ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2532

ชีวิตส่วนตัว นายอนุทินมีชื่อที่เรียกเล่น ๆ จากสื่อมวลชนว่า "เสี่ยหนู" สมรสกับนางสนองนุช ชาญวีรกูล มีบุตร 2 คน มีความชื่นชอบส่วนตัวคือ สะสมพระเครื่อง

การทำงาน[แก้]

นายอนุทิน ชาญวีรกุล เคยทำงานในตำแหน่งวิศวกรในบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมทั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดา ซึ่งเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมืองหลายพรรค เช่น พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยรักไทย พรรคภูมิใจไทย กระทั่งในปี พ.ศ. 2539 จึงเข้าสู่วงการการเมืองโดยการรับตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ประจวบ ไชยสาส์น) และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2548) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ศ. 2547) ต่อมาถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

นายอนุทิน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในปี พ.ศ. 2555 หลังจากพ้นกำหนดการตัดสิทธิทางการเมือง และได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]