ยงยุทธ ติยะไพรัช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นายยงยุทธ ติยะไพรัช
ประธานรัฐสภา และ
ประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย
ดำรงตำแหน่ง
23 มกราคม พ.ศ. 2551 – 30 เมษายน พ.ศ. 2551
สมัยก่อนหน้า นายมีชัย ฤชุพันธุ์
สมัยถัดไป นายชัย ชิดชอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า นายสุวิทย์ คุณกิตติ
สมัยถัดไป นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 เมษายน พ.ศ. 2504 (50 ปี)
จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย
พรรคการเมือง พลังประชาชน
ศาสนา พุทธ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช (3 เมษายน พ.ศ. 2504 — ) อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เนื้อหา

[แก้] ประวัติการศึกษา

นายยงยุทธ ติยะไพรัช สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ระดับปริญญาตรีคณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2526 (รุ่นเดียวกับ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2536

ปัจจุบัน เข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขา Urban Environmental Management ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย[1]

[แก้] เส้นทางการเมือง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ก้าวเข้าสู่ถนนการเมือง ลงสมัคร ส.ส.จนได้รับการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2538 ในสังกัดพรรคเอกภาพ โดยการช่วยเหลือของ ดร.ฉัฐวัสส์ มุตตามระ อดีต ส.ส.เชียงราย นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษ์ และนายบัวสอน ประชามอญ ที่มาอยู่พรรคไทยรักไทยด้วยกัน กระทั่งการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2539 นายยงยุทธเข้าสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ได้รับตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะย้ายมาลงในนามพรรคไทยรักไทย เมื่อปี พ.ศ. 2544 และได้รับการเลือกตั้ง และได้รับตำแหน่งทางการเมือง เริ่มต้นจาก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม[2]

[แก้] ฉายา ยุทธ ตู้เย็น

ภาพข่าวนายนิสสัย ศตะกูรมะ กับตู้เย็นที่ถูกยิงจนพรุน

ฉายายุทธ ตู้เย็น ได้มาจากกรณีของครอบครัวศตะกูรมะ เมื่อ พ.ศ. 2547 ในปฏิบัติการสนองนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม 2547 ตำรวจคอมมานโด นำโดย พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ ผู้บังคับการกองปราบปราม นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านของนายนิสสัย ศตะกูรมะ อายุ 70 ปี และนางอุดม ศตะกูรมะ อายุ 67 ปี ที่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร พระนครศรีอยุธยา และเปิดฉากยิงถล่ม โดยได้ข้อมูลจากนายยงยุทธ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่าบ้านหลังนี้เป็นแหล่งผลิตและค้ายาบ้า โดยนายยงยุทธ ได้ข้อมูลจากตู้ ปณ.ร้องทุกข์นายกรัฐมนตรี [3]

ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่สภาพบ้านเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะตู้เย็นในบ้านมีรูกระสุนกว่า 50 นัด นายนิสสัย และนางอุดม ศตะกูรมะ ซึ่งอยู่บนบ้านเพียงสองคนในวันนั้นถูกคุมตัว ใช้ปืนเอ็ม 16 จ่อศีรษะนานหลายชั่วโมงจนถึงเช้า [4] ทางตำรวจแถลงในภายหลังว่าได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด และยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด โดยนำตู้เย็นใบนั้นกลับไปด้วย อ้างว่าจะซื้อให้ใหม่ ต่อมาทางครอบครัวศตะกูรมะได้ติดต่อขอคืน เพื่อนำมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

นางอุดม ศตะกูรมะ กับตู้เย็นที่ถูกยิงจนพรุน

ในวันต่อมา บุตรชายคนสุดท้องของนายนิสสัยและนางอุดม ซึ่งต้องคดีอาญา และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ และกำลังจะได้รับการปล่อยตัว กลับเสียชีวิตอย่างปริศนาในห้องขัง แพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า "ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากพยาธิสภาพปอด และตับ" รายงานผลการตรวจโดยห้องปฏิบัติการระบุว่า พบสตริกนิน (Strychnine) ในกระเพาะอาหาร ต่อมาสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่าเกิดความผิดพลาดในการพิมพ์ผลการตรวจ โดยเจ้าหน้าที่ธุรการพิมพ์ตกคำว่า "ไม่" ในรายงาน และนายแพทย์ผู้ตรวจก็เซ็นรับรองไปโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด [5][6][7]

ภายหลังเหตุการณ์นี้ สื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้นายยงยุทธ ว่า "ยุทธ ตู้เย็น" หลังเกิดเหตุนางอุดม ศตะกูรมะ ในฐานะผู้เสียหายได้ฟ้องนายยงยุทธ ติยะไพรัชและพวกต่อศาลอาญา พระนครศรีอยุทธยา และได้ถอนคำร้องในเวลาต่อมา

[แก้] เรื่องที่ถูกวิพากษ์ วิจารณ์

เข้ารายงานตัวหลังรัฐประหาร
  • เบื้องหลังใบแดง แจกเงินกำนัน 20000บาท

[แก้] การดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราฎร นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรองประธานคนที่ 1 พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย เป็นรองประธาน คนที่ 2 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ[9]

แต่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกันนั้น ที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คนได้มีมติให้ใบแดงแก่นายยุงยุทธ ด้วยเสียง 3:1 (อีกหนึ่งเสียงที่หายไปคือนางสดศรี สัตยธรรม ซึ่งงดออกเสียง) เนื่องจากเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550

หลังจากนั้นไม่นาน นายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้แถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ

ขณะทำหน้าที่ประธานสภาฯ

[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • มหาวชิรมงกุฎ
  • มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

[แก้] อ้างอิง

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

สมัยก่อนหน้า ยงยุทธ ติยะไพรัช สมัยถัดไป
มีชัย ฤชุพันธุ์ 2leftarrow.png Seal of the National Assembly of Thailand.png
ประธานรัฐสภา
(23 มกราคม พ.ศ. 255130 เมษายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png ชัย ชิดชอบ
มีชัย ฤชุพันธุ์ 2leftarrow.png Seal of the National Assembly of Thailand.png
ประธานสภาผู้แทนราษฏร
(23 มกราคม พ.ศ. 255130 เมษายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png ชัย ชิดชอบ
สุวิทย์ คุณกิตติ 2leftarrow.png ตรากระทรวงทรัพยากร.jpg
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(11 มีนาคม พ.ศ. 254819 กันยายน พ.ศ. 2549)
2rightarrow.png เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
นายอรรคพล สรสุชาติ 2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
(17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2545)
2rightarrow.png นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ