ดร.ประวิช รัตนเพียร (11 มิถุนายน พ.ศ. 2499) ผู้ตรวจการแผ่นดิน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีต ผู้แทนการค้าไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คนที่ 25 และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
[แก้] ครอบครัว
ประวิช รัตนเพียร เป็นบุตรของ นายประชุม รัตนเพียร กับนางวิจิตรา รัตนเพียร มีพี่น้องจำนวน 4 คน คือ ดร.ประวิช รัตนเพียร ,ดร.ประเวช รัตนเพียร,ดร.วาชิต รัตนเพียร และดร.วิชุดา รัตนเพียร สมรสกับนางพัชราภรณ์ รัตนเพียร มีบุตร-ธิดา จำนวน 4 คน ได้แก่ นายพิชญ์ รัตนเพียร นายปริน รัตนเพียร นางสาววิชภรณ์ รัตนเพียร และนางสาวปรินดา รัตนเพียร
[แก้] การศึกษา
ประวิช รัตนเพียร เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษา ถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ต่อจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 26 (พ.ศ. 2519) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2522 และปริญญาเอกทางด้านการอุดมศึกษา ในปี พ.ศ. 2525 จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตต และยังสำเร็จการศึกษาหลังปริญญาเอก (Postdoctoral Research Associate) จากมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกันนี้ด้วย
[แก้] การทำงาน
[แก้] การศึกษาพิเศษ
- สำเร็จวิชาทหารชั้นปีที่ 5 กรมการรักษาดินแดน ฝึกอบรมแต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตรี กองทัพบก
- ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วปอ. 2546
- ผ่านการอบรมหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) จัดโดย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
[แก้] การทำงาน
ประวิช รัตนเพียร เข้าสู่งานการเมืองโดยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2531 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) ในปี พ.ศ. 2537 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยที่ 2 ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2539 เป็น ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา สังกัดพรรคชาติพัฒนา และเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (ประจำนายกร ทัพพะรังสี) และในปี พ.ศ. 2541 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีผลงานเด่นในด้านต่างๆ เช่น การผลักดันตราสัญลักษณ์ไทย (Thailand Brand) มาตรการส่งเสริมการเปิดตลาดใหม่ มาตราการส่งเสริมธุรกิจบริการ
ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครราชสีมา และในปี พ.ศ. 2547 ได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกรัฐสภา 138 ประเทศ ให้เป็นกรรมการบริหารสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ (Inter Parliamentary Union – IPU) และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้แทนการค้าไทย และในปี พ.ศ. 2548 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี[1]
ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน[2]
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- พ.ศ. 2539 - ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
- พ.ศ. 2540 - ประถมาภรณ์ช้างเผือก
- พ.ศ. 2541 - มหาวชิรมงกุฎ
- พ.ศ. 2542 - มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
[แก้] อ้างอิง