ดนุพร ปุณณกันต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดนุพร ปุณณกันต์
Brook danuporn 1.jpg
ชื่อเกิด ดนุพร ปุณณกันต์
ชื่อเล่น บรู๊ค
เกิด 3 กันยายน พ.ศ. 2514 (43 ปี)
สหรัฐอเมริกา
คู่สมรส สุวนันท์ ปุณณกันต์ (คงยิ่ง เดิม)
อาชีพ นักแสดง, พิธีกร, นักการเมือง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2541 - 2548
พรรคเพื่อไทย/ ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)

นายดนุพร ปุณณกันต์ (เกิด 3 กันยายน พ.ศ. 2514) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ[1] และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย[2] กรรมการผู้จัดการบริษัททูทเวนตี้ทรี จำกัด เป็นอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีใน ครม.ทักษิณ 2 อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นอดีตนักแสดงที่มีชื่อเสียง

ประวัติ[แก้]

นายดนุพร ปุณณกันต์ มีชื่อเล่นว่า บรู๊ค เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2514 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา[3] เป็นบุตรของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เหลือพร และนางดาริกา ปุณณกันต์ เป็นหลานชายของ พลเอกพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง นอกจากนี้นายดนุพรยังเป็นน้องชายของ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552 นายดนุพรได้เข้าพิธีสมรสกับ นางสาวสุวนันท์ คงยิ่ง (กบ) หลังจากที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปี และปัจจุบันมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน คือ ณดา - ปุณณดา ปุณณกันต์ คลอดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2554 ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เวลา 8 โมงเช้า ด้วยน้ำหนักตัว 3020 กรัม

นายดนุพร จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบปริญญาตรี และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์สาขาการปกครอง จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จบปริญญาตรีใบที่ 2 จากมหาวิทยาลัยแอนติออก เมืองซีแอตเติล และจบปริญญาโทใบที่ 2 สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซีแอตเติล

วงการบันเทิง[แก้]

เป็นนักแสดงในสังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ตั้งแต่ปี 2541 - 2548 (เป็นเวลา 8 ปี) ละครเรื่องแรก ลูกตาลลอยแก้ว ปี พ.ศ. 2541 แล้วเรื่องสุดท้ายทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 คือเรื่อง พยัคฆ์ร้ายหัวใจจิ๋ว ปี พ.ศ. 2548 ปัจจุบันเป็นนักการเมืองแล้ว

งานการเมือง[แก้]

นายดนุพร เริ่มงานการเมืองด้วยการเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นการทำงานการเมืองคนละขั้วกับพี่ชาย (นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์) แต่ก็ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นตำแหน่งแรกในทางการเมือง ต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2548 ในเขตสาธรและยานนาวา กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับเลือก โดยแพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2548 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

การเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน (พรรคประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน) ได้ประกาศบอยคอตไม่ลงเลือกตั้ง โดยนายดนุพรได้รับเลือกด้วยคะแนนมากกว่าร้อยละ 20 แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549 แต่ต้องยกเลิกไปเนื่องจากเกิดการรัฐประหาร

ภายหลังจากการยุบพรรคไทยรักไทย นายดนุพร ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งใน เขต 7 กรุงเทพมหานคร (บางกะปิ, สะพานสูง, มีนบุรี และ ลาดกระบัง) ในนามพรรคพลังประชาชน และได้รับเลือกเป็นอันดับที่ 1 ของเขตเลือกตั้ง นอกจากนี้นายดนุพรยังได้ดำรงตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน ร่วมกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรคคนละ 5 ปี รวม 109 คน (พรรคพลังประชาชน 37 คน,พรรคมัชฌิมาธิปไตย 29 คน และพรรคชาติไทย 43 คน) นายดนุพร จึงย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษกคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านอีกด้วย

และในการเลือกตั้งปี 2554 นี้ นายดนุพร ได้ย้ายมาลงสมัครในแบบบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 62 ของพรรคเพื่อไทย[4] โดยไม่ได้รับเลือก แต่เนื่องจากนายบัณฑูร สุภัควณิช ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากไปเป็นข้าราชการการเมือง เลยส่งผลให้นายดนุพร ได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเพื่อไทย[5] ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้นายดนุพร ได้หาเสียงเพื่อช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เรียกร้องว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงลำดับ 1 แล้วไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ขอให้ลุกขึ้นมาสวมเสื้อแดงแล้วไปราชประสงค์กันอีกรอบ และเรียกร้องว่าทำไมกรณี 91 ศพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจึงไม่รับผิดชอบ[6]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 87[7]

ผลงานการเมือง[แก้]

  • รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (รัฐบาลทักษิณ 2) (15 มีนาคม 2548 - 19 กันยายน 2549)
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (2551 - 2554)
  • โฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร (2551 - 2554)
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (2554 - ปัจจุบัน)
  • โฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (5 ตุลาคม 2554 - ปัจจุบัน)

ผลงานแสดง[แก้]

ผลงานละครโทรทัศน์[แก้]

พ.ศ. ละคร ทางสถานี
2541 ลูกตาลลอยแก้ว ช่อง 7
อีสา-รวีช่วงโชติ ช่อง 7
สวรรค์เบี่ยง ช่อง 7
2542 ตั้งไข่ล้ม พรหมไม่ลิขิต ช่อง 7
2543 รากนครา ช่อง 7
หัวใจสองภาค ช่อง 7
2544 เงาใจ ช่อง 7
2545 คำมั่นสัญญา ช่อง 7
บอดี้การ์ดสาว ช่อง 7
นางมาร ช่อง 7
ดาวพระศุกร์ ช่อง 7
2546 เหยี่ยวสาวมือใหม่ ช่อง 7
พรพรหมอลเวง ช่อง 7
2547 สะใภ้ซ่าส์ แม่ย่าเฮี้ยน ช่อง 7
หลังคาแดง ช่อง 7
ฟ้าใหม่ ช่อง 7
7 พระกาฬ ช่อง 7
กลับบ้านเรานะ..รักรออยู่ ช่อง 7
2548 พยัคฆ์ร้ายหัวใจจิ๋ว ช่อง 7

ผลงานพิธีกร[แก้]

  • รายการ I-STYLE
  • รายการเวลาพารวย (พ.ศ. 2543)
  • รายการทำจริงไม่จน (พ.ศ. 2549 - 2550)
  • รายการ 07 โชว์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา
  2. 'จารุพงษ์'ผงาดนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
  3. ประวัติจากไทยรัฐ
  4. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  5. 2 ดารา พท. เตรียมขึ้น ส.ส. หลัง "ชัจจ์-บัณฑูร" ลาออก
  6. http://www.suthichaiyoon.com/detail/11224
  7. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2551
  9. [1]
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๓๘

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]