พินิจ จารุสมบัติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พินิจ จารุสมบัติ
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
6 ตุลาคม พ.ศ. 2547 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2548
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร
หัวหน้าพรรคเสรีธรรม
ดำรงตำแหน่ง
29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 15 กันยายน พ.ศ. 2543
สมัยก่อนหน้า ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์
สุเมธ พรมพันห่าว (รักษาการ)
สมัยถัดไป ประจวบ ไชยสาส์น
นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
14 สิงหาคม พ.ศ. 2552[1]
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 ตุลาคม พ.ศ. 2494 (62 ปี)
จังหวัดฉะเชิงเทรา
พรรคการเมือง ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
ศาสนา พุทธ

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคเสรีธรรม เคยร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า สหายพนัส ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่มวังพญานาค พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

ประวัติ[แก้]

นายพินิจ จารุสมบัติ เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2494 (62 ปี) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เรียนชั้นประถมที่ "โรงเรียนวัดกระทุ่ม" อ.บ้านโพธิ์ แถวบ้าน พอชั้นมัธยมจึงย้ายไปที่ "เซนต์หลุยส์" โรงเรียนในตัวเมืองแปดริ้ว สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ในปี พ.ศ. 2515 ระหว่างกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ร่วมจัดตั้งกลุ่มพระร่วง และได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ได้ทำหน้าที่บริหารงานเพียง 15 วัน ก็ได้รับคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากกระทำการอันไม่เหมาะสม คือ การทำหนังสือขอความเป็นธรรมให้อาจารย์ที่ถูกสั่งให้ออก

ในเหตุการณ์ 14 ตุลา นายพินิจ จารุสมบัติ ได้รับการเลือกตั้งเป็น รองเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ฝ่ายการเมือง มีบทบาทในการเปิดโปงกรณีถีบลงเขาเผาลงถังแดง และเหมืองเท็มโก้ ระหว่างปี พ.ศ. 2517 - 2518

การเมือง[แก้]

นายพินิจ จารุสมบัติ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ. 2535 สังกัดพรรคสามัคคีธรรม ต่อมาภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จึงได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งพรรคเสรีธรรม ร่วมกับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายพินิจ จารุสมบัติ ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเสรีธรรม ในระหว่างปี พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2543 หลังจากนั้นจึงย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2544 และได้รับตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ในการทำงานการเมืองยังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม[2] กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรองนายกรัฐมนตรี[3] ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[4]

หลังการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง[แก้]

ในการจัดตั้งของรัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 นายพินิจ จารุสมบัติ เป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการนำสมาชิกในกลุ่มวังพญานาค พรรคเพื่อแผ่นดิน ให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นหนึ่งในสามบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ ในนาม "3พี" (ไพโรจน์ สุวรรณฉวี พินิจ จารุสมบัติ และปรีชา เลาหพงศ์ชนะ) [5] กระทั่งในปี พ.ศ. 2554 จึงได้เข้าร่วมกับสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในการสนับสนุนพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.thaizhong.org/index.php?option=com_content&view=article&id=229&Itemid=29
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๙ ราย)
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
  4. เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!
  5. อนาคต “ 3 พี” ... สลาย “พผ.” เข้าร่วมรัฐบาล !!!
  6. “เพื่อแผ่นดิน” จับมือ “รวมชาติพัฒนา” ภายใต้ชื่อ “พรรครวมชาติเพื่อแผ่นดิน”
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย)เล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๙ หน้า ๑
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๒๓๘ ราย)
ก่อนหน้า พินิจ จารุสมบัติ ถัดไป
สนธยา คุณปลื้ม 2leftarrow.png Science.png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ครม.54)
(7 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546)
2rightarrow.png พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร
สุเมธ พรมพันห่าว
(รักษาการ)
2leftarrow.png LIP Logo.jpg
หัวหน้าพรรคเสรีธรรม
(29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 15 กันยายน พ.ศ. 2543)
2rightarrow.png ประจวบ ไชยสาส์น