นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคเสรีธรรม เคยร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 โดยใช้ชื่อจัดตั้งว่า สหายพนัส ปัจจุบันเป็นแกนนำกลุ่มวังพญานาค พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
ประวัติ [แก้]
นายพินิจ จารุสมบัติ เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2494 (61 ปี) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เรียนชั้นประถมที่ "โรงเรียนวัดกระทุ่ม" อ.บ้านโพธิ์ แถวบ้าน พอชั้นมัธยมจึงย้ายไปที่ "เซนต์หลุยส์" โรงเรียนในตัวเมืองแปดริ้ว สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ในปี พ.ศ. 2515 ระหว่างกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ร่วมจัดตั้งกลุ่มพระร่วง และได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ได้ทำหน้าที่บริหารงานเพียง 15 วัน ก็ได้รับคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากกระทำการอันไม่เหมาะสม คือ การทำหนังสือขอความเป็นธรรมให้อาจารย์ที่ถูกสั่งให้ออก
ในเหตุการณ์ 14 ตุลา นายพินิจ จารุสมบัติ ได้รับการเลือกตั้งเป็น รองเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ฝ่ายการเมือง มีบทบาทในการเปิดโปงกรณีถีบลงเขาเผาลงถังแดง และเหมืองเท็มโก้ ระหว่างปี พ.ศ. 2517 - 2518
การเมือง [แก้]
นายพินิจ จารุสมบัติ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ. 2535 สังกัดพรรคสามัคคีธรรม ต่อมาภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จึงได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งพรรคเสรีธรรม ร่วมกับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายพินิจ จารุสมบัติ ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเสรีธรรม ในระหว่างปี พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2543 หลังจากนั้นจึงย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2544 และได้รับตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
ในการทำงานการเมืองยังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรองนายกรัฐมนตรี[2] ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[3]
หลังการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง [แก้]
ในการจัดตั้งของรัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 นายพินิจ จารุสมบัติ เป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการนำสมาชิกในกลุ่มวังพญานาค พรรคเพื่อแผ่นดิน ให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นหนึ่งในสามบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ ในนาม "3พี" (ไพโรจน์ สุวรรณฉวี พินิจ จารุสมบัติ และปรีชา เลาหพงศ์ชนะ) [4] กระทั่งในปี พ.ศ. 2554 จึงได้เข้าร่วมกับสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ในการสนับสนุนพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน[5]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]
อ้างอิง [แก้]
|
|
|
| หัวหน้าพรรค |
|
|
|
| เลขาธิการพรรค |
|
|