เมืองไทยรายสัปดาห์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมืองไทยรายสัปดาห์ เป็นรายการวิเคราะห์ประเด็นข่าวรอบสัปดาห์ ดำเนินรายการโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และนางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ เริ่มออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2546 ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ทีวี ต่อมา กลางเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 ได้ถูกระงับจากทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ด้วยเหตุผลที่ว่า ผู้ดำเนินรายการได้วิจารณ์รัฐบาล โดยโยงไปถึงสถาบันเบื้องสูง[ต้องการแหล่งอ้างอิง] โดยผู้ผลิตได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร และได้เปลี่ยนชื่อรายการอีกครั้ง เป็น เมืองไทยรายสัปดาห์ คอนเสิร์ตการเมือง ซึ่งเป็นการจัดรายการนอกสถานที่ มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV NEWS1 และผ่านทางอินเทอร์เน็ต
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
รายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์" ได้เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 4 เมษายน พ.ศ. 2546 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ เวลา 21.00 - 22.00 น. ในระยะแรก โดยลักษณะแรก จะเป็นการออกอากาศเสนอเรื่องราวการสนทนา การแพร่ข้อมูลสถานการณ์ต่าง ๆ และมีการพูดคุยเรื่องราว ที่เกี่ยวกับสาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทย โดยในอดีต รายการจะเสนอในแนววาไรตี้มากกว่า ต่อมา ในวันที่ 4 กรกฎาคม ในปีเดียวกัน ทางรายการได้เปลี่ยนลักษณะรายการ มาเป็นการสนทนาในด้านการเมืองส่วนใหญ่ โดยยังคงออกอากาศทุกวันศุกร์เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนไปออกอากาศในเวลา 22.05-23.00 น. ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา โดยได้ออกรายการครั้งสุดท้ายเมื่อ 9 กันยายน พ.ศ. 2548 และหลังจากนั้นทาง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้สั่งให้ระงับรายการนับแต่นั้นมา
รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ผลิตโดย บริษัท ไทยเดย์ ดอตคอม จำกัด บริษัทในเครือ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ภายหลังจากที่ถูกยกเลิก ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2548 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร" โดยได้จัดทำนอกสถานที่ โดยออกอากาศทุกวันศุกร์เวลา 18.00 - 20.30 น. ในครั้งแรก ๆ จัดขึ้นที่ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในครั้งหลังต่อมา ย้ายสถานที่ไปจัดที่ ลุมพินีสถาน เวทีลีลาศ สวนลุมพินี นอกจากนี้ ยังมีการจัดโทรทัศน์ให้ประชาชนได้ชมการถ่ายทอดสดรายการ ตามศูนย์ข่าว หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ประจำจังหวัดต่างๆ โดยสามารถชมผ่านทาง สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่อง ASTV NEWS1 หรือรับฟังได้ทางวิทยุ หรือทางอินเทอร์เน็ต
และต่อมา รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “เมืองไทยรายสัปดาห์คอนเสิร์ตการเมือง” ซึ่งยังคงเสนอข่าวในแง่เดิม แต่ได้เพิ่มรายการข่าวของ อัญชลี ไพรีรัก และยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที รายการ “รู้ทัน...ทักษิณ” ของ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง รักษาการสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และปิดท้ายด้วยรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 17.00-23.00 น. แต่หลังจากที่มีงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ก็ได้กลับมาออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 17.00-22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2549 โดยจะมีสถานีข่าวสวนลุม วงดนตรีต่างๆ และรายการเมืองไทยรายสัปดาห์เช่นเดิม โดยสามารถรับชมและรับฟังได้ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV NEWS 1 คลื่นวิทยุ F.M.97.75 คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน (http://www.managerradio.com/), ทางเว็บไซต์ผู้จัดการ และทางเครือข่ายวิทยุชุมชนบางคลื่น
[แก้] ประเด็นข่าว
ประเด็นพูดคุยจะเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ ขึ้นกับข่าวเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยในช่วงเดือน ตุลาคม 2548 - กันยายน 2549 หัวข้อการพูดคุยได้เน้นไปในทางด้านการวิจารณ์พฤติกรรมของทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และการทำงานของรัฐบาลขณะนั้น หลังจากมีการปฏิรูปการปกครองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 รายการยังคงเน้นประเด็นการเมืองตามสถานการณ์ปัจจุบัน มีการวิจารณ์การทำงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และรัฐบาลชุดใหม่ ดังเช่นที่เคยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา
[แก้] รายการยามเฝ้าแผ่นดิน
หลังจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ยึดอำนาจ ทักษิณ ชินวัตรแล้ว รูปแบบรายการก็ยังคงดำเนินการวิจารณ์ถึงการทุจริตของรัฐบาลชุดที่แล้ว รวมทั้ง ผู้ดำเนินรายการยังเดินสายไปยังต่างประเทศ เพื่อชี้แจงถึงสาเหตุการปฏิรูป รวมทั้งเปิดเผยถึงความมิชอบในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดที่แล้ว ให้ต่างประเทศรับทราบ รวมทั้งนอกจากจะมี สนธิ ลิ้มทองกุล และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ดำเนินรายการแล้ว ยังมีผู้ดำเนินรายการรับเชิญ อาทิ ดร.เสรี วงศ์มณฑา อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง การุณ ไสงาม เป็นต้น โดยในระหว่างมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ผู้ดำเนินรายการได้ยกเลิกการจัดรายการในลักษณะการชุมนุมไว้ชั่วคราว แต่จะจัดในห้องส่งของสถานีแทน
ในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2550 สนธิ ลิ้มทองกุลและทีมงาน ได้เปลี่ยนชื่อรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ไปเป็น รายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดยออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ทางสถานีวิทยุผู้จัดการและโทรทัศน์ ASTV และในเดือนกุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน ได้มีการต่อสัญญาณไปออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ แต่ออกอากาศได้เพียง 2 สัปดาห์ (14-27 ก.พ.) เท่านั้น กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรได้เรียกร้องให้ถอดรายการนี้ออก เนื่องจากหาว่าไม่เป็นกลางและใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สร้างความอึดอัดใจให้แก่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสนธิก็ได้เป็นฝ่ายถอนรายการออกไปเอง โดยภายหลังนายสนธิกล่าวว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนถอดรายการนี้ออกไป[ต้องการแหล่งอ้างอิง]
ต่อมา รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ยังคงออกอากาศในเวลาเดิม ทุกวันจันทร์-ศุกร์ โดยนายสนธิจะเป็นผู้ดำเนินรายการเองเฉพาะวันศุกร์ ด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ ส่วนวันอื่น ๆ ให้ผู้อื่นดำเนินรายการแทน เช่น คำนูณ สิทธิสมาน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ สโรชา พรอุดมศักดิ์ เป็นต้น และกลับมารายการยามเฝ้าแผ่นดินอีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552 แทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
[แก้] รายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ก่อนที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 25 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2551 รายการยามเฝ้าแผ่นดินออกอากาศเมื่อครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และตลอดระยะเวลาการชุมนุม รายการนี้ก็มิได้มีขึ้นอีกเลย จนกระทั่งการชุมนุมอย่างยาวนานถึง 193 วันยุติลง รายการนี้ก็มีขึ้นอีกครั้งในห้องส่งของ ASTV อีกเช่นเคย และได้เปลี่ยนชื่อรายการใหม่เป็น รายการ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นการพูดคุยกับแกนนำหรือแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และช่วงที่ 2 จะเป็นการแสดงดนตรีของวงดนตรีหรือศิลปินต่าง ๆ ที่เคยขึ้นเวทีในการชุมนุมมาแล้ว
ปัจจุบัน รายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดขึ้นเฉพาะวันศุกร์ในเวลาเดิม โดยเป็นการจัดนอกห้องส่งภายในบริเวณบ้านเจ้าพระยา ในลักษณะของการชุมนุมย่อย
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] อ้างอิง
- หนังสือปรากฏการณ์สนธิ จากเสื้อสีเหลืองถึงผ้าพันคอสีฟ้า โดย คำนูณ สิทธิสมาน. พ.ศ. 2549. ISBN 9749460979
- เว็บไซต์เมืองไทยรายสัปดาห์
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- ดูบทความเรื่อง " ลูกแกะหลงทาง " ในเวบบอร์ดของจริง (คห.9)
- เว็บไซต์เมืองไทยรายสัปดาห์
- ฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ย้อนหลัง
- เพลง 2548 ร้องเพื่อให้กำลังใจนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยสุรชัย จันทิมาธร
- ประมวลข่าว"ทักษิณ"เปิดศึกฟ้อง"เครือผู้จัดการ" -"สมัคร"ขอพ่วงอีกคดี!
|
|||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||

