พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายตำรวจมือปราบมีฉายาว่า "อินทรีอีสาน" เนื่องจากเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เป็นทั้งอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้ายและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก เนื่องจากมีตำแหน่งสูงสุดในช่วงที่ปรับเปลี่ยนสถานะของกรมตำรวจเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ[1]
[แก้] ประวัติ
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 ที่จังหวัดนครราชสีมา สมรสกับ คุณหญิงวารุณี พรมหมนอก (สกุลเดิม บำรุงสวัสดิ์) มีบุตร-ธิดา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน คือ พ.ต.อ.ชัชธรรม พรหมนอก (เสียชีวิต) นางธารศรี ศรีวรขาน นางนุดี เพชรพนมพร และ พ.ต.ท.จิรพัฒน์ พรหมนอก[2]
[แก้] ประวัติการศึกษา
[แก้] ประสบการณ์
- พ.ศ. 2508 รองสารวัตร แผนก 3 กองกำกับการ 7 กองตำรวจสันติบาล
- พ.ศ. 2515 นายเวรผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 4
- พ.ศ. 2517 ผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองขอนแก่น
- พ.ศ. 2518 สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองอุดรธานี
- พ.ศ. 2519 รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
- พ.ศ. 2522 ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี
- พ.ศ. 2524 รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- พ.ศ. 2526 ผู้บังคับการตำรวจภูธร 6
- พ.ศ. 2528 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธร 2
- พ.ศ. 2531 รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร 2
- พ.ศ. 2532 ผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ (ทำหน้าที่ชุมชนและมวลชนสัมพันธ์)
- พ.ศ. 2534 ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
- พ.ศ. 2534 ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
- พ.ศ. 2537 รองอธิบดีกรมตำรวจ
- พ.ศ. 2540 อธิบดีกรมตำรวจ
- พ.ศ. 2547 นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
- พ.ศ. 2554 ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
- เป็นกรรมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- เป็นกรรมการธนาคารกรุงไทย
- เป็นกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์
- เป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ
- เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุมิสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง
- เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
- เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (9 สิงหาคม 2554 - ปัจจุบัน)
[แก้] การเมือง
-
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เข้าสู่แวดวงการเมืองครั้งแรกเมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาในปี พ.ศ. 2540 ภายหลังเกษียณราชการแล้ว ต่อมาได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา[3] จากนั้นได้ย้ายมาเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน และได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคแทนที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ ที่ประกาศลาออกไป และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์[4]
ภายหลังรัฐบาลนายสมชายต้องพ้นวาระไปจากคดียุบพรรคพลังประชาชน ทำให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องว่างลง พล.ต.อ.ประชาได้รับการสนับสนุนจากนายเสนาะ เทียนทอง และพรรคเพื่อไทยให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นคนต่อไป ในวันที่เลือกนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภา เสียงที่เลือก พล.ต.อ.ประชา แพ้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยคะแนน 198 ต่อ 235 เสียง ซึ่ง พล.ต.อ.ประชาได้โหวตให้แก่ตัวเองด้วย
ต่อมา พล.ต.อ.ประชา ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554[5] และเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย[6] และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554[7]
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้] อ้างอิง