เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า สรอรรถ กลิ่นประทุม
สมบัติ อุทัยสาง
ประชา มาลีนนท์
ประมวล รุจนเสรี
สุธรรม แสงประทุม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 (67 ปี)
อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
พรรคการเมือง เพื่อไทย
คู่สมรส นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช
ศาสนา พุทธ

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช (23 กรกฎาคม 2489 - ) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการหลายจังหวัด[1]

ประวัติ[แก้]

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 ที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เป็นบุตรของนายจำรัส กับนางพริ้ง พงษ์พานิช มีพี่น้อง 9 คน หนึ่งในนั้นคือ มนตรี พงษ์พานิช[2] อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมรสกับ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช (อดีตวุฒิสมาชิกจังหวัดขอนแก่น)[3] มีบุตร 3 คน หญิง 2 คน ชาย 1 คน ซึ่งบุตรชายคือ ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

การศึกษา[แก้]

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม สำเร็จการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) และนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ได้แก่

ในระหว่างรับราชการ ได้เข้ารับการศึกษา อบรมหลักสูตรต่างๆ ได้แก่

  • หลักสูตรโรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 18
  • หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 20
  • หลักสูตรฝ่ายอำนวยการอาสารักษาดินแดน ชุดที่ 5
  • หลักสูตรผู้บริหารระดับ 9 ของกระทรวงมหาดไทย
  • หลักสูตรผู้บริหารระดับ 10 ของกระทรวงมหาดไทย
  • วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 39

การรับราชการ[แก้]

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เริ่มรับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และเป็นปลัดอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง (ไปแก้ไขปัญหากรณีนายอำเภอคนก่อนเสียชีวิตจากการวางระเบิด ของ ผกค.) นายอำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี นายอำเภอเมืองราชบุรี และผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดปทุมธานี และตำแหน่งอธิการวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จากนั้นได้รับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น อธิบดีกรมโยธาธิการ และตำแหน่งสุดท้าย คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามชั้นต้น สั่งเพิกถอนคำสั่ง “เสริมศักดิ์" อดีตปลัดมหาดไทย แต่งตั้งข้าราชการ ระดับ8 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เอื้อพวกพ้อง[4]

งานการเมือง[แก้]

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคไทยรักไทย และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร (พ.ศ. 2548)[5] ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[6] และนายเสริมศักดิ์ ได้เข้าร่วมชุมนุมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553[7] ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย[8] ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[9] (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย
  2. บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช
  3. http://www.muangpol.com/node/9
  4. http://www.charuaypontorranin.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538684121&Ntype=1
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
  6. เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!
  7. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000040118
  8. บ้านเลขที่ 111 ซบอก'เพื่อไทย'แล้ว
  9. พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 3)
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำนวน ๔,๗๙๙ ราย)
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2549