สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แมนเชสเตอร์ซิตี
Manchester City emblem
ชื่อเต็ม Manchester City Football Club
ฉายา เรือใบสีฟ้า
ก่อตั้ง พ.ศ. 2423
(ในชื่อ เซนต์มาร์กส์, เวสต์กอร์ตัน)
สนาม ซิตีออฟแมนเชสเตอร์
แมนเชสเตอร์
ความจุ 47,726 คน[1]
ประธาน Flag of the United Arab Emirates คัลดูน อัล มูบารัค
ผู้จัดการ มาร์ค ฮิวจ์ส
ลีก เอฟเอ พรีเมียร์ลีก
2007-08 พรีเมียร์ลีก, อันดับ 9
Team colours Team colours Team colours
Team colours
Team colours
 
ชุดทีมเหย้า
Team colours Team colours Team colours
Team colours
Team colours
 
ชุดทีมเยือน

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี (Manchester City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลที่เก่าแก่ของฟุตบอลอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2423 ในชื่อ เซนต์มาร์กส์, เวสต์กอร์ตัน มีฉายา “เรือใบสีฟ้า”

เนื้อหา

[แก้] ประวัติสโมสร

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) ในชื่อทีม “เซนต์มาร์กส์ (เวสต์กอร์ตัน)” โดยมี แอนนา คอนเนลล์ และ ผู้ดูแลโบสถ์ เซนต์ มาร์กส์ อีก 2 คน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

แต่เดิม ทีมนี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลกอร์ตัน ทางตะวันออก ของเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่สนามใหม่ ในย่านไฮด์ โรด ของเมืองอาร์ดวิก ใกล้กับแมนเชสเตอร์ และได้เปลี่ยนชื่อทีมไปเป็น “อาร์ดวิกเอเอฟซี” ตามสถานที่ตั้ง จากนั้น อาร์ดวิก ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอังกฤษ ในฐานะสมาชิกก่อตั้ง ในระดับดิวิชั่น 2 เมื่อปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)

กระทั่งถึง ฤดูกาล 2436 - 2437 (ค.ศ. 1893 - 1894) ทีมมีปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก จนต้องมีการรื้อระบบการบริหารทีมครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็น “แมนเชสเตอร์ซิตีฟุตบอลคลับ” จนถึงปัจจุบัน

ทีมได้เริ่มต้นความยิ่งใหญ่ ด้วยการเป็นแชมป์ ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของอังกฤษ เป็นแชมป์แรก เมื่อปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ใน ดิวิชั่น 1 ลีกสูงสุดของอังกฤษ (ในเวลานั้น) ก่อนจะมาได้แชมป์เอฟเอคัพ หลังเฉือนชนะ โบลตัน 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904)

ขณะที่ผลงานกำลังไปได้ดี แต่กลับเกิดเพลิงไหม้ สนาม "ไฮด์โรด" ในปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) อัฒจันทร์หลักเสียหายอย่างมาก จนทำให้ต้องย้ายไปใช้ สนาม "เมนโรด" เป็นสนามเหย้าแห่งใหม่ ในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923)

กระทั่งในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ได้ย้ายสนามเหย้าอีกครั้ง ไปที่ สนาม "ซิตีออฟแมนเชสเตอร์" ซึ่งเป็นสนามปัจจุบัน ที่มีความโอ่อ่า ทันสมัย มีความจุถึง 48,000 ที่นั่ง โดยเช่าจากสภาเมืองแมนเชสเตอร์เป็นเวลาถึง 250 ปี และใช้เงินอีกราว 35 ล้านปอนด์ ในการปรับปรุงสนาม หลังจากใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาเครือจักรภพ ในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002)

การย้ายมาใช้สนามเหย้าแห่งใหม่ ทำให้สามารถรองรับแฟนบอลได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นทีมที่มีแฟนบอลมากเป็นพิเศษ และติดตามเชียร์อย่างเหนียวแน่นมาตลอด แม้ทีมจะตกลงไปสู่ดิวิชั่นต่ำๆ ในหลายครั้งก็ตาม ปัจจุบัน ทีมมียอดผู้ชมในนัดเหย้า เฉลี่ยกว่า 39,000 คน ต่อนัด และคาดว่าจะมีชาวอังกฤษไม่ต่ำกว่า 400,000 คน และคนทั่วโลก อีกกว่า 2 ล้านคน ที่เป็นแฟนบอลของทีม

สนามฟุตบอลซิตีออฟแมนเชสเตอร์ สนามเหย้าของสโมสร

นับตั้งแต่ก่อตั้งทีม กว่า 1 ศตวรรษ มีเกียรติยศที่บันทึกไว้ คือ เป็นแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย ในปี พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) และ พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) แชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย และ เป็นแชมป์ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ อีก 1 สมัย

ในยุคที่นับว่ารุ่งเรืองที่สุด คือ ช่วงปลายปี พ.ศ. 2500เรื่อยมา เนื่องจากทีมชุดนี้ สามารถขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้หลายรายการ โดยมี โจ เมอร์เซอร์ เป็นผู้จัดการทีม และ มัลคอล์ม อัลลิสสัน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม รวมถึง มียอดนักเตะชื่อดังมากมาย อาทิ โคลิน เบลล์

แต่หลังจากเป็นแชมป์ลีกคัพ ในปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นถึงตำแหน่งแชมป์ ในรายการสำคัญอีกเลย และยังมีผลงานไม่ค่อยดีนักมาตลอด โดยเฉพาะ ในช่วงปี พ.ศ. 2530 พวกเขาต้องตกชั้น 2 ครั้ง ในรอบ 3 ปี จนลงไปอยู่ใน ดิวิชั่น 3 เดิม อยู่ถึง 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ทีมก็สามารถกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด และยังคงรักษาตัวไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ผลงานของทีม มักอยู่ในช่วงกลางตาราง ค่อนไปทางท้ายก็ตาม โดยจบ ฤดูกาล 2006-2007 ในอันดับที่ 14 ของพรีเมียร์ลีก

[แก้] ทีมร่วมเมือง

มีทีมคู่แข่งร่วมเมือง คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่มีที่มาในการเป็นคู่แข่ง แตกต่างกับ สโมสรฟุตบอลร่วมเมืองทีมอื่นๆ เช่น เมืองกลาสโกว์ (เรนเจอร์ส กับ เซลติก) ที่มีความแตกต่างในด้านการเมืองและศาสนา

ส่วนในกรณีของ ซิตี และ ยูไนเต็ด นั้น มีต้นเหตุมาจาก ในสมัยก่อน เกิดความยากลำบากในการเดินทางไปมาหาสู่กัน แม้ทุกวันนี้ จะเดินทางได้ด้วยความสะดวกสบายแล้ว แต่ก็สายเกินไป ที่จะกลับมาญาติดีต่อกันได้

อีกประการหนึ่ง คือ แฟนบอลชาวอังกฤษของ ซิตี ส่วนมากอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ส่วนแฟนของ ยูไนเต็ด มีไม่น้อยที่อยู่เมืองอื่นด้วย

[แก้] ผลงานปัจจุบัน

มาร์ค ฮิวจ์ส ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน

ฤดูกาล 2007-2008 ที่ผ่านมา หลังจากเพียร์ซถูกปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีม สเวน โกรัน อีริคส์สันก็เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทน ภายหลังลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษครบ 1 ปี ซิตี้ชนะใน 3 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งรวมถึงดาร์บี้แมตช์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และไม่เสียประตูเลยสักประตูเดียว แต่สุดท้ายแล้วแพ้ในนัดที่สี่ที่พบกับอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม ผลงานของทีมที่บ้านดีมากโดยไม่แพ้ใครติดต่อกัน 10 นัดโดยเริ่มจากนัดที่ชนะดาร์บี เคานตี้ ในวันที่ 15 สิงหาคม ก่อนที่จะมาแพ้ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ 0-2 ในฟุตบอลคาร์ลิงคัพในวันที่ 18 ธันวาคม หรือ 4 เดือนต่อมานั่นเอง หลังจากนั้นก็สามารถย้ำแค้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อีกครั้ง แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมดูต่ำกว่าครึ่งแรกของฤดูกาลมาก และเมื่อจบฤดูกาล พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ได้ปลด สเวน โกรัน อีริคส์สันออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม นำมาซึ่งการคัดค้านอย่างรวดเร็วจากแฟนๆของซิตี้ แต่ถึงแม้ว่านัดสุดท้ายจะบุกไปแพ้มิดเดิลสโบรย่อยยับถึง 8-1 ก็ยังได้สิทธิ์ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นยูฟ่า คัพในฤดูกาล 2008/2009 จากการที่ได้อันดับดีที่สุดในตารางแฟร์เพลย์ของพรีเมียร์ลีก ก่อนโดนปลด อีริคส์สันได้พาทีมไปทัวร์ที่ประเทศไทยและเกาะฮ่องกง ประเทศจีนเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม และโดนปลดในวันที่ 2 มิถุนายน 2551 และมาร์ค ฮิวจ์ส ผู้จัดการทีมสโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เข้ามารับตำแหน่งแทนในสองวันถัดมา

รายชื่อนักเตะเข้า

รายชื่อนักเตะออก

ในส่วนของการแข่งขันนัดแรกของฤดูกาล 2008-09 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม นั้น สโมสรแพ้สโมสรฟุตบอลแอสตั้น วิลล่า 4:2 ในเกมเยือน ที่สนามวิลลา พาร์ค โดยประตูแรกมาจากฝั่งของเจ้าถิ่น ในนาทีที่ 47 จากจอห์น คาริว หลังจากนั้นเอลาโน่ บลูแมร์ตีเสมอให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากลูกโทษที่จุดโทษนาที่ที่ 64 จากนั้นกาเบรียล อักบอนลาฮอร์มาซัดแฮตทริกในนาที่ที่ 67,74 และ 75 และเวดราน ชอร์ลูก้า มายิงตีตื้นให้แมนเชลเตอร์ ซิตี้เป็น 4:2 ในนาที 89

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้ประสบความสำเร็จในการเล่นรอบคัดเลือกยูฟ่า คัพ รอบแรกโดยการชนะ สโมสรฟุตบอลอีบี/สเตรย์เมอร์จากหมู่เกาะแฟโรห์ 2-0 (หลังจากชนะในนัดแรก 0-2) และชนะ สโมสรฟุตบอลมิดทิลแลนด์จากเดนมาร์ก 0-1 (หลังจากแพ้ในนัดแรก 0-1)แต่ชนะในการดวลจุดโทษ 4-2 ในรอบแรกนั้นสามารถชนะโอโมเนีย นิโคเซียจากไซปรัส 2-1 (หลังจากชนะในนัดแรก 2-1)ในรอบแบ่งกลุ่มได้อยู่ในกลุ่มเอร่วมกับ สโมสรฟุตบอล ชาลเก้ 04จากเยอรมัน สโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์ แชร์กแมงจากฝรั่งเศส สโมสรฟุตบอลราซิ่ง ซานตานเดร์จากสเปน และ สโมสรฟุตบอลเอฟซี ทเวนเต้จากเนเธอร์แลนด์ส และสามารถเอาชนะ สโมสรฟุตบอลเอฟซี ทเวนเต้3-2 ชนะ สโมสรฟุตบอล ชาลเก้ 04ชนะ 2-0 เสมอ สโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์ แชร์กแมง 0-0 และแพ้ สโมสรฟุตบอลราซิ่ง ซานตานเดร์ 3-1 และในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ได้พบกับ สโมสรเอฟซี โคเปนเฮเกนจากเดนมาร์ก นัดแรกที่เดนมาร์ก ผลออกมาเสมอ 2-2 และนัดที่ 2 ที่อีสต์แลนด์ สามารถเอาชนะไปได้ 2-1 เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ สโมสรอัลบอร์ก บีเค จากเดนมาร์กซึ่งเป็นการเจอกับทีมที่มาจากเดนมาร์กเป็นครั้งที่ 3 ของฤดูกาลนี้ ซึ่งก็สามารถเอาชนะได้ในนัดแรก 2-0 และบุกไปแพ้ 2-0 ทำให้ต้องตัดสินด้วยการต่อเวลาและการยิงจุดโทษ ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็สามารถเอาชนะไปได้ 4-2 เข้ารอบก่องรองชนะเลิศพบกับ สโมสรฟุตบอลฮัมบวร์ก จากเยอรมัน ซึ่งบุกไปแพ่ก่อน 3-1 แต่ก็ทำได้แค่เฉือนชนะ 2-1 ที่อีสต์แลนด์ ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 2008/09

[แก้] การบริหาร

เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2550 บริษัท แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 22.72 ล้านปอนด์ โดยมีกำไรก่อนหักภาษี จากผลประกอบการ ในรอบ 1 ปีหลัง สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ราว 16.97 ล้านปอนด์

มีหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ราว 54 ล้านหุ้น มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด คือ จอห์น วอร์เดิล อดีตประธานสโมสร และ เดวิด มาคิน ซึ่งถือหุ้นรวมกัน มีจำนวนถึงร้อยละ 29.95 รองลงมา ได้แก่ สตีเฟน โบเลอร์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 18.75, บริติช สกาย บรอดคาสติ้ง ร้อยละ 9.88 และ ฟรานซิส ลี อดีตประธานสโมสร ร้อยละ 7.13 ส่วนหุ้นที่เหลือ กระจายอยู่กับ ผู้ถือหุ้นรายย่อย นับพันราย

เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 สโมสรได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้จะเข้ามาซื้อกิจการ โดยมี เรย์ แรนสัน อดีตนักฟุตบอลของทีม ยื่นความจำนงไว้

ต่อมา ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อสโมสร ด้วยมูลค่าประมาณ 108 ล้านปอนด์ พร้อมงบประมาณในการซื้อตัวนักฟุตบอลมาเล่นให้กับทีมอีก เป็นจำนวน 50 ล้านปอนด์ รวมทั้งสิ้น 158 ล้านปอนด์

ช่วงเดือนพฤษภาคม ข่าว ดร.ทักษิณ สนใจซื้อกิจการของสโมสร ได้รับการตีพิมพ์อย่างกว้างขวาง ทั้งทางสำนักข่าว และสื่อมวลชนต่างๆ ซึ่งมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ โดยมีรายงานว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ มีแผนที่จะวางตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในสโมสร คือ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นายถิรชัย วุฒิธรรม, นายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์ศานต์ เจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์ ในเครือบ้านฉางกรุ๊ป และ นายวิกรม คุ้มไพโรจน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะจัดพิธีเปิดตัวคณะผู้บริหารชุดใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม โดยจะมีการเชิญแขกผู้มีเกียรติและแฟนบอล เข้าร่วมชมการแข่งขันนัดพิเศษระหว่างสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี กับสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ณ สนามซิตีออฟแมนเชสเตอร์ อีกด้วย [2]

ในที่สุด ราวกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ได้กลายเป็นเจ้าของสโมสร ด้วยการถือหุ้นรวม 75 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับการเปิดตัว สเวน โยรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีมคนใหม่ โดย จอห์น วอร์เดิล ขยับลงไปเป็นรองประธานสโมสร และมีชื่อ นายพานทองแท้ และ นางสาวพิณทองทา บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เป็นกรรมการบริหารสโมสร 2 ใน 4 คนด้วย

1 กันยายน 2551, บริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป อินเวสทเมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ลิมิเต็ด ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ เพื่อเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนในการลงทุนที่ไม่เพียงแต่จะเสริมความสามารถทางการเงินของสโมสรในการดึงตัวนักฟุตบอลชั้นนำ แต่แผนการลงทุนร่วมกันดังกล่าวยังจะช่วยเสริมแผนการพัฒนาสโมสรและวิสัยทัศน์ของประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดร. ทักษิณ ชินวัตร เพื่อทำให้ “ซิตี้” กลายเป็นชื่อของไลฟสไตล์และแบรนด์ของกีฬายอดนิยมอันใหม่ทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย

ผู้บริหารของทั้งสโมสรฟุตบอลแเมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป ได้ร่วมกันแถลงแผนงานซึ่งรวมถึงความร่วมมือในอนาคตอันใกล้ทั้งในด้านการซื้อตัวนักฟุตบอลและการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสโมสรฟุตบอลหนึ่งหรือหลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยหวังให้เป็นการกระตุ้นความสนใจในภูมิภาคนั้น และเพื่อเป็นการสร้างฐานความนิยมและแฟนคลับของสโมสรในภูมิภาค นอกจากนี้ แผนการดังกล่าวยังมีการลงทุนเพิ่มและการริเริ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมๆ กันทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย โดยอาศัยเครือข่ายต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่ และยังมีแผนที่จะพัฒนา “แบรนด์” ของซิตี้ให้ล้ำสมัยและส่งเสริมให้เป็นแบรนด์ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ สินค้าไลฟ์สไตล์และมัลติมีเดียอีกด้วย

การลงทุนในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยกลุ่มอาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป เป็นการลงทุนในทีมฟุตบอลในระดับพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของนักลงทุนจากตะวันออกกลาง โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมกิจกรรมของสโมสรฟุตบอลและแบรนด์สินค้าของ “ซิตี้” ทั่วทั้งภูมิภาค และสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือการลงทุนในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร่วมกับครอบครัวของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร โดยกลุ่มทุนชั้นนำอย่าง อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป เป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นที่มั่นใจว่าการร่วมทุนกันครั้งนี้จะเป็นแรงจูงใจให้แฟนฟุตบอลนับล้าน ทั้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่จะเพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย

รายละเอียดประกอบ

ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ลิมิเต็ด

บริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ลิมิเต็ด เป็นกลุ่มบริษัทที่ตั้งอยู่ที่กรุงอาบูดาบี ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การให้บริการทางการเงิน การค้าและการทำธุรกิจทั่วไป การให้บริการสารสนเทศ การให้บริการและจัดอุปกรณ์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การให้บริการเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน เช่น การติดตั้งและบำรุงรักษาถังน้ำมัน การสื่อสาร รวมถึงสื่อมวลชน การเป็นตัวแทนบริษัทต่างประเทศ การบริหารกิจการฟาร์มและการออกแบบภูมิทัศน์ การขายยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ทางทหาร อุปกรณ์ทางการบิน และการบริหารการกำจัดของเสีย

[แก้] ผู้เล่นและทีมงาน

(ข้อมูลเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552) ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
1 Flag of อังกฤษ GK โจ ฮาร์ท
2 Flag of อังกฤษ DF ไมกา ริชาร์ดส์ (รองกัปตันทีม)
3 Flag of อังกฤษ DF ไมเคิล บอลล์
4 Flag of อังกฤษ DF เนดุม โอนูโอฮา
5 Flag of อาร์เจนตินา DF พาโบล ซาบาเลตา
6 Flag of อังกฤษ MF ไมเคิล จอห์นสัน
7 Flag of Ireland MF สตีเฟน ไอร์แลนด์
8 Flag of อังกฤษ MF ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์
9 Flag of บัลแกเรีย FW วาเลรี่ โบยินอฟ
10 Flag of บราซิล FW โรบินโญ่
11 Flag of บราซิล FW เอลาโน่
12 Flag of อังกฤษ FW ดาริอุส วาสเซลล์
14 Flag of บราซิล FW โช
15 Flag of สเปน DF ฆาเบียร์ การ์ริโด้
16 Flag of เดนมาร์ก GK แคสเปอร์ ชไมเคิล
17 Flag of บัลแกเรีย MF มาร์ติน เปตรอฟ
18 Flag of อังกฤษ DF แดนนี่ มิลส์
เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
19 Flag of สวิตเซอร์แลนด์ MF แกลซอง แฟร์นองเดซ
20 Flag of เอกวาดอร์ FW ฟิลิปเป คายเซโด
21 Flag of เยอรมนี MF ดีทมาร์ ฮาร์มันน์
22 Flag of Ireland DF ริชาร์ด ดันน์ (กัปตัน)
24 Flag of เวลส์ FW เชดวิน อีแวนส์
25 Flag of อังกฤษ DF เวย์น บริดจ์
26 Flag of อิสราเอล DF ทาล เบน-ฮาอิม
27 Flag of ซิมบับเว FW เบนจานี่ เอ็มวารูวารี
28 Flag of อังกฤษ FW แดเนียล สเตอร์ริดจ์
29 Flag of ไนจีเรีย MF เคลวิน เอตูฮู
30 Flag of อังกฤษ DF ชาลัม โลแกน
33 Flag of เบลเยียม MF แวงซองต์ คอมปานี
34 Flag of the Netherlands MF ไนเจล เดอ ยอง
36 Flag of บราซิล DF กลอเบอร์ แบร์ติ
37 Flag of Ireland GK เชย์ กิฟเวน
39 Flag of เวลส์ FW เคร็ก เบลลามี
40 Flag of สโลวาเกีย MF วลาดิมีร์ ไวสส์
- Flag of อังกฤษ MF แกเร็ธ แบร์รี่

[แก้] ผู้เล่นที่ทีมอื่นยืมตัว

เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ

[แก้] การยกเลิกหมายเลข 23

เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
23 Flag of แคเมอรูน MF มาร์ค วิเวียน โฟเอ้

สโมสรได้ยกเลิก เสื้อหมายเลข 23 ตั้งแต่ ค.ศ. 2003 เพื่อเป็นเกียรติแก่ มาร์ค วิเวียน โฟเอ้ ซึ่งเป็นนักเตะของสโมสร ที่ยืมตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง และเสียชีวิตในสนาม ระหว่างการแข่งขันร่วมทีมฟุตบอลทีมชาติแคเมอรูน ในการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชันส์คัพ 2003

[แก้] ทีมงาน

ตำแหน่ง ชื่อ
ผู้จัดการทีม Flag of เวลส์ มาร์ค ฮิวจ์ส
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม Flag of เวลส์ มาร์ค โบเวน
โค้ชทีมชุดใหญ่ Flag of เวลส์ เอ็ดดี นีดซ์วีคกี
โค้ชผู้รักษาประตู Flag of อังกฤษ เควิน ฮิตช์คอคก์
โค้ชกายภาพ Flag of อังกฤษ เดเมียน โรเดน
ผู้จัดการทีมทีมสำรอง Flag of เวลส์ กลิน ฮอดจ์ส
หัวหน้าทีมแพทย์ Flag of อังกฤษ อัลลี บีทตี้
แมวมอง Flag of อังกฤษ เกรแฮม คาร์
ผู้อำนวยการสถาบันเยาวชน Flag of อังกฤษ จิม คาสเซลล์

[แก้] เกียรติประวัติ

(ระบุเป็นปีพุทธศักราช)

  • เอฟเอ คัพ
    • ชนะเลิศ 2447, 2477, 2499, 2512
    • รองชนะเลิศ 2469, 2476, 2498, 2524

[แก้] อ้างอิง

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว