ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ[1] สมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร เคยถูกเสนอชื่อเพื่อเป็น เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดยการสนับสนุนของรัฐบาลทักษิณ[2] รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก คปค.เช่นกัน แต่ก็ได้ถอนตัวในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ภายหลังทราบผลการหยั่งเสียง[3] ปัจจุบันเป็นประธานสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (isep) และเป็นประธานกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) และประธานบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด[4]
ประวัติ [แก้]
เกิดวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2501 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนเดียวของ ดร.สุนทร เสถียรไทย อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง กับ ศาสตราจารย์กิตติคุณ คุณหญิงเกื้อกูล เสถียรไทย (สกุลเดิม สวัสดิ์-ชูโต) สมรสกับ ดร.ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย ธิดาของ ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ (ม.ร.ว.บุษบา กิติยากร ท.จ.ว.) พระขนิษฐาใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ หม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ อดีตราชเลขาธิการ และอดีตองคมนตรี มีบุตร 1 คน คือ สันติธาร เสถียรไทย
การศึกษา [แก้]
สุรเกียรติ์ เสถียรไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) รางวัลเหรียญทอง จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโทสองสาขา สาขาแรกสาขาการเมืองและการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จาก โรงเรียนกฎหมายและการทูตเฟลตเชอร์, มหาวิทยาลัยทัฟส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และสาขานิติศาสตรมหาบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ระดับปริญญาเอก Doctor of Juridical Science (SJD) จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประวัติการทำงาน [แก้]
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เคยร่วมสอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับ ศาสตราจารย์เฟรดเดอริก สโนเดอร์ ในระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา และเคยดำรงตำแหน่งคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศาสตราภิชาน กองทุนเพื่อการบริหารวิชาการและการศึกษา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553[5]
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา (ครม.51) และได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่ง ดร.สุรเกียรติ์ เป็นผู้มีส่วนร่วมในการเจรจาแก้ปัญหาข้อพิพาทสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติ ระหว่าง ปตท.กับผู้ผลิตก๊าซในพม่า ซึ่งมีทั้งรัฐบาลพม่าและบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ 2 บริษัท ทำให้ไทยไม่ถูกฟ้องในอนุญาโตตุลาการ และ ปตท.ได้รับการลดราคาก๊าซ ในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[6]
หลังจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ดร.สุรเกียรติ์ ได้รับหน้าที่ประธานสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (ISEP) และประธานกรรมการบริหารการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.)ที่ปรึกษาคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ [แก้]
ต่างประเทศ [แก้]
พ.ศ. 2546 - The Royal Order of the Polar Star ขั้นสูงสุด
พ.ศ. 2547 - Order of Orange-Nassau ขั้นสูงสุด
อ้างอิง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|
|
|
เสนาบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ
|
|
|
|
|
|
|
|
เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
|
|
|
|
|
|