พลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย
พลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย นามเดิม สินธุ์ กมลนาวิน เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2444 อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร และเป็นหัวหน้าคณะราษฎรสายทหารเรือ
หลวงสินธุสงครามชัย เป็นบุตรนายเล็ก-นางจู กมลนาวิน เกิดที่ตำบลบ้านท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นน้องชายของพระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) [1] ศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2457 เป็นนักเรียนหลวงไปเรียนการทหารเรือที่ประเทศเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. 2462
หลวงสินธุสงครามชัย รักษาราชการตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ระหว่าง พ.ศ. 2477-2478 และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ระหว่าง พ.ศ. 2481-2494 เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2478-2484), กระทรวงเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2485), กระทรวงเกษตราธิการ (พ.ศ. 2485-2488) และกระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2487-2488) นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นคนแรกอีกด้วย (พ.ศ. 2486–2488)
หลวงสินธุสงครามชัย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎร ขณะยังศึกษาอยู่ยังประเทศเดนมาร์ก และขณะได้ไปเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส[2] จึงได้รับการชักชวนผ่านทางนายทวี บุณยเกตุ[3] และเมื่อกลับมายังประเทศไทยแล้ว ก็ยังได้ชักชวนสมาชิกคณะราษฎรคนอื่น ๆ ในสายทหารเรือเพิ่มเติมอีกด้วย [2]
โดยในเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หลวงสินธุสงครามชัย ขณะนั้นมียศเป็น นาวาตรี (น.ต.) ได้นำกำลังทหารเรือประมาณ 100 นายเศษ พร้อมอาวุธครบมือ ไปยึดสถานที่ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. และรอคอยกำลังของฝ่ายทหารบก ภายใต้การนำของ พันเอก พระยาทรงสุรเดช มาสมทบ
ภายหลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน หลวงสินธุสงครามชัย เป็นผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากคณะรัฐบาลโดย จอมพลป. พิบูลสงคราม เคลือบแคลงว่าอาจจะมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นในการก่อกบฏ ซึ่งหลวงสินธุสงครามชัยได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานานถึง 3 ปี
นอกจากนี้แล้ว หลวงสินธุสงคราม ยังเป็นบุคคลแรกที่บัญญัติศัพท์คำว่า "เรือดำน้ำ" ขึ้นมาในภาษาไทย โดยเรียกตามลักษณะการใช้งาน [4]และยังเป็นผู้ที่จัดหาเรือดำน้ำมาใช้ในราชการกองทัพเรือด้วย ทั้งหมด 3 ลำ (เรือหลวงมัจฉานุ, เรือหลวงสินสมุทร, เรือหลวงพลายชุมพล) ขณะที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองทัพเรือ ในปี พ.ศ. 2478[5]
ในเวลาต่อมาเมื่อรัฐบาลจะยกเลิกบรรดาศักดิ์ไทย หลวงสินธุสงครามชัยในฐานะรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีชุดที่ 9 จึงลาออกจากบรรดาศักดิ์ โดยกลับไปใช้ชื่อเดิม[6]
อ้างอิง [แก้]
|
|
|
| ทหารเรือวังหน้า |
|
|
|
| ทหารเรือวังหลวง |
|
|
กระทรวงทหารเรือ
กองทัพเรือ |
|
|
|
|
|
|
เสนาบดีกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2435 - พ.ศ. 2475)
|
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2475 - พ.ศ. 2484)
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2485 - ปัจจุบัน)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเกษตรพาณิชยการ (2475 - 2476)
|
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐการ (2476 - 2484)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐกิจ (2484 - 2485)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงพาณิชย์ (2485 - 2495)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐการ (2495 - 2514)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงพาณิชย์ (2515 - ปัจจุบัน)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ (2435 - 2474)
|
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเกษตรพาณิชยการ (2475 - 2476)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเศรษฐการ (2476 - 2478)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเกษตราธิการ (2478 - 2495)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงสหกรณ์ (2495 - 2506)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเกษตร (2495 - 2514)
|
|
|
|
|
|
|
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (2515 - ปัจจุบัน)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| หัวหน้าคณะ |
|
|
| ฝ่ายทหาร |
|
|
| ฝ่ายพลเรือน |
|
|
|
|
|