หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก สินธุ์ กมลนาวิน)
พลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย

พลเรือเอก หลวงสินธุสงครามชัย นามเดิม สินธุ์ กมลนาวิน เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2444 อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร และเป็นหัวหน้าคณะราษฎรสายทหารเรือ

หลวงสินธุสงครามชัย เป็นบุตรนายเล็ก-นางจู กมลนาวิน เกิดที่ตำบลบ้านท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นน้องชายของพระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) [1] ศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2457 เป็นนักเรียนหลวงไปเรียนการทหารเรือที่ประเทศเดนมาร์ก เมื่อ พ.ศ. 2462

หลวงสินธุสงครามชัย รักษาราชการตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ระหว่าง พ.ศ. 2477-2478 และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ระหว่าง พ.ศ. 2481-2494 เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2478-2484), กระทรวงเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2485), กระทรวงเกษตราธิการ (พ.ศ. 2485-2488) และกระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2487-2488) นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นคนแรกอีกด้วย (พ.ศ. 2486–2488)

หลวงสินธุสงครามชัย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎร ขณะยังศึกษาอยู่ยังประเทศเดนมาร์ก และขณะได้ไปเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส[2] จึงได้รับการชักชวนผ่านทางนายทวี บุณยเกตุ[3] และเมื่อกลับมายังประเทศไทยแล้ว ก็ยังได้ชักชวนสมาชิกคณะราษฎรคนอื่น ๆ ในสายทหารเรือเพิ่มเติมอีกด้วย [2]

โดยในเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หลวงสินธุสงครามชัย ขณะนั้นมียศเป็น นาวาตรี (น.ต.) ได้นำกำลังทหารเรือประมาณ 100 นายเศษ พร้อมอาวุธครบมือ ไปยึดสถานที่ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. และรอคอยกำลังของฝ่ายทหารบก ภายใต้การนำของ พันเอก พระยาทรงสุรเดช มาสมทบ

ภายหลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน หลวงสินธุสงครามชัย เป็นผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากคณะรัฐบาลโดย จอมพลป. พิบูลสงคราม เคลือบแคลงว่าอาจจะมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นในการก่อกบฏ ซึ่งหลวงสินธุสงครามชัยได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานานถึง 3 ปี

นอกจากนี้แล้ว หลวงสินธุสงคราม ยังเป็นบุคคลแรกที่บัญญัติศัพท์คำว่า "เรือดำน้ำ" ขึ้นมาในภาษาไทย โดยเรียกตามลักษณะการใช้งาน [4]และยังเป็นผู้ที่จัดหาเรือดำน้ำมาใช้ในราชการกองทัพเรือด้วย ทั้งหมด 3 ลำ (เรือหลวงมัจฉานุ, เรือหลวงสินสมุทร, เรือหลวงพลายชุมพล) ขณะที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองทัพเรือ ในปี พ.ศ. 2478[5]

ในเวลาต่อมาเมื่อรัฐบาลจะยกเลิกบรรดาศักดิ์ไทย หลวงสินธุสงครามชัยในฐานะรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีชุดที่ 9 จึงลาออกจากบรรดาศักดิ์ โดยกลับไปใช้ชื่อเดิม[6]

อ้างอิง [แก้]