ระบอบทักษิณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ระบอบทักษิณ (อังกฤษ: Thaksinocracy) เป็นคำนิยามที่นักวิชาการด้านสังคมศาสตร์และนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์บางคนตั้งขึ้นเพื่อนิยามการปกครองของประเทศไทยในสมัยที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีพื้นฐานเป็นประชานิยม มีคนรวยจำนวนมากได้ประโยชน์จากนโยบายต่าง ๆ นำไปสู่ความนิยมจนเป็นฐานเสียงในการเลือกตั้ง ทำให้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งทุกครั้ง จนสามารถบริหารประเทศได้ด้วยเสียงของพรรคเดียว บ้างก็เรียกแบบการปกครองนี้ว่า "ทักษิณาธิปไตย" "ทรราชเสียงข้างมาก" และ "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์จากการเลือกตั้ง" ซึ่งบางส่วนมาจากคำจำกัดความของระบอบทักษิณ[1] ซึ่งได้เป็นการเพิ่มความชอบธรรมให้กับการขับไล่ทักษิณ ชินวัตรให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2548-2549 อย่างไรก็ตาม คำว่า"ระบอบทักษิณ"นี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการขับไล่ นาย ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น[ต้องการอ้างอิง]

คำจำกัดความ

ระบอบทักษิณ เป็นคำที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณสร้างขึ้นมา เพื่อชี้นำให้มวลชนคล้อยตามว่าเป็นระบอบการปกครองหนึ่ง ที่เป็นภัยต่อสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการผูกขาดอำนาจในสภา การทุจริตคอรัปชั่น การเอื้อประโยชน์พวกพ้อง การขายรัฐวิสาหกิจ[ต้องการอ้างอิง] แต่ในความเห็นอีกด้านหนึ่ง เป็นการนำประโยชน์มาสู่มวลชนระดับล่างทั้งด้านรายได้ การได้รับบริการทางสาธารณะสุขของผู้มีรายได้น้อย สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศไทยได้จนพ้นจากสภาวะเกือบล้มละลาย แม้จะเป็นการแค่ผลพลอยได้จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นแต่สุเทพ ก็ได้โฆษณาว่าตนเป็นผู้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จนนำมาซึ่งความนิยมจากคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง และนำมาซึ่งการใช้อำนาจเสียงข้างมากพยายามแก้ไขกฎหมายที่ขัดกับหลักการและรัฐธรรมนูญจึงนำมาซึ่งความไม่พอใจของประชาชนทั่วประเทศ จนต้องหาทางต่อสู้ด้วยรูปแบบการชุมนุมประทวงเพื่อให้ระบอบทักษิณหมดไป[ต้องการอ้างอิง]

เกษียร เตชะพีระ เป็นผู้ให้นิยามคำว่าระบอบทักษิณ โดยนิยามว่าเป็นระบอบอาญาสิทธิทุนนิยมจากการเลือกตั้ง (elected capitalist absolutism) โดยคำนิยามดังกล่าวสามารถแยกอธิบายองค์ประกอบออกเป็นสองส่วนคือ

  1. มีลักษณะสมบูรณาญาสิทธิทุนในแง่การใช้อำนาจการเมือง
  2. มีหัวหน้าฝ่ายบริหารทางการเมืองของชนชั้นนายทุน[2]ดร.ธีระยุทธ์ บุญมี ผู้ตั้งชื่อ ระบอบทักษิณ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลังจากนั้นได้มีการพยายามให้นิยามกับคำว่าระบอบทักษิณอีกหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น ในความคิดของแก้วสรร อติโพธิได้ให้คำจำกัดความไว้ 4 ข้อ ดังนี้

  1. ยักยอกรัฐธรรมนูญ ยึดครองประชาธิปไตย การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้มีความสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวพันธ์หรือมีผลประโยชน์แอบแฝงเพื่อหมู่คณะของตนเอง
  2. หลงใหลทุนนิยมใหม่จนลืมประเทศชาติ สร้างกระแสระบบทุนนิยมโดยลืมความเป็นรากเหง้าความเป็นไทย
  3. ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงจำนวนมากมายไม่ได้แก้ไข ทำผลธุรกิจแอบแฝง
  4. ทำให้บ้านเมืองสิ้นความสงบสุข เป็นตัวการในการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในประเทศชาติ[3]

นักวิชาการบางคนเรียกระบอบทักษิณว่าเป็นระบบเผด็จการโดยเสียงข้างมาก เนื่องจากเป็นลักษณะการบริหารประเทศที่มีแนวโน้มรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ[4]

สาเหตุของการกล่าวหา

กลุ่มที่พยายามล้มล้างระบอบทักษิณ มีข้อกล่าวหาหลายประการ เช่น

ซึ่งกลุ่มเครือข่ายประชาสังคม "หยุดระบอบทักษิณ" ใช้อ้างเป็นเหตุผลในการขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย[ต้องการอ้างอิง]

  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • การปกปิดข้อมูลข่าวสาร
  • การทำผิดจริยธรรม "ความผิดพลาดโดยสุจริต"
  • การออกแบบนโยบายมีจุดอ่อน
  • มีความร่ำรวยผิดปกติ
  • การทำการค้าเสรีโดยที่ไทยเสียผลประโยชน์
  • ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
  • การแปรรูปรัฐวิสาหกิจแบบเอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกพ้อง
  • การออกนโยบายประชานิยมเป็นจำนวนมาก

ส่วนกลุ่มที่สนับสนุนทักษิณ ได้แก่กลุ่ม นปช.เสื้อแดง ซึ่งเรียกตัวเองว่า "ไพร่" โดยใช้เหตุผลในการตั้งกลุ่มว่า การพยายามโค่นล้มทักษิณ[ต้องการอ้างอิง] เพราะมีผู้อยู่เบื้องหลังซึ่งเรียกว่า "อำมาตย์" ซึ่งพยายามใส่ร้าย ป้ายสี ให้มวลชนเชื่อว่า ทักษิณ เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง] เมื่อข้อกล่าวหาทั้งหมดของทักษิณได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม มีความขัดแย้งทางความคิดจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับหลักฐานที่เอาผิดได้ มีบางคดีซึ่งถูกตัดสินให้ผิด แต่ฝ่ายที่สนับสนุนทักษิณไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับในคำตัดสินอันสิ้นสุดของศาล เนื่องจากเห็นว่าการตัดสินคดีดังกล่าวเป็นการตัดสินโดยกลุ่มที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และเป็นการตัดสินภายหลังจากการทำรัฐประหาร[ต้องการอ้างอิง] ซึ่งจนถึงปัจจุบันอดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้ยังคงหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่กลับประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามที่ตนได้กล่าวอ้าง[ต้องการอ้างอิง]

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, พระผู้ทรงปกเกล้าฯ ประชาธิปไตย : ๖๐ ปีสิริราชสมบัติกับการเมืองการปกครองไทย, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2549, หน้า 202
  2. เกษียร เตชะพีระ, "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากการเลือกตั้ง", มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2546. อ้างอิงตาม เกษียร เตชะพีระ, "ระบอบทักษิณ", ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มค-มีค 2547.
  3. คำจำกัดความและรายละเอียดของระบอบทักษิณ โดย อ.แก้วสรร อติโพธิ
  4. รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, พระผู้ทรงปกเกล้าฯ ประชาธิปไตย : ๖๐ ปีสิริราชสมบัติกับการเมืองการปกครองไทย, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2549, หน้า 202
  5. คำสั่งศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาฯ
  6. ประมวลข่าว ลิ่วล้อเคลื่อนพล-ระดมฟ้อง"สนธิ"หมิ่นฯ! และกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานในพิธีทำบุญประเทศ ภายในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

แหล่งข้อมูลอื่น

ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2548-2553

การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย