ข้ามไปเนื้อหา

เรืองโรจน์ มหาศรานนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรืองโรจน์ มหาศรานนท์
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2548  30 กันยายน พ.ศ. 2549
(11 เดือน 29 วัน)
ก่อนหน้าพลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
ถัดไปพลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด28 มีนาคม พ.ศ. 2489 (80 ปี)
พรรคการเมืองพลังประชาชน (2550–2551)
คู่สมรสรัตนาภรณ์ มหาศรานนท์
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ ไทย
สังกัด กองทัพไทย
 กองทัพบกไทย
ประจำการพ.ศ. 2511 - พ.ศ. 2549
ยศ พลเอก
พลเรือเอก
พลอากาศเอก
บังคับบัญชาผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ผ่านศึกการก่อการกำเริบคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

พลเอก เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ (เกิด 28 มีนาคม พ.ศ. 2489) อดีตนายทหารและนักการเมืองชาวไทย อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตนายทหารราชองครักษ์พิเศษ[1]

ประวัติ

[แก้]

พล.อ. เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2489 มีชื่อเล่นว่า "ต๋อย" บุตร ร.ต.ท. ระดม มหาศรานนท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา[2] มีพี่ชายชื่อ นายเรืองเดช มหาศรานนท์ เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา

พล.อ. เรืองโรจน์ สมรสกับ ผศ. รัตนาภรณ์ มหาศรานนท์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ นายเดชอุดม มหาศรานนท์ และบุตรสาว 1 คน

การศึกษา

[แก้]

พล.อ. เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ต่อมาได้สอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2505 หลังจากนั้นได้เข้ารับการศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และจบออกรับราชการเป็นร้อยตรี ในเหล่าทหารราบเมื่อ พ.ศ. 2511

การทำงาน

[แก้]

ราชการทหาร

[แก้]

ในตอนต้นของชีวิตราชการได้ปฏิบัติราชการในกรมผสมที่ 5 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ภาคใต้ และต่อมาได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในสังกัด กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ กรุงเทพมหานคร

หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2522 ได้ไปปฏิบัติราชการเพื่อปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุงของกองพลทหารราบที่ 3 ต่อจากนั้น ได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่เป็น ฝ่ายเสนาธิการประจำตัวของ พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

ได้รับพระราชทานยศ "พลตรี" ในตำแหน่ง เสนาธิการกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2534 ต่อมาได้ยศ พลโท ในตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำ เสนาธิการทหาร พล.อ. มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ทำให้ได้สะสมประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาระดับสูงของกองทัพไทยเพิ่มขึ้น

พล.อ. เรืองโรจน์ได้รับความไว้วางใจในเวลาต่อมา ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดบัญชีทหาร ในช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ และมีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการด้านงบประมาณของกองทัพไทย จนผ่านอุปสรรคมาได้ เป็นเวลาถึง 3 ปี ก่อนที่จะได้รับยศเป็น "พลเอก" ในตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เมื่อ พ.ศ. 2543 หน่วยนี้ก่อตั้งมากว่า 43 ปี และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกองทัพไทยที่มีบทบาทในการพัฒนาชนบทเพื่อส่งเสริมความกินดีอยู่ดีของประชาชนและขจัดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การแตกแยกทางความคิดของประชาชนซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการดำรงความมั่นคงของชาติ

พล.อ. เรืองโรจน์ได้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นเวลา 3 ปี และได้ริเริ่มปรับทิศทางการพัฒนาเพื่อจัดระเบียบตามแนวชายแดน เพื่อให้ชุมชนชายแดนร่วมเป็นปราการในการป้องกันประเทศ แนวความคิดดังกล่าวนี้ยังเป็นแนวความคิดที่ยังใช้ได้มาจนถึงปัจจุบัน

พล.อ. เรืองโรจน์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาโดยตรงแก่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 และดำรงตำแหน่งจนเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน ปีถัดมา

การเมือง

[แก้]

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 หลังจากที่ประชุมสมาชิกเดิมของพรรคไทยรักไทย มีมติให้ ส.ส. เก่าของพรรค สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน เพื่อดำเนินการทางการเมืองต่อไป พลเอกเรืองโรจน์ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย และได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 และต่อมาได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี[3]

รัฐประหาร

[แก้]

ในเหตุการณ์การรัฐประหารในคืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พล.อ. เรืองโรจน์ถูกแต่งตั้งโดยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ให้เป็นผู้อำนวยการควบคุมสถานการณ์ แต่ทว่าคำสั่งนี้ไม่อาจปฏิบัติได้ เนื่องจากกองกำลังของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ควบคุมสถานการณ์ที่กองบัญชาการทหารสูงสุดไว้ได้แล้ว ต่อมา พล.อ. เรืองโรจน์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา คปค. และรองกรรมการคณะกรรมการคณะกรรมการกำกับดูแลการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยตำแหน่งหลังแต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554 แต่งตั้งโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า คปค.[4] และดำรงตำแหน่งนี้จนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

ต่างประเทศ

[แก้]
  •  สิงคโปร์:
    • พ.ศ. 2550 – เครื่องอิสริยาภรณ์อุตมะ บักติ เจเมอร์ลัง (เท็นเทรา)[9]

อ้างอิง

[แก้]
  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/013/T_0001.PDF
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-08-04. สืบค้นเมื่อ 2016-04-20.
  3. "เปิดชื่อ 109 กก.บริหาร "พปช.-ชาติไทย-มัชฌิมาฯ" ถูกยุบ-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-08-18. สืบค้นเมื่อ 2011-06-10.
  4. "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-10-25. สืบค้นเมื่อ 2011-09-24.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๒๕ ข หน้า ๒, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๓
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2015-09-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๔ ตอนที่ ๒๗ ข หน้า ๑๑, ๓ ธันวาคม ๒๕๔๐
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๘๙ ตอนที่ ๙๙ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๗, ๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๕
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๑๐๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑๙, ๓๐ มิถุนายน ๒๕๓๒
  9. 1 2 "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-11-11. สืบค้นเมื่อ 2022-11-11.

ดูเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  • กองบรรณาธิการมติชน. รัฐประหาร 19 กันยา 49 เรียบแต่ลึก. กรุงเทพฯ : มติชน, 2549. ISBN 947-323-851-4