เกรียงยศ สุดลาภา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เกรียงยศ สุดลาภา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 มกราคม พ.ศ. 2509 (53 ปี)
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ถาวร เสนเนียม) อดีตรองโฆษกกรุงเทพมหานคร ในสมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหลังจากรัฐประหารในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2557เกรียงยศ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท)โดยแต่งตั้งให้เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ)ให้ดูแลทางด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท)ในรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช)

ประวัติ[แก้]

นายเกรียงยศ สุดลาภา เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2509 (53 ปี) เป็นบุตรของนายเชาวน์วัศ สุดลาภา อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 7 และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และด้านครอบครัวเกรียงยศ สุดลาภา มีบุตรชาย2คนคือนายพศุตม์ สุดลาภาและเด็กชายณภดล สุดลาภา นายเกรียงยศ สุดลาภา เรียนจบการศึกษาระดับชั้นประถมที่โรงเรียนเซ็นคาร์เบียล ระดับมัธยมที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และจากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีอาร์ต กราฟิก ดีไซต์ ที่เมืองชิคาโกประเทศสหรัฐอเมริกา และจบระดับปริญญาโทด้านสื่อและการบริหาร ที่ Art and Media management Columbia College Chicago เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา และกลับมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทเพิ่มอีก คือปริญญาโทจากคณะรัฐศาสตร์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)ที่ประเทศไทย เกรียงยศเริ่มเข้าเส้นทางการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์โดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองโฆษกกรุงเทพมหานคร ดูแลกิจการในก.ท.ม และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี และหลังจากเกิดการรัฐประหารในปีพ.ศ. 2557 เกรียงยศได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท)และเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ)ดูแลด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) และต่อมาเมื่อวันที่1ก.ค ปีพ.ศ2561เกรียงยศได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครโดยพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยปัจจุบัน

ด้านการศึกษา[แก้]

งานการเมือง[แก้]

นายเกรียงยศ สุดลาภา เข้าเวทีการเมืองครั้งแรกโดยการได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รองโฆษก กรุงเทพมหานคร (ดูแลด้านกิจการกรุงเทพมหานคร) ในสมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเคยสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบแบ่งเขตในเขตเลือกตั้งที่ 6 กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ได้เพียงลำดับที่ 4และได้ลงเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อในนามพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งในปีพ.ศ. 2554 อยู่ในลำดับที่ 68 [1]

ในปี พ.ศ. 2551 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ[2]

นายเกรียงยศ สุดลาภา เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนนายทิวา เงินยวง ในการเลือกตั้งซ่อม เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2553 แต่สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ เป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้ง[3] ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[4] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และในวันที่ 5 ตุลาคม พศ. 2558 นายเกรียงยศ สุดลาภา ได้รับการแต่งตั้งโดย คสช.ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)[5] และดำรงตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ)ให้ดูแลทางด้านการปกครองท้องถิ่นในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท) และในวันที่27มิถุนายน พ.ศ. 2561ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แต่งตั้งให้มีผลตั้งแต่วันที่1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

บทความวิชาการ[แก้]

  • การนำนโยบายศูนย์จัดตั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลไปปฏิบัติ :กรณีศูนย์ถ่ายทอดการศึกษาเทคโนโลยี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ปชป.-พท."ฐานคะแนน กทม.สูสี เลือกซ่อมเขต 6 "วัดกันที่กระแส"
  2. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (นายเกรียงยศ สุดลาภา และนายสุกิจ ก้องธรนินทร์)
  3. องอาจเผยชื่อ5คนปชป.คัดลงชิงส.ส.แทนทิวา
  4. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เล่ม 132 ตอน 239 ง พิเศษ หน้า 3 5 ตุลาคม 2558
  6. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2553
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2552
  8. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 21ข3 ธันวาคม 2548