พรรคประชาชน (พ.ศ. 2567)
พรรคประชาชน | |
|---|---|
| หัวหน้า | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ |
| เลขาธิการ | พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ |
| เหรัญญิก | ชุติมา คชพันธ์ |
| นายทะเบียนสมาชิก | ณัฐวุฒิ บัวประทุม |
| กรรมการบริหาร | สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา |
| คติพจน์ | โดยประชาชน เพื่อประชาชน สร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน |
| ก่อตั้ง | พรรคถิ่นกาขาว 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555 (6 ปี 3 เดือน 23 วัน) พรรคประชาชน 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567 (2 ปี 2 เดือน 7 วัน) |
| ก่อนหน้า | พรรคก้าวไกล |
| ที่ทำการ | เลขที่ 167 ชั้นที่ 4 ซอยรามคำแหง 42 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 |
| สถาบันนโยบาย | ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต |
| สมาชิกภาพ (ปี 2569) | 112,094 คน[1] |
| อุดมการณ์ |
|
| จุดยืน | ซ้ายกลาง[2][3][4][5] |
| สี | สีส้ม |
| เพลง | เพลงประชาชน (2567) |
| สภาผู้แทนราษฎร | 120 / 500
|
| สภากรุงเทพมหานคร | 22 / 50
|
| นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด | 1 / 76
|
| สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด | 136 / 1,000
|
| นายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง | 5 / 221
|
| นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล | 9 / 2,245
|
| เว็บไซต์ | |
| peoplesparty.or.th | |
| ธงประจำพรรค | |
| การเมืองไทย รายชื่อพรรคการเมือง การเลือกตั้ง | |
พรรคประชาชน (อังกฤษ: People's Party; ย่อ: ปชน.[6]) เป็นพรรคการเมืองไทย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2555 ในชื่อ พรรคถิ่นกาขาว ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ในปี พ.ศ. 2561 และเปลี่ยนชื่อให้เป็น พรรคประชาชน ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เพื่อรองรับอดีตสมาชิกจากพรรคก้าวไกลที่ถูกยุบจากคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2567 ในทางพฤตินัย พรรคประชาชนถือเป็นพรรคการเมืองที่มีวิวัฒนาการมาจากพรรคอนาคตใหม่มาเป็นลำดับที่สาม ปัจจุบันณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นหัวหน้าพรรค และพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค
ประวัติ
[แก้]ยุคพรรคถิ่นกาขาว
[แก้]
พรรคนี้ก่อตั้งขึ้นในชื่อ พรรคถิ่นกาขาว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เป็นลำดับที่ 9/2555 โดยมี วิบูลย์ แสงกาญจนวนิช และ อำไพ กาฬพันธ์ เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนแรกตามลำดับ โดยนโยบายสำคัญของพรรคถิ่นกาขาวคือ การบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และการตั้งกระทรวงพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม โดยการแปรสภาพจากกระทรวงวัฒนธรรม และโอนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจากสำนักนายกรัฐมนตรีมารวมด้วย
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 พรรคถิ่นกาขาวส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 4 คน แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นถูกระบุให้เป็นโมฆะ[7]
ต่อมาในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559 วิบูลย์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคเสียชีวิตลง ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลือพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ
ยุคพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล
[แก้]
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 พรรคถิ่นกาขาวได้จัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2561 เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคด้วยการร่างข้อบังคับขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคเป็น พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของพรรค รวมถึงมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวนทั้งหมด 25 คน ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือก ชุมชฎาธาร หาญณรงค์ อดีตรองหัวหน้าพรรคถิ่นกาขาว เป็นหัวหน้าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และ จุฑามาศ ปลอดดี เป็นเลขาธิการพรรค[8]
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนทั้งหมด 13 คน โดยในครั้งนี้พรรคได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนพอสมควร เนื่องจาก ลลิตา สิริพัชรนันท์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลต้องการคะแนนเสียง สส. ทั้งหมดจากพุทธศาสนิกชน ซึ่งมีจำนวน 95% ของชาวไทยทั้งหมด[9] อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลได้รับคะแนนเสียงรวมเพียง 5,561 คะแนนเท่านั้น ส่งผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้คะแนนไม่เพียงพอที่จะได้รับการเลือกตั้ง
ต่อมาในช่วงกลางปี พ.ศ. 2567 หลังจากเริ่มมีกระแสข่าวคาดการณ์จากสื่อมวลชนว่าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลจะเป็นพรรคสำรองให้สมาชิกจากพรรคก้าวไกลย้ายมาสมัครสมาชิกในกรณีที่พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคจากคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2567 นายตุลย์ ตินตะโมระ หัวหน้าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ได้ทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม และคณะกรรมการบริหารพรรคได้รับทราบหนังสือลาออกข้างต้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะในวันดังกล่าว[10]
พรรคประชาชน
[แก้]
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลจากคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2567 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ในวันรุ่งขึ้น (8 สิงหาคม) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากอดีตพรรคก้าวไกลที่ยังเหลืออยู่ในขณะนั้นทั้ง 143 คน ได้ย้ายมาสมัครสมาชิกพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลตามการคาดการณ์ของสื่อมวลชน[11] อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้นสื่อมวลชนคาดการณ์ไว้เบื้องต้นว่าเป็นศิริกัญญา ตันสกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลฝ่ายนโยบาย[12][13] แต่ต่อมามีผู้เสนอชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตรองเลขาธิการพรรคก้าวไกลฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน ทีมแกนนำยุทธศาสตร์จึงประชุมกันเป็นการเร่งด่วน ก่อนมีมติให้เสนอชื่อณัฐพงษ์ จากนั้นมีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ระหว่างศิริกัญญากับณัฐพงษ์ และที่ประชุมมีมติให้เลือกณัฐพงษ์เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่[14] พร้อมกันนั้น ยังได้มีการหารือเปลี่ยนชื่อพรรคไปในคราวเดียวกัน[15]

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม มีการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2567 ของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลที่อาคารไทยซัมมิท ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่ในอดีต เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคด้วยการร่างข้อบังคับขึ้นใหม่ทั้งฉบับ โดยเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น พรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นการใช้ชื่อพรรคนี้เป็นครั้งที่ 5 ต่อจาก พ.ศ. 2490, พ.ศ. 2499, พ.ศ. 2531 และ พ.ศ. 2541[16] นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ รวมทั้งที่ทำการพรรค โดยเปลี่ยนมาใช้อาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นอดีตที่ทำการพรรคก้าวไกล เป็นที่ทำการของพรรคประชาชน และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยปรับลงเหลือจำนวน 5 คน ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำสุดที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนด โดยนอกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 4 ตำแหน่ง คือ ศรายุทธิ์ ใจหลัก ผู้อำนวยการพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลในอดีต และเพื่อนสนิทของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และชัยธวัช ตุลาธน เป็นเลขาธิการพรรค[17], ชุติมา คชพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค, ณัฐวุฒิ บัวประทุม อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลฝ่ายกฎหมาย เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค และ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลฝ่ายกิจการสภา เป็นกรรมการบริหารพรรค[18] ขณะที่ตำแหน่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกรรมการบริหารพรรค เป็นตำแหน่งเดิมจากที่เคยดำรงตำแหน่งในพรรคก้าวไกลทั้งหมด ประกอบด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล เป็นรองหัวหน้าพรรค[19] และ พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค
หลังการประชุมดังกล่าว ณัฐพงษ์กล่าวว่าพรรคจะสานต่อนโยบายของพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล ซึ่งรวมถึงการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในลักษณะที่รัดกุมมากขึ้น อีกทั้งยังตั้งเป้าหมายชนะการเลือกตั้งทั่วไปและเป็นรัฐบาลพรรคเดียวภายในปี พ.ศ. 2570[20] เขายังกล่าวว่าจะหารือภายในพรรคเกี่ยวกับการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ที่อาจเสนอมากกว่า 1 คนด้วย[21] อนึ่ง ในคืนวันเปิดตัวพรรค มียอดผู้สมัครสมาชิกมากกว่า 20,000 คน และเงินบริจาคมากกว่า 10 ล้านบาท[22][23]
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พรรคประชาชนได้จัดกิจกรรมรับสมัครสมาชิกพรรคแบบออฟไลน์เป็นครั้งแรกทั่วประเทศ โดยมีจุดหลักที่ลานหน้าอาคารสเตเดียม วัน โดยในวันดังกล่าวพรรคประชาชนได้รับยอดเงินบริจาครวมมากกว่า 20 ล้านบาท[24] วันเดียวกัน ณัฐพงษ์ได้ประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต 1 แทนตำแหน่งที่ว่างของปดิพัทธ์ สันติภาดา[25] ที่ถูกตัดสิทธิเป็นเวลา 10 ปี[26][27] ในวันที่ 15 กันยายน คือ ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์[28][29] และประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ในวันที่ 1 กันยายน[30] คือ ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์[31]
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองการเปลี่ยนชื่อพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลเป็นพรรคประชาชน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ข้อบังคับ และกรรมการบริหารพรรคดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันประชุมใหญ่คือวันที่ 9 สิงหาคม นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงคำร้องเรียนเรื่องโลโก้พรรคไว้ว่า รายละเอียดและความหมายที่พรรคต้องการสื่อแตกต่างกับโลโก้ของพรรคที่ถูกยุบไป (พรรคอนาคตใหม่ และ พรรคก้าวไกล) แม้จะมีภาพรวมเป็นสามเหลี่ยมคว่ำสีส้มเหมือนกับสองพรรคดังกล่าวก็ตาม[32] และประกาศนายทะเบียนพรรคได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 กันยายน[10]
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 และ 22 กันยายน พรรคประชาชนได้จัดสัมมนาพรรคและประชุมลับเป็นการภายใน โดยมีวาระสำคัญเป็นการจัดกระบวนทัพในการต่อสู้ทางการเมืองใหม่ของพรรค โดยปรับโครงสร้างพรรคจากเดิมที่กรรมการบริหารพรรคทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ตามภาค เนื่องจากมีการลดทอนตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคจาก 10 คน เหลือ 5 คน ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำสุดที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนด เพื่อลดช่องว่างหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง[33] โดยเมื่อวันที่ 22 กันยายน พรรคประชาชนได้แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคจำนวน 7 คน และเลือกตั้งรองเลขาธิการพรรคอีกจำนวน 12 คน[34]
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568 มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนที่โรงแรม ดิ ไอเดิล โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของพรรค งบการเงิน และแก้ไขข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับการทำงาน รวมถึงวางแนวทางการทำงาน 3 เรื่อง คือ 1. การสร้างพรรคให้เข้มแข็ง เช่น การเพิ่มจำนวนสมาชิกพรรค การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค การวางโครงสร้างพรรคให้ยึดโยงกับสมาชิกโดยการเลือกตั้งตัวแทนพรรค 3 ระดับ และการสร้างรายได้พรรคที่มีที่มาจากประชาชน 2. การเปิดหลักสูตรอบรมผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค 3. สร้างนโยบายที่ตอบโจทย์สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569[35]
ต่อมาเมื่อวันที่ 24–26 เมษายน พ.ศ. 2569 มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนที่โรงแรมเมเปิล เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลงานของพรรคในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ทำให้ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลงอีก 1 ตำแหน่ง ซึ่งประชุมได้มีมติเลือก สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นกรรมการบริหารพรรคทดแทน[36]
บทบาททางการเมือง
[แก้]ยุคเศรษฐาและแพทองธาร
[แก้]วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567 พรรคประชาชนออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยถอดถอนเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยข้อหาขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง[37] สองวันถัดมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแทนเศรษฐา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชนลงมติไม่เห็นชอบให้แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเสียงเดียวกันทั้ง 143 คน[38]
ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการลงมติเห็นชอบร่าง "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 25) พ.ศ. ...." หรือร่างกฎหมายไม่ตีเด็ก ซึ่งพรรคประชาชนเป็นผู้เสนอในวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ร่างกฎหมายของพรรคประชาชนผ่านมติของสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่มีร่างกฎหมายของพรรคอื่นมาประกบ[39]
ต่อมาวันที่ 4 พฤศจิกายน พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้แถลงข่าวความคืบหน้าการทำงานในสภาและการผลักดันกฎหมายโดยพรรคประชาชน โดยเขาได้ระบุว่าในสมัยแรกไม่มีการพิจารณากฎหมายสักฉบับ สมัยที่สองมีการพิจารณา 14 ฉบับโดยมี 3 ฉบับผ่านมาได้ เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม ส่วนปีที่สองของสมัยที่หนึ่ง มีกฎหมายที่สภาเห็นชอบผ่านทั้ง 3 วาระ 11 ฉบับ เช่น ชุดกฎหมายเกี่ยวกับอุดมศึกษา กฎหมายไม่ตีเด็ก และกฎหมายยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับชายแดนใต้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่พรรคประชาชนในสภาได้พยายามทำที่ผ่านมาคือการวางบทบาทใหม่ของฝ่ายค้าน ในส่วนของบทบาทเชิงรับที่ประชาชนคาดหวังให้ฝ่ายค้านทำอยู่แล้วในการตรวจสอบรัฐบาล จากพรรคก้าวไกลสู่พรรคประชาชน ยังคงทำงานอย่างเต็มที่เหมือนในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ไม่มีการอ่อนข้อ มีความเข้มข้นเท่าเดิม ทั้งการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 การอภิปราย พระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี กระทู้สดทุกสัปดาห์ กลไกกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ในส่วนบทบาทฝ่ายค้านเชิงรุก พรรคพยายามวางบทบาทในการนำทางและเสนอแนะรัฐบาลในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำแต่เห็นว่าควรจะทำ กลไกที่สำคัญและทำให้ข้อเสนอมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นคือการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย เป็นการฉายภาพพิมพ์เขียวประเทศไทยในแบบของพรรคประชาชน โดยคนจำนวนมากตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน เสนอกฎหมายไปจะได้อะไร ซึ่งทางพรรคเห็นว่าการเสนอกฎหมายของพรรคมี 3 วัตถุประสงค์ คือ
- Legislative change การแก้กฎหมายให้สำเร็จจริง ๆ ร่างกฎหมายหลายร่างที่พรรคประชาชนเสนอไปนั้นสอดคล้องกับ 300 นโยบายที่นำเสนอประชาชนไปเมื่อตอนเลือกตั้ง ถ้าประสบความสำเร็จในการผลักดันก็เหมือนการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนแม้ไม่ได้เป็นรัฐบาล
- Agenda setting การกำหนดวาระของรัฐบาล การที่พรรคประชาชนได้ยื่นร่างกฎหมายเข้าไปทำให้รัฐบาลต้องมาคุยและขบคิดหาทางออกในประเด็นที่มีความสำคัญ พิจารณาว่าต้องได้รับการแก้ไขอย่างไร และแม้รัฐบาลจะไม่ได้มีข้อเสนอที่ตรงกับพรรคประชาชน แต่ถ้ารัฐบาลยื่นร่างกฎหมายเข้ามาประกบและแก้ไขปัญหาได้บางส่วน ก็เป็นความสำเร็จในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
- Winning hearts and minds การทำงานเชิงความคิดกับสังคม แม้ร่างกฎหมายที่เสนอไปไม่ผ่านความเห็นชอบในสภาชุดนี้ แต่การใช้พื้นที่สภาเพื่ออธิบายกับสังคมว่าทำไมการแก้กฎหมายดังกล่าวเป็นประโยชน์ ทำให้ประชาชนเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่พรรคประชาชนพยายามนำเสนอมากขึ้น
เมื่อย้อนในสถิตใน 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา จะเห็นว่าพรรคประชาชนได้เสนอร่างกฎหมายรวม 84 ฉบับ โดยมี 25 ฉบับที่ถึงห้องประชุมสภาและมีการลงมติ (อย่างน้อยในวาระที่ 1) แล้ว และ 59 ฉบับที่สภาฯ ยังไม่เคยมีการลงมติทางใดทางหนึ่ง โดยทั้งหมดยังแบ่งออกได้เป็น
- ร่างกฎหมายที่ผ่านการเห็นชอบทั้ง 3 วาระแล้ว 5 ร่าง เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มกราคม 2568, กฎหมายไม่ตีเด็ก ซึ่งเป็นการเสนอโดยพรรคฝ่ายค้านและผ่านความเห็นชอบของสภามาได้โดยไม่มีกฎหมายจากคณะรัฐมนตรีหรือพรรครัฐบาลมาประกบ
- ร่างกฎหมายที่สภาลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ไปแล้ว อยู่ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ 11 ร่าง แต่ละร่างอาจมีเนื้อหาบางส่วนแตกต่างกันบ้าง พรรคต้องพยายามผลักดันต่อในชั้น กมธ. เช่น ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ที่สภารับหลักการรวมกัน 7 ฉบับ, พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ที่มีการรับหลักการไปทั้งหมด 3 ฉบับ
- ร่างกฎหมายที่สภาลงมติไม่รับหลักการเป็นผลให้ตกไป 9 ร่าง แต่มีหลายร่างที่พรรคประชาชนยังเห็นว่าประสบความสำเร็จในการกระตุ้นความสนใจของรัฐบาลหรือสังคม เช่น สุราก้าวหน้า ที่สภาลงมติไม่เห็นชอบร่างของพรรคประชาชนในวาระที่ 1 แต่อย่างน้อยทำให้มีร่างประกบจากพรรครัฐบาลสองฉบับที่ผ่านความเห็นชอบวาระ 1 ไปได้ หรือ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบกที่เสนอกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นในการกำหนดเส้นทางรถเมล์-อัตราค่าโดยสาร ซึ่งแม้ไม่ผ่านสภาแต่ก็สร้างความตื่นตัวในสังคมระดับหนึ่ง ให้เห็นถึงความจำเป็นในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเรื่องขนส่งสาธารณะมากขึ้น
- ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างเข้าคิวในระเบียบวาระการประชุม 41 ฉบับ รวมถึงร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีมีการดึงไปศึกษา 60 วัน และส่งกลับมาที่สภาฯ (เช่น พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม, พระราชบัญญัติล้มละลาย) และร่างที่คาดว่าจะถูกพิจารณาไม่นานหลังสภาฯกลับมาเปิดสมัยประชุม (เช่น พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า, พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม)
- ร่างกฎหมายที่มีการตีความว่าเป็นร่างการเงิน ถูกส่งไปที่นายกรัฐมนตรีแล้วแต่ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะรับรองหรือไม่ 11 ฉบับ ซึ่งพรรคประชาชนหวังว่าก่อนเปิดสมัยประชุมสภากลับมานายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจได้ว่าจะรับรองร่างดังกล่าวหรือไม่
- ร่างกฎหมายที่มีการตีความว่าเป็นร่างการเงินที่นายกรัฐมนตรีในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ได้ตัดสินใจไม่รับรองและตกไปแล้ว 7 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ, พระราชบัญญัติถนน, พระราชบัญญัติยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ซึ่งพรรคประชาชนกำลังพิจารณาว่าเมื่อมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีแล้ว ควรจะลองยื่นร่างเหล่านี้สู่การพิจารณาอีกครั้งหรือไม่
พริษฐ์ยังกล่าวอีกว่าข้อสังเกตสำคัญคือแม้หลายคนมักเชื่อว่าพรรคประชาชนเสนอกฎหมายอะไรไปก็ตกอยู่ดี แต่จากสถิติแล้วร่างกฎหมายของพรรคประชาชนที่สภาลงมติเห็นชอบมีถึง 16 ร่าง ขณะที่มี 9 ร่างที่สภาไม่เห็นชอบ ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ากฎหมายที่พรรคประชาชนเสนอเข้าไปไม่แน่เสมอไปว่าจะถูกปัดตก และการเสนอกฎหมายของพรรคประชาชนยังมีความสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงแม้วันนี้พรรคจะเป็นแค่ฝ่ายค้าน[40]
ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน พรรคประชาชนนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในนามพรรคประชาชนจำนวน 12 คน ประกอบด้วย เชียงใหม่, ลำพูน, มุกดาหาร, หนองคาย, ตราด, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, พังงา, สงขลา, สมุทรสงคราม, สมุทรปราการ และนนทบุรี พร้อมนำเสนอชุดนโยบาย 5 ด้าน ดังนี้
- น้ำประปาดื่มได้ น้ำเกษตรทั่วถึงตลอดปี
- ขนส่งมวลชน ถนนทั่วถึง รถเมล์ตรงเวลา
- สาธารณสุขบริการทั่วถึง อยู่ไหนก็ใกล้หมอ
- อบจ. โปร่งใส ทำงานไว รับใช้ประชาชน
- โรงเรียนคุณภาพ สอนทักษะอนาคตเรียนไปได้ใช้จริง
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเองมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และภาคภูมิใจ โดยว่าที่ผู้สมัครนั้นมีประสบการณ์การทำงานท้องถิ่น มีความรู้ ความสามารถ และความพร้อมที่จะเข้าไปทำงานให้กับประชาชนได้ทันที สิ่งหนึ่งที่พรรคประชาชนสื่อสารมาโดยตลอดคือมีเจตนารมณ์ในการอาสาลงรับสมัครเลือกตั้งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง การเมืองในระดับประเทศพรรคประชาชนผลักดันเรื่องกระจายอำนาจ ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ใช่เฉพาะโครงสร้าง แต่เป็นในระดับฐานราก โดยชุดนโยบาย 5 ด้านนั้นเป็นนโยบายที่ว่าผู้สมัครศึกษามาเป็นแรมเดือนแรมปี ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะเป็นนโยบายที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ในฐานะพรรคประชาชนที่อาสามาสร้างความเปลี่ยนแปลงขอพูดให้ชัดว่า ภารกิจของรัฐบาลส่วนกลาง ภารกิจของพรรคการเมืองระดับประเทศ คือ การกำหนดเป้าหมาย กำหนดภารกิจให้ชัดเจนว่าเข้าสู่อำนาจรัฐเพื่ออะไร ซึ่งพรรคประชาชนมีภารกิจที่ชัดเจนคือสร้างความเป็นอยู่ให้กับประชาชนผ่านนโยบาย 5 ด้านพร้อมยืนยันว่า ทำได้จริงไม่มีขายฝัน ด้านศรายุทธิ์ได้กล่าวว่า กระบวนการคัดสรรผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดของพรรคประชาชนดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งได้รับการสัมภาษณ์คัดกรองและได้รับการอบรมด้านกฎหมาย การบริหารงานสาธารณะ รวมถึงการบริหารงานท้องถิ่น รวมถึงการลงพื้นที่สำรวจความต้องการของประชาชนเพื่อจัดทำร่างนโยบาย ซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขจนสามารถมั่นใจว่า นโยบายของพรรคจะสามารถปฏิบัติได้จริงไม่ใช่แค่เทคนิคการหาเสียง[41]
ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568 ได้มีการจัดกิจกรรมสภากาแฟครั้งที่ 1 “ไม่มีดีล มีแต่เดิน เดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ เพื่อเตรียมพรรคให้พร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่ดีที่สุด” โดย กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ได้เล่าถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีถัดไปนั้นว่า ในกลุ่ม 44 สส.เดิมจากพรรคก้าวไกลที่ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในปัจจุบันเป็น สส.แบบแบ่งเขต 8 คน และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 17 คน โดย เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร ประสงค์จะไม่ลงสมัครต่อ ส่วน ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะขยับไปลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อ และยังมีสมาชิกอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ อาทิ จรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี, วุฒินันท์ บุญชู สส.สมุทรปราการ, ศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด, ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี, จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา, และ ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพมหานคร ส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อ หากถูกตัดสิทธิ์ ก็จะเปิดให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่ง สส. แทน และในส่วนรายชื่อผู้ประสงค์จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งระบุได้สูงสุด 3 คนนั้น นอกจาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคเองแล้ว ในส่วนอีก 2 คนนั้น จะต้องรอให้กรรมการบริหารพรรคมีมติออกมาก่อน[42]
ดีลรัฐบาลเสียงข้างน้อยกับพรรคภูมิใจไทย
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ภายหลังการร่วงหล่นจากตำแหน่งนายกของ แพทองธาร ชินวัตร จากกรณีคลิปเสียงกับผู้นำกัมพูชา ในเดือนกันยายน 2568 จึงจำต้องหานายกคนใหม่ โดยเดิมพรรคประชาชนจะดูเงื่อนไขเพื่อไทยก่อน [43]แต่ต่อมาธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและพรรณิการ์ วานิชผู้นำของพรรค เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้อนุทินจะมีความเป็นนักเลงภูธร แต่เขาก็เป็นคนมีสัจจะ เชื่อถือได้ [44] อย่างไรก็ตามการจัดตั้งรัฐบาลข้างน้อยนับเป็นในรอบ 50 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างกลไกและอำนาจรัฐที่บิดเบี้ยว นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ จน สุจินดา คราประยูร หล่นจากตำแหน่ง ทางฝ่ายพรรคร่วมได้เสนอ สมบุญ ระหงษ์ จากพรรคชาติไทย ขณะที่ฝ่ายค้านได้เสนอ ชวลิต ยงใจยุทธ จากพรรคความหวังใหม่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้เชิญตัว ชวน หลีกภัย จาก พรรคประชาธิปัตย์ มาจัดตั้งรัฐบาลข้างน้อยเพื่อยุบสภา แต่นายชวนปฎิเสธการจัดตั้งรัฐบาลข้างน้อยเพราะจะทำให้เสถียรภาพรัฐบาลแย่และกระทบต่อความเชื่อมั่น ที่สุดอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานสภา จึงได้เสนอ อานันท์ ปันยารชุน นายกเพื่อยุบสภาตามบทเฉพาะกาล[45]
ยุคอนุทิน
[แก้] ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
เมื่อรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล จัดตั้งเรียบร้อย แกนนำคนสำคัญของส้ม อาทิ ศิริกัญญา ตันสกุล มีทีท่าเอื้ออาทร และไม่เปิดอภิปรายไว้วางใจในเดือนกันยายน 2568[46] หรือ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าประชาชน แสดงความเห็นว่าอย่าเพิ่งกล่าวหานายก เรื่องเอื้อทุนจีนเหตุเพิ่งรับตำแหน่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568[47] รวมถึง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงคดีฮั้วสว.และเขากระโตง ว่าเป็นความผิดพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ยอมจัดการตอนมีอำนาจ หากผิดจริง การรถไฟแห่งประเทศไทย คงดำเนินการฟ้องไปนานแล้ว[48]
บุคลากร
[แก้]หัวหน้าพรรค
[แก้]| ลำดับ | รูป | ชื่อ | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ |
|---|---|---|---|---|
| พรรคถิ่นกาขาว | ||||
| 1 | วิบูลย์ แสงกาญจนวนิช | 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555 | 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559 (เสียชีวิต) | |
| พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล | ||||
| 1 | ชุมชฎาธาร หาญณรงค์ | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 | 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 (เสียชีวิต) | |
| 2 | จุฑามาศ ปลอดดี | 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563 | 15 มีนาคม พ.ศ. 2566 | |
| 3 | ลลิตา สิริพัชรนันท์ | 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 | 5 เมษายน พ.ศ. 2567 | |
| 4 | ตุลย์ ตินตะโมระ | 5 เมษายน พ.ศ. 2567 | 8 สิงหาคม พ.ศ. 2567 | |
| พรรคประชาชน | ||||
| 1 | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ | 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567 | อยู่ในวาระ | |
เลขาธิการพรรค
[แก้]| ลำดับ | รูป | ชื่อ | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ |
|---|---|---|---|---|
| พรรคถิ่นกาขาว | ||||
| 1 | อำไพ กาฬพันธ์ | 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555 | 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559 | |
| พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล | ||||
| 1 | จุฑามาศ ปลอดดี | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 | 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 | |
| 2 | ชัยอนันต์ มานะกุล | 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563 | 15 มีนาคม พ.ศ. 2566 | |
| 3 | รองรักษ์ บุญศิริ | 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 | 5 เมษายน พ.ศ. 2567 | |
| 4 | กฤติน นิธิเบญญากร | 5 เมษายน พ.ศ. 2567 | 8 สิงหาคม พ.ศ. 2567 | |
| พรรคประชาชน | ||||
| 1 | ศรายุทธิ์ ใจหลัก | 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567 | 24 เมษายน พ.ศ. 2569[49] | |
| 2 | พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ | 26 เมษายน พ.ศ. 2569 | ปัจจุบัน | |
กรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน
[แก้]| ลำดับ | ชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ | หัวหน้า |
| 2 | พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ | เลขาธิการ |
| 3 | ชุติมา คชพันธ์ | เหรัญญิก |
| 4 | ณัฐวุฒิ บัวประทุม | นายทะเบียนสมาชิก |
| 5 | สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา | กรรมการบริหาร |
บุคลากรพรรคในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค
[แก้]| ลำดับ | ชื่อ | ตำแหน่ง | ฝ่าย/สัดส่วน | |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ศิริกัญญา ตันสกุล | รองหัวหน้าพรรค | นโยบาย | |
| 2 | ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล | กิจการทั่วไป | ||
| 3 | วิโรจน์ ลักขณาอดิศร | กิจการพิเศษ | ||
| 4 | รังสิมันต์ โรม | ยุทธศาสตร์พื้นที่ | ||
| 5 | ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร | ต่างประเทศ | ||
| 6 | พริษฐ์ วัชรสินธุ | กิจการสภา | ||
| 7 | นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง | กฎหมาย | ||
| 8 | วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร | ยุทธศาสตร์การเมือง | ||
| 9 | กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ | บริหารท้องถิ่น | ||
| 10 | ปิยรัฐ จงเทพ | รองเลขาธิการพรรค | ภูมิภาค | กรุงเทพฯ และปริมณฑล |
| 11 | เจษฎา เอี่ยมปุ่น | ภาคกลาง | ||
| 12 | พงศธร ศรเพชรนรินทร์ | ภาคตะวันออก | ||
| 13 | วิจักษณ์ พฤกษ์สุริยา | ภาคใต้ | ||
| 14 | วิสา บุญนัดดา | ภาคเหนือตอนบน | ||
| 15 | คริษฐ์ ปานเนียม | ภาคเหนือตอนล่าง | ||
| 16 | วีรนันท์ ฮวดศรี | ภาคอีสานตอนบน | ||
| 17 | พนา ใจตรง | ภาคอีสานตอนล่าง | ||
| 18 | ณธนภัทร ฤทธิ์เนติกุล | กลุ่มประเด็น | เครือข่ายชาติพันธุ์ | |
| 19 | เซีย จำปาทอง | เครือข่ายแรงงาน | ||
| 20 | ลลิตา สิริพัชรนันท์ | สำนักงาน | ||
| 21 | พีรัช สงเคราะห์ | |||
| 22 | ภคมน หนุนอนันต์[50] | โฆษกพรรค | ||
| 23 | กรุณพล เทียนสุวรรณ | รองโฆษกพรรค | ||
| 24 | พนิดา มงคลสวัสดิ์ | |||
| 25 | ณพัทธ์ นรังศิยา | |||
| 26 | ศรายุทธิ์ ใจหลัก | ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคและที่ปรึกษาเลขาธิการพรรค | ||
การเลือกตั้ง
[แก้]การเลือกตั้งทั่วไป
[แก้]พรรคประชาชนมีบทบาทในการเลือกตั้งระดับประเทศครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2567 โดยทางพรรคมีผู้สมัครที่ประสงค์จะลงสมัคร คือ ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ เดิมเป็นอดีตผู้ช่วย สส. ของปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเจ้าของพื้นที่เดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากถูกตัดสิทธิ์ โดยก่อนหน้านี้ณฐชนนได้สังกัดพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล (ชื่อเดิมของพรรคประชาชน) ไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เพื่อรองรับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด[51]
| การเลือกตั้ง | จำนวนที่นั่ง | คะแนนเสียงทั้งหมด | สัดส่วนคะแนนเสียง | ที่นั่งเปลี่ยน | สถานภาพพรรค | ผู้นำเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|---|---|
| พรรคถิ่นกาขาว | ||||||
| 2557 | การเลือกตั้งเป็นโมฆะ | วิบูลย์ แสงกาญจนวนิช | ||||
| พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล | ||||||
| 2562 | 0 / 500 |
6,799 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | ชุมชฎาธาร หาญณรงค์ | ||
| 2566 | 0 / 500 |
5,561 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | ลลิตา สิริพัชรนันท์ | ||
| พรรคประชาชน | ||||||
| 2569 | 120 / 500 |
11,043,309 | 31.53% | ฝ่ายค้าน | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ | |
การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
[แก้]| จังหวัด | นาม | อาชีพ หรือตำแหน่งต่าง ๆ | ปีที่เลือกตั้ง | ผลการเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|
| ราชบุรี | ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์[a] | นักธุรกิจ | 2567 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
| อุดรธานี | คณิศร ขุริรัง[a] | ประธานสภาทนายความจังหวัดอุดรธานี | 2567 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
| อุบลราชธานี | สิทธิพล เลาหะวนิช | อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี | 2567 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
| จันทบุรี | มานะ ชนะสิทธิ์ | อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี | 2568 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
| ชลบุรี | ชุดาภัค วสุเนตรกุล | นักธุรกิจ | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| เชียงใหม่ | พันธุ์อาจ ชัยรัตน์[a] | อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| ตราด | ชลธี นุ่มหนู[a] | นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| นครนายก | จักรพันธ์ จินตนาพากานนท์ | นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| นนทบุรี | เลิศมงคล วราเวณุชย์ | นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี | 2568 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
| เดชรัต สุขกำเนิด | ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตนโยบายพรรคประชาชน | 2569 | รอประกาศ | |
| ปราจีนบุรี | จำรูญ สวยดี | เลขาธิการหอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี | 2568 | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
| พังงา | สุทธิโชค ทองชุมนุม | อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา คณะก้าวหน้า | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| ภูเก็ต | นายแพทย์ เลอศักดิ์ ลีนะนิธิกุล[a] | อดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| มุกดาหาร | สุพจน์ สุอริยพงษ์ | ทนายความ และอดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร คณะก้าวหน้า | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| ระยอง | ทรงธรรม สุขสว่าง | อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| ลำพูน | วีระเดช ภู่พิสิฐ[a] | อดีตหัวหน้าสำนักงานพรรคก้าวไกล ลำพูน | ชนะเลือกตั้ง | |
| สงขลา | นิรันดร์ จินดานาค | อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| สมุทรปราการ | นพดล สมยานนทนากุล | สัตวแพทย์ | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| สมุทรสงคราม | นันทิยา ลิขิตอำนวยชัย | ประธานสมาชิกภาพสโมสรโรตารีสมุทรสงคราม | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| สมุทรสาคร | เชาวริน ชาญสายชล | อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร พรรคเพื่อไทย | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| สุราษฎร์ธานี | นายแพทย์ จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ | นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี | ไม่ได้รับเลือกตั้ง | |
| หนองคาย | อุรุยศ เอียสกุล | นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย | (ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง) | |
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
[แก้]| การเลือกตั้ง | ผู้สมัคร | คะแนนเสียงทั้งหมด | สัดส่วนคะแนนเสียง | ผลการเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|
| 2569 | ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร | 188,144 | 8.31% | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
[แก้]| การเลือกตั้ง | จำนวนที่นั่ง | คะแนนเสียงทั้งหมด | สัดส่วนคะแนนเสียง | ที่นั่งเปลี่ยน | ผลการเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | 22 / 50 |
708,253 | 36.18% | เสียงข้างมาก | |
การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา
[แก้]| การเลือกตั้ง | ผู้สมัคร | คะแนนเสียงทั้งหมด | สัดส่วนคะแนนเสียง | ผลการเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|
| 2569 | อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร | 11,566 | 34.75% | ไม่ได้รับเลือกตั้ง |
กิจกรรมอื่น ๆ ของพรรค
[แก้]นักสืบทุนเทา
[แก้]ธุรกิจสีเทาหรือธุรกิจต่างชาติที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย เป็นปัญหาที่รุนแรงมากในปัจจุบัน สินค้าต่างชาติที่ราคาถูกมากแต่ไม่มีคุณภาพ ไม่เพียงกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่ยังส่งผลต่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจไทยโดยรวม จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “นักสืบทุนเทา” ที่เปิดตัวในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567 โดย สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ร่วมกับ รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 28 พรรคประชาชน และ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ที่ปรึกษาและนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) ลงพื้นที่ร้านค้าบริเวณถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร สาธิตการเป็นนักสืบทุนเทา ร้องเรียนธุรกิจผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ[52]
แคมเปญนักสืบทุนเทานี้ เป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กับภาคเอกชนอย่างสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เชื่อว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งให้ประชาชนแจ้งปัญหาสินค้าต่างชาติผิดกฎหมายที่พบเห็นได้โดยสะดวก และข้อมูลทั้งหมดจะรวบรวมส่งไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไข โดยพรรคประชาชนหวังให้แคมเปญนี้เป็นอีกหมุดหมายของการแก้ไขปัญหาธุรกิจสีเทาหรือธุรกิจที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างจริงจัง และเชิญชวนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแจ้งข้อมูลและติดตามการแก้ไขปัญหา นอกจากจะช่วยให้กรรมาธิการเห็นประเภทของปัญหาและระดับความเสียหาย ประชาชนทุกคนยังสามารถเสนอแนะมาตรการเพื่อเป็นประโยชน์กับภาครัฐในบทบาทฝ่ายค้าน หรือในอนาคต หากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นรัฐบาล จะสามารถออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ ซึ่งโดยช่องทางร้องเรียนจะใช้ไลน์แอด Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์) ที่ประชาชนคุ้นเคยอยู่แล้ว กดเมนู “นักสืบทุนเทา” ซึ่งแบ่งประเภทธุรกิจต่างชาติที่ผิดกฎหมายออกเป็น 6 หมวดหมู่ให้ประชาชนแจ้งปัญหา ได้แก่
- ไม่มี อย.
- ไม่มี มอก.
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- จ่ายเงินเข้าบัญชีต่างชาติ
- คิด VAT แต่ไม่ออกใบกำกับภาษี และ
- ปัญหาธุรกิจของชาวต่างชาติ เช่น การถือหุ้นโดยนอมินี ฯลฯ
เท้งทั่วไทย
[แก้]เท้งทั่วไทย เป็นแผนกิจกรรมของพรรคประชาชน ซึ่งนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ในการเดินทางทั่วประเทศไทยเพื่อเยี่ยมเยียนพื้นที่และสอบถามปัญหาของประชาชน โดยเริ่มจากเขตบางแค กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ณัฐพงษ์ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เขตจากพรรคอนาคตใหม่ ในปี พ.ศ. 2562 และคนบางแคก็ได้เลือกพรรคก้าวไกลให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอีกด้วย โดยณัฐพงษ์ระบุต่อไปว่า แม้ในฐานะพรรคการเมือง พรรคประชาชนต้องพูดนโยบายในระดับประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับตนคือการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ที่มักติดเงื่อนไขกฎระเบียบหรืองบประมาณ ซึ่งการแก้ปัญหาของเราจะเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ประชาชนเห็นว่าการเมืองที่ดีสามารถทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นได้จริง ๆ นี่คือบทบาทของเราในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุก เพื่อส่งมอบนโยบายที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประชาชน[53]
Fact Check
[แก้]พรรคประชาชนได้ตั้งบัญชีผู้ใช้เอกซ์ "Fact Check - พรรคประชาชน" เพื่อเอาไว้ชี้แจงและตอบโต้ จากกรณีที่ถูกใส่ความจากนักการเมือง, ผู้สนับสนุนพรรคการเมือง, รวมไปถึงผู้ไม่ประสงค์ดีในการส่งต่อข้อความเท็จสู่บริการเครือข่ายสังคม โดยเริ่มเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567
เว็บไซต์มอนิเตอร์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา แบบเรียลไทม์
[แก้]ในวิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 พรรคประชาชนได้ตั้งเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่สงคราม หรือให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า เป็นต้น[54] ทว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากมีการอ้างว่ามีการเปิดมูลพื้นที่หลบภัย โรงพยาบาล และจุดอพยพ ซึ่งอาจกลายเป็น “ชี้เป้า” ให้ฝ่ายตรงข้าม ซึ่ง พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชนแถลงว่า ยินดีปิดเว็บไซต์ตามคำขอรัฐบาล แต่ยืนยันทุกข้อมูลมาจากหน่วยงานรัฐ ไม่เคยมีการเผยพิกัดศูนย์อพยพ-หลุมหลบภัย หวังรัฐบาลรวมศูนย์การสื่อสารกับประชาชนและประชาคมโลก นำหน้าปฏิบัติการข่าวสารกัมพูชา[55]
อาสาส้ม
[แก้]หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ซึ่งพรรคประชาชนได้จำนวน สส. มาเป็นอันดับสอง พรรคได้ตั้งโครงการ "อาสาส้ม" ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชน เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งปัญหา และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยตั้งเป้าจะมีสมาชิกครบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ[56] โอฬาร ถิ่นบางเตียว จากคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์ว่าแม้จะมีอาสาส้มก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติกรรมการบริหารพรรครวมถึงเจ้าของพรรคยังเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดภายในพรรคอยู่ ซึ่งวิธีการดังกล่าวพรรคเพื่อไทยเคยนำมาใช้แล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ หากต้องการชนะในการเลือกตั้งครั้งถัดไป พรรคต้องสร้างมวลชนเอง รวมถึงให้อิสระกับความโดดเด่นกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี จึงจะเห็นผลประจักษ์ ส่วนนพพร ขุนค้า จากสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ วิเคราะห์ว่าแม้อาสาส้มจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่ต้องมีการลงพื้นที่รวมถึงรับฟังปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในแต่ละท้องที่อย่างเป็นรูปธรรม[57]
ข้อวิจารณ์
[แก้]ข้อกล่าวหา "พรรคประชาชนพม่า"
[แก้]เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2567 ในระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 นำโดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าแถลงนโยบายก่อนเริ่มต้นการบริหารรัฐกิจ มีช่วงหนึ่งที่ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน อภิปรายในเรื่องของการนำแรงงานชาวพม่าที่มาทำงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีการบิดเบือนประเด็นให้เข้าใจว่าพรรคประชาชนต้องการจะให้ชาวพม่ามีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทยทุกประการ จนเกิดความเข้าใจผิด และเกิดกระแสความไม่พอใจขึ้น ผ่านการแสดงความคิดเห็นพร้อมติดแฮชแท็ก #พรรคประชาชนพม่า จนได้รับความนิยมในเอ็กซ์[58] ในเวลาต่อมา พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ชี้แจงว่า พรรคประชาชนต้องการดึงแรงงานพม่าให้กลับมาขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันแรงงานผิดกฎหมายในอนาคต[59] ต่อมาในวันที่ 25 ตุลาคม มีการพาดพิงพรรคประชาชน brn โจมตีว่าเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มผู้ก่อการความไม่สงบในชายแดนใต้ กระทั่ง พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ประกาศว่าจะฟ้องบุคคลที่กล่าวหาเช่นนั้น[60]
ปัญหาคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
[แก้]พรรคประชาชนถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งหลังจากภานุพงษ์ แก้วรัศมี ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลัดหลวง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชน ถูกจับในคดีเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด จากนั้นพรรคได้ขยายผลต่อจนพบว่าสิทธิชัย สัมฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนอีกคนหนึ่ง เคยมีประวัติถูกจับในคดีค้ายาเสพติดเช่นเดียวกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนจึงได้จัดประชุมด่วนและมีมติให้ขับผู้สมัครทั้ง 2 คนออกจากการเป็นสมาชิกพรรค[61]
ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 6 ได้ทำหนังสือแจ้งพรรคว่าจะขอยุติบทบาททางการเมืองกับพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เนื่องจากได้พูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งกรรมการบริหารพรรคไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับสาเหตุมาจากการทำงานกับทีมในพื้นที่ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ และไม่เห็นคุณค่าในการทำงาน ทำให้การทำงานไม่สอดประสานกัน[62]
เวลา 10:00 น. ของวันรุ่งขึ้น (13 พฤษภาคม) กฤษฎิ์แถลงข่าวที่สัปปายะสภาสถานสาเหตุที่ยุติบทบาทกับพรรคประชาชนว่า เนื่องจากเป้าหมายของตนกับพรรคต่างกัน โดยตนเห็นว่าพรรคประชาชนเน้นสร้างพรรคมากกว่าแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ และเสียใจกับการยุติบทบาท แต่จะไม่ลาออกเนื่องจาก "ไร้สาระ" และเปลืองเงินภาษีในการจัดการเลือกตั้งใหม่ และจะขอให้พรรคประชาชนขับตนออกจากพรรคแทน ระหว่างแถลงข่าวมีประชาชนตะโกนด่าทออยู่เป็นระยะ[63]
ต่อมาในเวลา 13:00 น. ของวันเดียวกัน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน และ สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 ได้แถลงตอบโต้ว่า เหตุผลที่กฤษฎิ์แถลงข้างต้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องความไม่พอใจส่วนตัว ไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานรับใช้ประชาชน จากนั้นได้ประกาศมาตรการของพรรคคือยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตีความหนังสือที่กฤษฎิ์ยื่นต่อกรรมการบริหารพรรค ว่าเป็นหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคหรือไม่ และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตีความว่ายังไม่ใช่การลาออก พรรคก็จะลงโทษโดยการ "ดองงูเห่า" คือไม่ใช้มติที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการขับกฤษฎิ์ออกจากพรรค เพื่อให้ไม่สามารถย้ายไปพรรคกล้าธรรมได้ตามความต้องการ และจะนำเข้ากรรมการวินัยของพรรคเพื่อตัดสิทธิพึงมีในสถานะสมาชิกพรรคทั้งหมดต่อไป รวมถึงมอบหมายให้สหัสวัตดูแลพื้นที่จังหวัดชลบุรีเขต 6 แทนกฤษฎิ์[64]
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 27 เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 พบว่า สุริยา วงศ์อารีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคประชาชน ลงมติให้อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสวนทางกับมติของพรรคประชาชนที่ให้ลงมติให้ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี[65] ด้านณัฐพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการซื้อตัวจากพรรคการเมืองหรือกลุ่มบุคคลอื่น และผู้กระทำเช่นนี้อาจมีความมุ่งหมายเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของพรรค[66] เวลาต่อมาพรรคมีมติ "ดองงูเห่า" ในลักษณะเดียวกับที่พรรคเคยดำเนินการกับกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์[67]
ดีลรัฐบาลเสียงข้างน้อยกับพรรคภูมิใจไทย
[แก้]ภายหลังการสิ้นสุดของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร พรรคประชาชนได้กลายเป็นสมการใหญ่ในการโหวตเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายน 2568[68] โดยมีข้อกำหนด 3 ข้อหลัก คือ ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ยุบสภาภายใน 4 เดือน นับแต่เข้าปฏิบัติหน้าที่ และห้ามกระทำการให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลกลายเป็นเสียงข้างมาก จนถูกโจมตีว่าเป็น "นั่งร้านภูมิใจไทย" หรือขาดเจตนารมณ์ เลื่อนลอย ซึ่งนับเป็นการลดคะแนนกลุ่มผู้สนับสนุนไปจำนวนมาก และอาจถ่วงเวลานานกว่าที่ตกลงตามข้อสัญญา MOA[69][70] หลังทราบผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการ มองว่าการลงมติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรค[71] ซึ่งถือเป็นการจัดตั้งรัฐบาลข้างน้อยในรอบ 50 ปีของการเมืองไทย ที่ผ่านมานั้นเมื่อรัฐบาลถูกร่วงหล่น ก็จะเสนอพรรคลำดับสองเท่านั้น มักไม่ข้ามขั้นแบบที่พรรคประชาชนทำ อย่างกรณีตัวอย่าว เมื่อเหตุพฤษภาทมิฬ สุจินดา คราประยูร ลาออกจากนายกรัฐมนตรี พรรคฝ่ายค้านเสนอชวน หลีกภัยเป็นนายก แต่ชวนปฎิเสธเหตุจะนำไปสู่รัฐบาลข้างน้อย
เชิงอรรถ
[แก้]ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ ระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง
- ↑ "New Thai group to replace dissolved Future Forward Party, SE Asia News & Top Stories". The Straits Times. 9 มีนาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "50 MPs join Move Forward". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2020.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Change at the top?". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2020.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Regan, Helen (10 มีนาคม 2020). "His party was banned. He faces jail. But Thailand's Thanathorn Juangroongruangkit vows to fight on – CNN". CNN. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Nilloung, Nutcha (2024-08-28). ""ณัฐวุฒิ" แจง "พรรคประชาชน" ใช้ชื่อย่อ "ปชน."". INN News.
- ↑ "ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคถิ่นกาขาว)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา.
{{cite journal}}: การอ้างอิง journal จำเป็นต้องระบุ|journal=(วิธีใช้) - ↑ "ประวัติ 'พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล' แว่วข่าวลือ สส. ก้าวไกลจะย้ายไปหลังถูกยุบพรรค". The Thaiger. 7 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 7 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พรรคถิ่นกาขาวฯ หวังได้เสียงชาวพุทธไทย 95% ดึงคนรุ่นใหม่กลับสู่พระพุทธศาสนา". มติชน. 4 เมษายน 2023. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
- 1 2 "ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง เปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน (เดิมชื่อพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 141 (88 ง): 51–100. 17 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2024.
- ↑ "สุพิศาล รับ ณัฐพงศ์ นั่งหัวหน้าพรรค ส่วน ติ่ง สราวุธ เลขาธิการพรรค จับตา จุลพงษ์ อยู่เกษ ย้ายตามหรือไม่". อมรินทร์ทีวี. 9 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เปิดประวัติ "ถิ่นกาขาวชาววิไล" สะพัด เป็นพรรคชั่วคราวหาก "ก้าวไกล" ถูกยุบ". ไทยรัฐ. 2 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "โหมแรงไฟ "ไหม ศิริกัญญา" เทกโอเวอร์ "ถิ่นกาขาว" กลัวหนอนมากกว่างูเห่า". คมชัดลึก. 2 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เปิดตัว 'เท้ง' หัวหน้าพรรคคนใหม่ หลัง 'ก้าวไกล' ถูกยุบ เคาะชื่อพรรคใหม่ได้แล้ว". ข่าวสด. 8 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พลิกโผ 'เท้ง ณัฐพงษ์' นั่งหัวหน้าพรรคส้มคนใหม่ เคาะชื่อพรรค "ประชาชน"". ผู้จัดการออนไลน์. 8 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "รังใหม่ก้าวไกล "พรรคประชาชน" พรรคเก่าในร่างใหม่". เดอะ เบทเทอร์. 9 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เคาะชื่อ "ศรายุทธิ์ ใจหลัก" เป็นเลขาธิการพรรคส้มใหม่ "พรรคประชาชน"". ไทยรัฐ. 9 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เคาะแล้ว 5 กก.บห. พรรคประชาชน 'ณัฐพงษ์' นั่งหัวหน้าพรรค ศรายุทธิ์ นั่งเลขาฯ ตามโผ". มติชน. 9 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "'ศรายุทธิ์' เพื่อนซี้ 'ธนาธร' นั่งเลขาธิการพรรคใหม่ค่ายส้ม 'ศิริกัญญา' รั้งตำแหน่งเดิม". ไทยโพสต์. 9 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2024.
- ↑ ""ณัฐพงษ์" กร้าวนำทัพพรรคประชาชน ชนะเลือกตั้งปี 70 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว". Thai PBS.
- ↑ https://www.matichon.co.th/politics/news_4728806 ‘เท้ง’ หน.พรรคประชาชน ตั้งเป้ารัฐบาลพรรคเดียว ยันลุยหาช่องแก้ ม.112 ยอดบริจาควันแรกทะลุ 12 ล้าน
- ↑ "ส่องยอดเงินบริจาค "พรรคประชาชน" พุ่งทะลุเกิน 10 ล้านบาทแล้ว". www.thairath.co.th. 2024-08-09.
- ↑ "9 ชั่วโมงยอดบริจาค 'พรรคประชาชน' ทะลุ 10 ล้าน สมัครสมาชิกเกิน 2 หมื่นคน". bangkokbiznews. 2024-08-09.
- ↑ "ยอดบริจาค พรรคประชาชน ทะลุ 20 ล้านใน 32 ชั่วโมง แจงยิบเอาเงินไปใช้อะไรบ้าง". มติชน. 10 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ พรรคประชาชน ได้ตัวลงเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลกแล้ว รอเคาะชื่อชิงรองประธานสภา
- ↑ "ปักหมุดเลือกตั้งใหม่! พิษณุโลก หลัง "หมออ๋อง" ถูกตัดสิทธิ ปมยุบพรรคก้าวไกล". พีพีทีวี. 2024-08-07.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "'เท้ง'ประกาศท้าชิง'เลือกตั้งซ่อมพิษณุโลก-รองปธ.สภาคนที่1' เตรียมเดินสายล่าสมาชิก". https://www.naewna.com.
{{cite web}}: ลิงก์ภายนอกใน(วิธีใช้)|website= - ↑ https://www.matichon.co.th/politics/news_4729454 ชัดแล้ว! ประชาชน ส่ง โฟล์ค ณฐชนน ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.พิษณุโลก จ่อเปิดตัว 12 ส.ค...
- ↑ "'ประชาชน' ส่ง 'โฟล์ค ณฐชนน' ลงแทน 'หมออ๋อง' มั่นใจชนะ สส.พิษณุโลก". bangkokbiznews. 2024-08-09.
- ↑ "'ณัฐพงษ์' นำทัพ สส.ประชาชน ช่วย 'ชัยรัตน์' หาเสียงชิงนายก อบจ.ราชบุรี". bangkokbiznews. 2024-08-10.
- ↑ https://www.matichon.co.th/politics/news_4730095 เท้ง’ นำทีมช่วยผู้สมัครนายก อบจ.ราชบุรี หาเสียง หลังได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาชน...
- ↑ กกต.รับรอง ‘พรรคประชาชน’ แล้ว ส่งเรื่องประกาศราชกิจจาฯ แจงปมโลโก้คล้ายก้าวไกล
- ↑ "จับตา ปชน.ตั้ง 10 'ดาวเด่น' นั่งรองหัวหน้า - ชิง 12 รองเลขาฯ สส.ล็อบบี้กันวุ่น". bangkokbiznews. 2024-09-21.
- ↑ "เปิดชื่อ 7 ขุนพลรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม 12 รองเลขาฯ ใน 3 สัดส่วน". ไทยรัฐ. 22 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 23 กันยายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พรรคประชาชน ประชุมใหญ่ เตรียมแผน การเมือง-เศรษฐกิจ เลือกตั้งปี 70". ประชาชาติธุรกิจ. 27 เมษายน 2025. สืบค้นเมื่อ 27 เมษายน 2025.
- ↑ "'เท้ง' ชงชื่อ 'พิจารณ์' ขึ้นเป็น 'เลขาฯ' แทน 'ศรายุทธิ์'". สเปซบาร์. 26 เมษายน 2026. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2026.
- ↑ "พรรคประชาชน ไม่เห็นด้วยศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย "เศรษฐา ทวีสิน" พ้นนายกฯ". พีพีทีวี. 14 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 17 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""ณัฐพงษ์" ย้ำ พรรคประชาชน ลงมติ ไม่เห็นชอบ "แพทองธาร" นั่งนายกฯ คนที่ 31". ไทยรัฐ. 16 สิงหาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "มติสภาผ่านร่างกฎหมายไม่ตีเด็ก ย้ำ การเฆี่ยนตีไม่ส่งเสริมเลี้ยงลูกเชิงบวก". ไทยรัฐ. 30 ตุลาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พริษฐ์แถลงผลงานเสนอกฎหมายของพรรคประชาชนตลอด 1 ปี จ่อเดินสายรณรงค์กฎหมาย 7 ชุด ทั่วประเทศ". thestandard. 4 พฤศจิกายน 2024. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พรรคประชาชนเปิดตัว 12 ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. พร้อมชุดนโยบายพัฒนาท้องถิ่น". thestandard. 18 พฤศจิกายน 2024. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ข่าวสด (2025-09-21). "ปชน. ยัน ส่งแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 คน แย้มชื่อมีใครบ้าง เผยแนวทางรับมือ คดี 44 สส". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 2025-09-21.
- ↑ "'ธนาธร' ภูมิใจ 'เท้ง' อธิบายเหตุผล ปชน.ก่อนโหวตหนุน 'อนุทิน' นายกฯ". bangkokbiznews. 2025-09-05. สืบค้นเมื่อ 2026-10-03.
- ↑ shawnsiri (2025-09-06). "ช่อ พรรณิการ์ ยืนยันเลือก 'อนุทิน' ไม่ใช่ดีลลึกลับ แต่เป็นนาทีวัดใจ เพื่อเดินหน้าสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 2026-10-03.
- ↑ "หนังสือพิมพ์ ผดุงถิ่น ข่าวเศรษฐกิจ 16-20 มิถุนายน 2535" (PDF).
- ↑ "ศิริกัญญา ยังไม่เหนรัฐบาลทำผิดจนต้องซักฟอก".
- ↑ "วิโรจน ขออย่าเพิ่งกล่าวหาอนุทิน เอื้อทุนเทา เหตุเพิ่งรับตำแหน่ง".
- ↑ พรรคเพื่อไทย (2025-09-23). "'ภูมิธรรม' อึ้ง 'ธนาธร' บอกคดี ฮั้ว สว. - เขากระโดง ไม่เกี่ยวรัฐบาล แจง 2 ปี เรื่องไม่คืบ เพราะ 'อนุทิน' เป็นคนคุมมหาดไทย ชี้ ควรทบทวนคำพูดว่าเชื่อแบบนั้นจริงหรือไม่". พรรคเพื่อไทย (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2026-10-03.
- ↑ S, Nateetorn (2026-02-09). ""ศรายุทธิ์" เลขาพรรคประชาชน ประกาศลาออก ไม่ได้ 200 ที่นั่งตามที่ตั้งเป้า". Thaiger ข่าวไทย. สืบค้นเมื่อ 2026-04-25.
- ↑ ""เท้ง" ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน "พิจารณ์" ขยับนั่งเลขาธิการพรรค". ไทยรัฐ. 26 เมษายน 2026. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2026.
- ↑ "'ประชาชน' ส่ง 'โฟล์ค ณฐชนน' ลงแทน 'หมออ๋อง' มั่นใจชนะ สส.พิษณุโลก". bangkokbiznews. 2024-08-09.
- ↑ "'พรรคประชาชน' คิกออฟแคมเปญ 'นักสืบทุนเทา' | ประชาไท Prachatai.com". prachatai.com. 2024-10-21.
- ↑ ""ณัฐพงษ์" คิกออฟแคมเปญเท้งทั่วไทย ยัน พรรคประชาชนเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลเข้มแข็ง". www.thairath.co.th. 2024-09-29.
- ↑ "พรรคประชาชน เปิดเว็บไซต์มอนิเตอร์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา แบบเรียลไทม์". pptvhd36.com. 2025-07-24. สืบค้นเมื่อ 2025-07-24.
- ↑ "ปชน.พร้อมปิดเว็บมอนิเตอร์'ไทย-กัมพูชา' ปัดเผยแพร่ข้อมูลเสี่ยง". bangkokbiznews. 2025-07-27. สืบค้นเมื่อ 2025-07-27.
- ↑ Pengpis, Pongsakorn (2026-03-22). "ณัฐพงษ์นำร่อง 'อาสาส้ม' ในกรุงเทพฯ 7.5 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ เผยความพร้อมผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 2026-03-25.
- ↑ matichon (2026-02-25). "ปชน.ถอดบทเรียนพ่ายเลือกตั้ง 'อาสาส้ม' งัดบ้านใหญ่ รุ่ง-ร่วง?". สืบค้นเมื่อ 2026-03-25.
- ↑ "ดรามา! "สส.แก้วตา" จี้ไทยรับรองชาวเมียนมาหนีสงคราม แฮชแท็กพรรคประชาชนพม่า". พีพีทีวี. 18 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2024.
- ↑ ""พริษฐ์" แจงดราม่า #พรรคประชาชนพม่า ต้องคุยปัญหาตรงไปตรงมา". เนชั่นทีวี. 18 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2024.
- ↑ Thailand, BECi Corporation Ltd. "'พรรคประชาชน' จ่อฟ้องคนบิดเบือน กล่าวหาเป็นพวก BRN". CH3Plus.com.
- ↑ "ปชน.ขับ 2 ผู้สมัคร สท.พ้นสมาชิกพรรค เหตุเกี่ยวข้องค้ายาเสพติด". ไทยพีบีเอส. 8 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2025.
- ↑ ""กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์" สส.ชลบุรีเขต 6 ปชน. ทำหนังสือขอยุติบทบาท-ร่วมกิจกรรมกับพรรคแล้ว". บ้านเมือง. 12 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2025.
- ↑ ""สส.กฤษฎิ์" แถลงประเด็นแตกหัก ยุติบทบาทพรรคประชาชน ปัดเป็นงูเห่า เผยเหตุเลือกกล้าธรรม (คลิป)". ไทยรัฐ. 13 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2025.
- ↑ "ปชน.โต้ 'กฤษฎิ์' ทุกปม ใช้มาตรการ 'ดองงูเห่า' ไม่ขับพ้นพรรค". กรุงเทพธุรกิจ. 13 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2025.
- ↑ "'งูเห่าส้ม' โผล่! 'สุริยา' สส.อุดรฯ ปชน. โหวต 'อนุทิน' นายกฯ". กรุงเทพธุรกิจ. 19 มีนาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2026.
- ↑ ""ณัฐพงษ์" ตั้งคำถามถึงคนซื้อ "งูเห่าส้ม" ทำเพื่ออะไร ยันพรรค ปชน.ไม่เสียสมาธิ". Thai PBS. 2026-03-19. สืบค้นเมื่อ 2026-03-20.
- ↑ matichon (2026-03-24). "มติปชน. ดอง ส.ส.งูเห่าอุดรธานี หลังโหวต อนุทิน นั่งนายกฯ เปิดเบื้องหลังไม่ขับพ้นพรรค". สืบค้นเมื่อ 2026-03-25.
- ↑ "โหวตนายกฯ คนที่ 32: สภามีมติ 311:152 ส่ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นนายกฯ คนใหม่ พบ สส. นอกกลุ่มเทคะแนนมาอีก 25 เสียง". BBC News ไทย. 2025-09-05. สืบค้นเมื่อ 2025-09-17.
- ↑ กันยายน 2568, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์13 (2025-09-17). "เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์: เมื่อพรรคประชาชนหันขวา | ประชาไท". prachatai.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-17.
{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์) - ↑ Pongsupachintapa, Nannapat. "ระวังถูกหลอก! เตือน 'พรรคประชาชน' จี้ถาม 'ภูมิใจไทย' จะยุบสภา 4 เดือนจริงไหม ชี้มีแต่เดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์". เดลินิวส์. สืบค้นเมื่อ 2025-09-17.
- ↑ "เลือกตั้ง 2569: นักวิเคราะห์มอง ภูมิใจไทยอาจเป็นรัฐบาลไปอีก 10 ปี". BBC News ไทย. 11 กุมภาพันธ์ 2026. สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2026.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)