พรรคประชาราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พรรคประชาราช
หัวหน้าพรรค ดร.คัมภีร์ สุริยาศศิน
เลขาธิการพรรค พรพิศ โกศลจิตร
โฆษกพรรค ทรงธรรม ขจรชัยธนัง
คำขวัญพรรค ไทยวัฒนา ประชาเป็นสุข
ก่อตั้ง 10 มกราคม พ.ศ. 2549
ยุบพรรค 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561 (12 ปี 224 วัน)
ที่ทำการพรรค 55/305 เมืองทองธานี ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
เว็บไซต์
http://www.prp.or.th
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง

พรรคประชาราช (อังกฤษ: Royal People Party, ย่อว่า: ปชร.) เป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งโดยนายเสนาะ เทียนทอง เพื่อที่จะดำเนินงานทางการเมืองหลังลาออกมาจากพรรคไทยรักไทย ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ตั้งเป็นพรรคเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2549 แต่เดิมมี นายเสนาะ เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรค และมี นายฐานิสร์ เทียนทอง บุตรชายนายเสนาะ เป็นเลขาธิการพรรค ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ทั้งคู่ได้ลาออกไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ ดร.คัมภีร์ สุริยาศศิน รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคแทน[1] และที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2554 มีมติแต่งตั้งให้ ดร.คัมภีร์ สุริยาศศิน เป็นหัวหน้าพรรค และนางพรพิศ โกศลจิตร เป็นเลขาธิการพรรค [2]

พรรคประชาราช มีตราสัญลักษณ์เป็นรูป "เปลวเทียนสีแดง" หมายถึง พลังอันบริสุทธิ์ของประชาชน มีคำขวัญของพรรคว่า "ไทยวัฒนา ประชาเป็นสุข" นายเสนาะ เทียนทอง เคยอธิบายความหมายของชื่อพรรคไว้ว่า ชื่อพรรคประชาราช หมายถึง "ประชาชนผู้จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์" [3]

พรรคประชาราชถูกยุบพรรคตามมติในที่ประชุม กกต. ครั้งที่ ๓๓/๒๕๖๑ เมื่อวันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เนื่องจากในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาราชครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้ยุบเลิกพรรคตามข้อบังคับพรรคประชาราช (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ ข้อ ๑๐๘ ซึ่ง กกต. ได้มีประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561 โดยให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561 [4]

นโยบายของพรรค[แก้]

นโยบายหลักของพรรคมีอยู่ 12 ข้อ ที่ประกาศต่อสาธารณะ [5]

  1. ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง
  2. ปราบทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง
  3. นำสันติสุขกลับคืนภาคใต้โดยเร็ว
  4. จัดทำเอกสารที่ดินทำกินให้เหมาะสม
  5. ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
  6. แก้ไขความยากจนของเกษตรกร การตั้งสหกรณ์ ทบทวน FTA
  7. แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
  8. ให้นักเรียนเรียนฟรี 12 ปี จนถึงอุดมศึกษา
  9. คุ้มครองสิทธิ ผลประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน
  10. รับรอง คุ้มครองสิทธิเด็ก คนชรา คนพิการ
  11. ดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชน (ไม่เก็บ 30 บาท)
  12. ปรับฐานภาษี ให้ทั่วถึงเป็นธรรม
นายเสนาะ เทียนทอง กับสัญลักษณ์พรรคประชาราช รูปแบบแรก

กรรมการบริหารพรรค[แก้]

หลังจากก่อตั้งพรรค นายเสนาะได้พยายามติดต่อผู้มีชื่อเสียงในสังคมหลายคน เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เช่น ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน [6], ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา แต่ในระยะแรก นายเสนาะ เทียนทอง ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยมีนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้บริหารทีพีไอ เป็นเลขาธิการพรรค และนายประมวล รุจนเสรี เป็นรองหัวหน้าพรรค [7]

ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 พรรคประชาราชได้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ประชุมตกลงให้นายเสนาะ เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรค นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน (ภรรยานายสมศักดิ์ เทพสุทิน) เป็นเลขาธิการพรรค นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการบริหารพรรค

แต่ในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2550 นายประชัยได้แถลงข่าวลาออก ด้วยเหตุผลว่าแนวทางทางการเมืองไปด้วยกันไม่ได้กับนายเสนาะ พร้อมกันนี้ เลขาธิการพรรคและสมาชิกพรรคส่วนหนึ่งได้ลาออกตามด้วย และหลังจากนั้นทั้งหมดพากันไปเข้าสังกัด พรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่ก่อตั้งโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ในการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พรรคประชาราชมีแนวทางที่จะสนับสนุน นายกร ทัพพะรังสี รองหัวหน้าพรรคให้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ในปลายเดือนตุลาคมปีเดียว นายกร ทัพพะรังสี ได้ลาออกจากพรรคประชาราช เพื่อไปอยู่กับพรรคชาติไทย และนายเสนาะ ก็ได้ให้โอกาสสมาชิกพรรคย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคอื่นได้โดยอิสระ

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 นายเสนาะ เทียนทอง พร้อมด้วยนายฐานิสร์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคบางส่วน ย้ายไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย[8] โดยมี ดร.คัมภีร์ สุริยาศศิน รองหัวหน้าพรรค ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทน[9]

ประวัติการทำงานในรัฐสภา[แก้]

ครั้งที่ การเลือกตั้ง จำนวน ส.ส. สถานภาพพรรค นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ
1. 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 5 คน ร่วมรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
5 คน ร่วมรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช
2 มิถุนายน พ.ศ. 2553 9 คน อิสระ

อ้างอิง[แก้]