อำเภอขุขันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอขุขันธ์
แผนที่จังหวัดศรีสะเกษ เน้นอำเภอขุขันธ์
ขุขันธ์เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี
บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน
กะอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน
ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอขุขันธ์
อักษรโรมัน Amphoe Khukhan
จังหวัด ศรีสะเกษ
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 914.309 ตร.กม.
ประชากร 151,340 คน (พ.ศ. 2560)
ความหนาแน่น 165.52 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3305
รหัสไปรษณีย์ 33140
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ ถนนไกรภักดี ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140
พิกัด 14°42′48″N 104°11′54″E / 14.71333°N 104.19833°E / 14.71333; 104.19833
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4567 1004
หมายเลขโทรสาร 0 4567 1004

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ขุขันธ์ เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นกับจังหวัดศรีสะเกษ เป็นอำเภอเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและเป็นที่ตั้งดั้งเดิมของ “เมืองขุขันธ์” ในอดีตมีอาณาเขตกว้างขวางครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน และเขตอำเภอเดชอุดม อำเภอบุณฑริก ซึ่งรวมพื้นที่ของอำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย อำเภอทุ่งศรีอุดม อำเภอน้ำขุ่น และอำเภอนาเยีย  จังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบันนี้ด้วย และยังลงไปถึงดินแดนในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งหมด 3 เมืองที่ขึ้นกับเมืองขุขันธ์ในอดีต ได้แก่ เมืองมโนไพร เมืองอุทุมพรพิไสย(บ้านกันตวด) และเมืองกันทรรักษ์(ตำบลห้วยลำแสนไพรอาบาล)

เนื้อหา

ประวัติเมืองขุขันธ์[แก้]

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณที่เป็นเขตจังหวัดศรีสะเกษและสุรินทร์ ในปัจจุบันนี้ เดิมเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนชาติพันธุ์เขมรและชนชาติพันธ์กวย ซึ่งเรียกโดยรวมว่า เขมรป่าดง มีชุมชนที่สำคัญ คือ บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน ซึ่งต่อมาเป็นเมืองขุขันธ์ ปีพุทธศักราช ๒๓๐๒ รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งกรุงศรีอยุธยา พระยาช้างเผือกได้แตกโรงไปอยู่รวมกับโขลงช้างป่าในเขตภูเขาพนมดงรัก จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทหารคู่พระทัย คือ ทองด้วงและบุญมา นำไพร่พลออกติดตาม โดยได้รับการช่วยเหลือจาก ตากะจะ หัวหน้ากลุ่มชนบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน และเชียงขัน ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มชาวเขมรป่าดงที่ชำนาญการจับช้าง​คือ เชียงปุ่มแห่งบ้านเมืองที เชียงสีแห่งบ้านกุดหวาย เชียงฆะแห่งบ้านอัจจะปะนึง และเชียงไชยแห่งบ้านจาระพัด ออกติดตามจนพบและสามารถจับพระยาช้างเผือกได้ และตามคณะนำส่งถึงกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ ตากะจะ เป็นหลวงแก้วสุวรรณ ตำแหน่งนายกองหัวหน้าหมู่บ้าน และเชียงขัน เป็นหลวงปราบ ผู้ช่วยนายกองหัวหน้าหมู่บ้าน

  • ปี พุทธศักราช ๒๓๐๒ ทองด้วงและบุญมา ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มชาวเขมรป่าดง ทั้ง 5 กลุ่มข้างต้น ออกติดตามจับพระยาช้างเผือกแห่งกรุงศรีอยุธยาได้
  • ปี พุทธศักราช ๒๓๐๖ โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน ขึ้นเป็น เมืองขุขันธ์ และ หลวงแก้วสุวรรณ ได้เลื่อนเป็น พระไกรภักดีศรีนครลำดวน เป็นเจ้าเมืองขุขันธ์คนแรก
  • ปี พุทธศักราช ๒๔๔๐ โปรดเกล้าฯเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง เจ้าเมืองขุขันธ์ เป็นผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์
  • ปี พุทธศักราช ๒๔๔๙ ย้ายศาลากลางเมืองขุขันธ์ไปตั้งบริเวณศาลากลางจังหกวัดศรีสะเกษ แต่ยังคงใช่ชื่อ ศาลากลางเมืองขุขันธ์ เปลี่ยนชื่ออำเภอขุขันธ์ เป็นอำเภอห้วยเหนือ
  • ปี พุทธศักราช ๒๔๕๐ ยุบเมืองศรีสะเกษและเมืองเดชอุดมโดยให้อำเภอที่ขึ้นกับเมืองทั้งสองไปขึ้นกับเมืองขุขันธ์
  • ปี พุทธศักราช ๒๔๕๙ โปรดเกล้าฯเปลี่ยนชื่อเมืองขุขันธ์ เป็นจังหวัดขุขันธ์
  • ปี พุทธศักราช ๒๔๘๑ เปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์ เป็นชื่อจังหวัดศรีสะเกษ เปลี่ยนชื่ออำเภอห้วยเหนือ เป็นชื่ออำเภอขุขันธ์ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ดูเพิ่ม[แก้]

ต้นตาลเก้ายอด
  • ตาลโตนดมียอดถึง 9 ยอด และมีอายุอยู่คู่กับเจ้าเมืองถึง 9 คน เป็นต้นตาลที่มีความแปลกเพราะลำต้นเดียว แต่แตกแขนงลำต้นออกเป็น 9 แขนง 9 ยอด เคยมีชีวิตและตั้งต้นตระหง่านมาตั้งแต่กำเนิดเมืองขุขันธ์ ณ หมู่บ้านตาดม หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยใต้ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษได้ล้มตายลงเมื่อปี พ.ศ. 2509 ปัจจุบันยังคงเหลือแต่เพียงร่องรอยภาพถ่ายแห่งอดีตมาถึงปัจจุบัน
  • วัดทั้ง 4 แห่งเมืองขุขันธ์ ประกอบด้วย วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ วัดเขียนบูรพาราม วัดบกจันทร์นคร และวัดไทยเทพนิมิต วัดทั้ง 4 วัด เป็นวัดที่เก่าแก่มีความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งอยู่ทั้ง 4 ทิศของเมือง คู่กับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีวัดกลางอัมรินทราวาสเป็นศูนย์กลาง

วัดเก่าแก่ของเมืองขุขันธ์[แก้]

  • ทิศเหนือ วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์ ชุมชนชาวเจ๊ก ปัจจุบันคือ บ้านเจ๊ก หมูที่ 7 ตำบลห้วยเหนือ
  • ทิศตะวันออก วัดเขียนบูรพาราม (เดิมชื่อ วัดเขมร แต่เรียกเพี้ยนเป็น วัดเขียน) ชุมชนชาวเขมร ปัจจุบันคือ บ้านพราน หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยเหนือ
  • ทิศใต้ วัดบกจันทร์นคร ชุมชนชาวลาว(เวียงจันทน์) ปัจจุบันคือ บ้านบก หมู่ที่ 13 ตำบลห้วยเหนือ
  • ทิศตะวันตก วัดไทยเทพนิมิต ชุมชนชาวไทย ปัจจุบันคือ บ้านห้วย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยเหนือ

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอขุขันธ์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 50 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลดู่ ตำบลโพธิ์ศรี ตำบลสมอ ตำบลหนองเชียงทูน อำเภอปรางค์กู่ และ ตำบลศรีสำราญ ตำบลวังหิน อำเภอวังหิน
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลโนนปูน ตำบลดินแดง ตำบลไพรบึง ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลโพธิ์กระสังข์ ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ และ ตำบลโคกตาล ตำบลตะเคียนราม ตำบลห้วยตึ๊กชู ตำบลละลม อำเภอภูสิงห์
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลตาวัง อำเภอบัวเชด ตำบลตาคง อำเภอสังขะ ตำบลหนองแวง อำเภอศรีณรงค์ (จังหวัดสุรินทร์)
    อาณาเขตของเมืองขุขันธ์ ในอดีต ครอบคลุมถึงเขตอำเภอเดชอุดม อำเภอบุณฑริก ซึ่งรวมพื้นที่ของอำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย อำเภอทุ่งศรีนคร และกิ่งอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบันนี้ด้วย ดังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่องเปลี่ยนชื่ออำเภอ เล่ม ๓๔ หน้า ๔๐ และหน้า ๖๓ วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๖๐ ซึ่งลงนามโดยมหาเสวกเอก เจ้าพระยาสุรสีห์ วิสิษฐศักดิ์ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ประกาศมา ณ วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ด้วยเหตุผลว่าเพื่อให้เป็นที่สะดวกในทางราชการและเป็นที่เข้าใจแจ่มแจ้งแห่งประชุมชนทั่วไปว่าอำเภอใดคงเรียกตามชื่อเดิม อำเภอใดเปลี่ยนชื่อเรียกตามนามตำบล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศชื่ออำเภอ ทั้งที่คงชื่อเดิมและเปลี่ยนชื่อใหม่ ดังบัญชีท้ายประกาศนี้ใช้เป็นระเบียบในราชการสืบไป - อำเภอเมือง เป็น อำเภอห้วยเหนือ - อำเภอเมืองศีร์ษะเกษ เป็น อำเภอศีร์ษะเกษ - อำเภอราษีไสล เป็น อำเภอคง - อำเภอกันทรารักษ์ เป็น อำเภอน้ำอ้อม - กิ่งบัวบุณฑริก เป็น กิ่งโพนงาม - อำเภออุทุมพรพิสัย คงเรียก อำเภออุทุมพรพิสัย - อำเภอกันทรารมย์ คงเรียก อำเภอกันทรารมย์ - อำเภอเดชอุดม คงเรียก อำเภอเดชอุดม

ทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอขุขันธ์[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 หลวงสุรัตนามัย (บุญมี ขุขันธิน) 2450-2453
2 พระพิชัยราชวงษา (บุญมี ศรีอุทุมพร) 2453-2456
3 ขุนศิริไศลรักษ์ (แป้น ส่องศรี) 2459-2461
4 นายสุวรรณ ศรีเพ็ญ 2461-2462
5 ขุนชิต สารการ (เคลือบ ประถมรักษ์) 2462-2464
6 หลวงวัฒนวงษ์ โทนุบล (โทน สุวรรณกูฎ) 2464-2468
7 หลวงประชากรเกษม (เป้ย ส่องศรี) 2468-2476
8 นายโสภณ อรจันทร์ 2476-2480
9 นายตุ้ม สุวรรณกูฎ 2480-2488
10 นายสุวิช ศิริกูล 2488-2493
11 นายมนูญ สุวรรณสำริด 2493-2495
12 ร.ต.ท. ยนต์ ประพิตภา 2495-2499
13 นายอำนาจ รักษาสัตย์ 2499-2500
14 นายเทิ้ม ช่างเรียน 2500-2501
15 นายยอด อ่อนโอภาส 2501-2511
16 นายสม ทัดศรี 2511-2514
17 นายสมศักดิ์ ไทยสะเทือน 2514-2519
18 นายสมัย รัตนจันทร์ 2519-2520
19 นายสงวน วัฒนานันท์ 2520-2521
20 ร.อ.อริยะ อุปาระมี 2521-2523
21 นายวิศิษฐ์ วรรณศิริ 2523-2526
22 นายบุญตา หาญวงศ์ 2526-2529
23 นายปริญญา ปานทอง 2529-2530
24 เรือตรี สนอง มโหทาน 2530-2532
25 นายสุนาย ลาดคำกรุง 2532-2535
26 นายวนิชย์ ฤทธิ์เดช 2535-2539
27 นายเนาวรัตน์ บุญหล้า 2539-2542
28 นายฉันท์ กาเมือง 2542-2543
29 นายชูศักดิ์ อุปนันท์ 2543-2547
30 นายกฤช รังสิเสนา ณ อยุธยา 2547-2550
31 นายเผด็จ แนบเนียน 2550-2551
32 นายอนุรัตน์ ลีธีระประเสริฐ 2551-2557
33 นายสมศักดิ์ นิสัยสม 2557-2558
34 นายสำรวย เกษกุล 2558-2560
35 นายสุรชัย ยุติธรรมนนท์ 2560-ปัจจุบัน

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

อำเภอขุขันธ์ มีพื้นที่ทั้งหมด 914.3 ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย ซึ่งเหมาะสำหรับการทำนาปลูกข้าวและเพาะปลูกพืชไร่

ข้อมูลประชากร[แก้]

ประชากรชาย 73,089 คน หญิง 73,451 คน รวม 146,540 คน

ลำดับ ตำบล ชาย หญิง รวม จำนวนหลังคาเรือน
1 ตำบลกันทรารมย์ 3,579 3,666 7,245 1,575
2 ตำบลจะกง 3,256 3,137 6,393 1,427
3 ตำใจดี 3,164 3,269 6,433 1,473
4 ตำบลดองกำเม็ด 3,527 3,614 7,141 1,629
5 ตำบลโสน 7,037 7,054 14,091 3,416
6 ตำบลปรือใหญ่ 5,864 5,967 11,831 2,614
7 ตำบลสะเดาใหญ่ 3,465 3,498 6,963 1,444
8 ตำบลตาอุด 2,588 2,606 5,194 1,132
9 ตำบลห้วยเหนือ 4,991 5,043 10,034 2,661
10 ตำบลห้วยใต้ 3,391 3,403 6,794 1,615
11 ตำบลหัวเสือ 3,411 3,429 6,840 1,546
12 ตำบลตะเคียน 2,871 2,879 5,750 1,290
13 ตำบลนิคมพัฒนา 2,223 2,187 4,410 1,062
14 ตำบลโคกเพชร 2,560 2,754 5,314 1,191
15 ตำบลปราสาท 3,066 3,079 6,145 1,336
16 ตำบลสำโรงตาเจ็น 3,275 3,179 6,454 1,492
17 ตำบลห้วยสำราญ 2,807 2,748 5,555 1,272
18 ตำบลกฤษณา 3,139 3,062 6,201 1,336
19 ตำบลลมศักดิ์ 2,890 2,810 5,700 1,213
20 ตำบลหนองฉลอง 2,128 2,215 4,343 1,305
21 ตำบลศรีตระกูล 1,744 1,754 3,498 793
22 ตำบลศรีสะอาด 2,113 2,098 4,211 838
รวม ทั้ง 22 ตำบล 73,089 73,451 146,540 33,660

สภาพสังคม[แก้]

อำเภอขุขันธ์ ทั้งหมดเป็นสังคมชนบทแบบเกษตรกรรม ประกอบด้วยประชากรหลายกลุ่มชนชาติพันธุ์ ได้แก่ เขมร กูย(กวย) ลาว และจีน โดยภาษาที่ใช้ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาไทยอีสาน ภาษาถิ่นเขมร และภาษากูย(กวย) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

สภาพเศรษฐกิจ[แก้]

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม จะประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทำไร่ โดยมีพื้นที่การเกษตร 313,504 ไร่ พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และพืชไร่ มีอาชีพเสริม ที่สำคัญ ตามข้อมูลจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหม กลุ่มผลิตภัณฑ์จากมือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ครุน้อย กลุ่มผลิตภัณฑ์เกวียนน้อย และ กลุ่มผลิตอบใบตาล ฯลฯ รายได้เฉลี่ยต่อคน/ต่อปี 32,440 บาท โรงงานอุตสาหกรรม 3 แห่ง ธนาคาร 8 แห่ง

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอขุขันธ์แบ่งพื้นที่การปกครองย่อยออกเป็น 22 ตำบล 276 หมู่บ้าน ได้แก่

1. กันทรารมย์ (Kanthararom) 14 หมู่บ้าน
2. จะกง (Chakong) 13 หมู่บ้าน
3. ใจดี (Chai Di) 11 หมู่บ้าน
4. ดองกำเม็ด (Dong Kammet) 11 หมู่บ้าน
5. โสน (Sano) 23 หมู่บ้าน
6. ปรือใหญ่ (Prue Yai) 20 หมู่บ้าน
7. สะเดาใหญ่ (Sadao Yai) 17 หมู่บ้าน
8. ตาอุด (Ta Ut) 9 หมู่บ้าน
9. ห้วยเหนือ (Huai Nuea) 14 หมู่บ้าน
10. ห้วยใต้ (Huai Tai) 13 หมู่บ้าน
11. หัวเสือ (Hua Suea) 14 หมู่บ้าน
12. ตะเคียน (Takhian) 12 หมู่บ้าน
13. นิคมพัฒนา (Nikhom Phatthana) 11 หมู่บ้าน
14. โคกเพชร (Khok Phet) 11 หมู่บ้าน
15. ปราสาท (Prasat) 9 หมู่บ้าน
16. สำโรงตาเจ็น (Samrong Ta Chen) 17 หมู่บ้าน
17. ห้วยสำราญ (Huai Samran) 11 หมู่บ้าน
18. กฤษณา (Kritsana) 13 หมู่บ้าน
19. ลมศักดิ์ (Lom Sak) 11 หมู่บ้าน
20. หนองฉลอง (Nong Chalong) 10 หมู่บ้าน
21. ศรีตระกูล (Si Trakun) 7 หมู่บ้าน
22. ศรีสะอาด (Si Sa-at) 9 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอขุขันธ์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 23 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลห้วยเหนือ
  • เทศบาลตำบลศรีสะอาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีสะอาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกันทรารมย์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกันทรารมย์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลจะกง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจะกงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลใจดี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลใจดีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลดองกำเม็ด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดองกำเม็ดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโสน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโสนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปรือใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปรือใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสะเดาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเดาใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตาอุด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาอุดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยเหนือ(เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยใต้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเสือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวเสือทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะเคียนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนิคมพัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนิคมพัฒนาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกเพชร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกเพชรทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปราสาททั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงตาเจ็น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสำโรงตาเจ็นทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสำราญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยสำราญทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกฤษณาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลลมศักดิ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลมศักดิ์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองฉลอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองฉลองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลศรีตระกูล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีตระกูลทั้งตำบล

สภาพทางสังคม[แก้]

การสาธารณสุข[แก้]

  • โรงพยาบาลขนาด 120 เตียง 1 แห่ง
    • โรงพยาบาลขุขันธ์
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 27 แห่ง
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกโพน
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะเคียนบังอีง
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจะกง
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใจดี
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันจาน
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอาวอย
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขนุน
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองคล้า
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปรือใหญ่
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปรือคัน
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทับทิมสยาม 06
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองลุง
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสมบูรณ์
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวเสือ
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะเคียนช่างเหล็ก
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกวางขาว
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองกลา
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกเพชร
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปราสาท
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทอง
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำโรงตาเจ็น
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาก๊อก
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกฤษณา
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวิทย์
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตรอย
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิคมซอยกลาง
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนน
  • ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 1 แห่ง
    • ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองห้วยเหนือ
  • สำนักงานสาธารณสุข 1 แห่ง
    • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอขุขันธ์

การศึกษา[แก้]

โรงเรียนในตัวอำเภอ 4 แห่ง[แก้]

  • โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล
  • โรงเรียนขุขันธ์วิทยา
  • โรงเรียนขุขันธ์
  • โรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง

ระดับประถมศึกษา 89 แห่ง[แก้]

อาทิ

  • โรงเรียนทับทิมสยาม 06
  • โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์
  • โรงเรียนบ้านปรือใหญ่
  • โรงเรียนบ้านหลัก
  • โรงเรียนบ้านปรือคัน
  • โรงเรียนบ้านสมบูรณ์
  • โรงเรียนบ้านแขว
  • โรงเรียนตาดม
  • โรงเรียนบ้านปราสาทกวางขาว

ระดับมัธยมศึกษา 9 แห่ง[แก้]

สถาบันการอาชีวศึกษา 2 แห่ง[แก้]

สถาบันอุดมศึกษา 4 แห่ง[แก้]

  • มหาวิทยาลัยปทุมธานี ศูนย์ขุขันธ์ (โต้รุ่งขุขันธ์)
  • สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน มหาวิทยาลัยชีวิตขุขันธ์ (มรภ.สุรินทร์)
  • วิทยาลัยเอเชียไซเบอร์เทคโนโลยี ศูนย์โรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ศูนย์การศึกษาทางไกล ศูนย์อำเภอขุขันธ์

อื่น ๆ[แก้]

  • กศน.อำเภอขุขันธ์
  • ห้องสมุดประชาชนอำเภอขุขันธ์
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 3

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน[แก้]

  • สถานีตำรวจ 3 แห่ง
    • สถานีตำรวจภูธรขุขันธ์
    • สถานีตำรวจภูธรจะกง
    • สถานีตำรวจภูธรปรือใหญ่
  • ป้อมตำรวจ 5 แห่ง
    • ป้อมตำรวจรัตนากรวิสุทธิ์ หน้าตลาดโต้รุ่ง (สภ.ขุขันธ์)
    • ป้อมตำรวจแยกตรางสวาย (สภ.ขุขันธ์)
    • ป้อมตำรวจแยกนาเจริญ (สภ.ขุขันธ์)
    • ป้อมตำรวจบ้านลุมพุก (สภ.ขุขันธ์)
    • ป้อมตำรวจแยกโคกตาล (สภ.ปรือใหญ่)

ธนาคาร 9 แห่ง[แก้]

การศาสนา[แก้]

วัด 77 แห่ง ได้แก่

  • วัดถ้ำสระพงษ์
  • วัดกลางอัมรินทราวาส
  • วัดสะอางโพธิญาณ
  • วัดเขียนบูรพาราม
  • วัดชำแระกลาง
  • วัดบกจันทร์นคร
  • วัดปราสาทใต้
  • วัดบ้านแขว
  • วัดสมบูรณ์
  • วัดตาดม
  • วัดนิคมสายเอก
  • วัดไทยเทพนิมิต
  • วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์
  • วัดบ้านแทรงเทพทวารา
  • วัดเสลานาก๊อก
  • วัดราษีพัฒนา
  • วัดคะนาสามัคคี
  • วัดวัดใจดี
  • วัดทะลอก
  • วัดลำภูรัมพนิวาส
  • วัดโคกเพชร
  • วัดภูมิศาลา
  • วัดโนนสำราญ
  • วัดดองกำเม็ด
  • วัดกันจาน
  • วัดบ้านบิง
  • วัดระกา
  • วัดเสลาเหนือ
  • วัดกระโพธิ์ช่างหม้อ
  • วัดหัวเสือ
  • วัดบ้านสวงษ์
  • วัดห้วยสระภูมิ
  • วัดบ้านศาลา
  • วัดคลองสุด
  • วัดกะกำ
  • วัดตะเคียน
  • วัดจันลม
  • วัดหนองกาด
  • วัดบ้านอาทิ
  • วัดบ้านกลาง
  • วัดจะกง
  • วัดวัดตาสุด
  • วัดวัดกฤษณา
  • วัดสวัสดี
  • วัดตะเคียนน้อย
  • วัดสำโรงตาเจ็น
  • วัดกระโพธิ์เริงรมย์
  • วัดบ้านโนนสาย
  • วัดอำนาจเจริญ
  • วัดหนองเข็ง
  • วัดฮ่องธาตุ
  • วัดสำโรงสูง
  • วัดเขวิก
  • วัดตาอุด
  • วัดเคาะกุปวารีย์
  • วัดบ้านตรอย
  • วัดบ้านติมรัตนาราม
  • วัดศรีตระกูล
  • วัดปรือใหญ่
  • วัดปรือคัน
  • วัดตาเบ๊าะเกษมงคล
  • วัดค่ายนิคม
  • วัดกวางขาว
  • วัดโนนสมบูรณ์
  • วัดโสน
  • วัดขนุน
  • วัดอาวอย
  • วัดหนองคล้า
  • วัดสนามสามัคคี
  • วัดหนองคล้าใต้
  • วัดนาเจริญพัฒนา
  • วัดโสภณวิหาร
  • วัดโคกโพน
  • วัดโคกสูง
  • วัดจันทราปราสาท
  • วัดบ่อทอง
  • วัดศรีสะอาด
  • วัดทุ่งบังอิงวิหาร


สำนักสงฆ์ 10 แห่ง

การคมนาคม[แก้]

ทางหลวงแผ่นดินที่ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ[แก้]

ทางหลวงชนบทที่ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ[แก้]

  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.2002 (บ้านตาคง-บ้านนาเวียง) ระยะทางรวม 21.3 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 13 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.2043 (บ้านตาอุด-ขุนหาญ) ระยะทางรวม 19.3 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 6.03 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.2046 (แยก ทล.24-บ้านห้วย) ระยะทางรวม 20.7 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 0.2 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.2048 (บ้านสมบูรณ์-บ้านแดง) ระยะทางรวม 7.51 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 7.51 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.3015 (แยก ทล.221-บ้านจันลม) ระยะทางรวม 36.09 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 3.49 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.3016 (บ้านบิง-ไพรบึง) ระยะทางรวม 17.9 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 12.4 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.3023 (บ้านบุสูง-บ้านตะเคียนช่างเหล็ก) ระยะทางรวม 27 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 15.1 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.3027 (บ้านศาลา-บ้านกำแมด) ระยะทางรวม 7.41 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 6.38 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.3082 (เลียบคลองส่งน้ำชลประทานเขื่อนห้วยศาลา-บ้านสวายเพ็ง) ระยะทางรวม 17.98 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 9.18 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.4035 (บ้านละลม-แยก รร.ปรือใหญ่วิทยบัลลังก์) ระยะทางรวม 15.9 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 1.11 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.4047 (บ้านราษีพัฒนา-บ้านบ่อทอง) ระยะทางรวม 24.8 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 24.8 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.4066 (เลียบคลองส่งน้ำชลประทานเขื่อนห้วยศาลา-บ้านกระเบา) ระยะทางรวม 21.13 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 11.2 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.5050 (ขุขันธ์-บ้านสำโรงพลัน) ระยะทางรวม 16.72 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 12.2 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.5079 (ทางไปฝายบ้านยางชุมภูมิตำรวจ) ระยะทางรวม 2.56 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 2.56 กม.
  • ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.5080 (ทางไปฝายบ้านเศวต) ระยะทางรวม 1.67 กม. ตัดผ่านพื้นที่อำเภอ 1.67 กม.

แยกที่สำคัญ[แก้]

  • แยกขุขันธ์ ตำบลห้วยเหนือ (จุดเริ่มต้นของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2201 และทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.5050 ที่แยกออกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220)
  • แยกขุขันธ์ ตำบลห้วยใต้ (จุดสิ้นสุดของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24)
  • แยกโคกตาล ตำบลนิคมพัฒนา (จุดตัดของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2157 กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24)
  • แยกนาเจริญ ตำบลโสน (จุดตัดของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2201 กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24)
  • แยกนิคมสายเอก ตำบลหนองฉลอง (จุดเริ่มต้นของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2157 ที่แยกออกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220)
  • แยกตรางสวาย ตำบลดองกำเม็ด (จุดเริ่มต้นของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2167 ที่แยกออกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220)
  • แยกบ้านบิง ตำบลดองกำเม็ด (จุดเริ่มต้นของทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.3016 ที่แยกออกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220)
  • แยกบ้านแทรง ตำบลห้วยสำราญ (จุดเริ่มต้นของทางหลวงชนบทหมายเลข ศก.7075 ที่แยกออกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2201)

ระยะทางจากอำเภอขุขันธ์ไปยังอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัด[แก้]

อำเภอ ระยะทาง (กิโลเมตร)
เมืองศรีสะเกษ 50
กันทรลักษ์ 59
กันทรารมย์ 77
อุทุมพรพิสัย 76
ราษีไศล 86
ไพรบึง 25
ขุนหาญ 33
ปรางค์กู่ 30
ห้วยทับทัน 87
บึงบูรพ์ 90
โพธิ์ศรีสุวรรณ 78
เมืองจันทร์ 80
ศิลาลาด 112
โนนคูณ 85
ศรีรัตนะ 42
พยุห์ 40
เบญจลักษ์ 66
ยางชุมน้อย 80
วังหิน 26
ภูสิงห์ 26
น้ำเกลี้ยง 70

ระยะทางจากอำเภอขุขันธ์ไปยังอำเภอสำคัญต่าง ๆ ในจังหวัดใกล้เคียง[แก้]

อำเภอ ระยะทาง (กิโลเมตร)
เมืองอุบลราชธานี 122
วารินชำราบ 118
เดชอุดม 109
พิบูลมังสาหาร 153
น้ำยืน 112
เมืองสุรินทร์ 93
สังขะ 45
ปราสาท 93.4
รัตนบุรี 105
เมืองบุรีรัมย์ 148
ประโคนชัย 128
นางรอง 160
ลำปลายมาศ 180
เมืองนครราชสีมา 260
ปักธงชัย 250
โชคชัย 231
สีคิ้ว 289
ปากช่อง 325
กรุงเทพมหานคร 483

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

วัดเจ๊กโพธิพฤกษ์[แก้]

อยู่ในตำบลห้วยเหนือ เป็นวัดที่มีประวัติแปลกไปจากวัดอื่น ๆ เพราะสร้างโดยคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองขุขันธ์ในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ

  • ปราสาทกุด หรือปราสาทวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ ตั้งอยู่ในเขตวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ บริเวณบ้านเจ๊ก ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลาย กลายเป็นเนินโบราณสถาน มีลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนเนินดินใหญ่ ผนังแต่ละด้านจะก่ออิฐเป็นช่องคล้ายประตู โดยก่ออิฐทึบทั้งหมด มีความสูงประมาณ 15 เมตร ส่วนยอดหักพังลงมาจนถึงเรือนธาตุ โบราณสถานแห่งนี้คงสร้างมาในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือพุทธศตวรรษที่ 23-24 และปราสาทนี่เองสันนิษฐานว่าน่าจะเป็น ปราสาทสี่เลี่ยมโคกลำดวน ในอดีต ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน หรือเมืองขุขันธ์
    ปราสาทวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์
  • ตู้พระธรรมของวัดเจ๊กโพธิ์พฤกษ์ เป็นงานศิลปะฝีมือที่สวยงามมาก ผู้พระธรรมลายรดน้ำมีขนาด 1.58 เมตร กว้าง 0.64 เมตร ยาว 0.93 เมตร บานประตูเขียนลายกนกเปลว ด้านข้างทั้งสองเขียนลวดลายพันธุ์ไม้ลวดลายที่เขียนขึ้นมีภาพเล่าเรื่องประกอบทุกด้านลักษณะลวดลายของตู้พระธรรมนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก ภาคกลางอยู่มาก ถึงแม้จะมีสอดแทรกลายพื้นเมืองอยู่บ้านก็ตามลายกรอบบานประตูดอกไม้คล้ายดอกพุดตานและขาตู้ซึ่งมีลักษณะแบบจีนนิยมทำกันอย่างแพร่หลายในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสันนิษฐานได้ว่าตู้พระธรรมนี้มีอายุได้ 100 ปี มาแล้วหรือ ในราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์
วัดเขียนบูรพาราม[แก้]

วัดเขียนบูรพาราม เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของอำเภอขุขันธ์ ตั้งอยู่ที่บ้านพราน ตำบลห้วยเหนือ​ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2323 สมัยพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน(เชียงขัน) เจ้าเมืองขุขันธ์ ท่านที่ 2 ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองขุขันธ์อีกองค์หนึ่ง ที่พุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกลต่างพากันมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต เมื่อได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเมืองขุขันธ์ ผนังและฐานของอุโบสถก่อด้วยอิฐฉาบปูน หลังคาเป็นโครงไม้มุงด้วยสังกะสี ที่ขอบโครงหลังคาโดยรอบแกะสลักเป็นลายพันธุ์พฤกษา ส่วนที่จั่วสลักเป็นภาพในเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งแกะสลักในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่เรียกว่า หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3.50 เมตร สูง 6.80 เมตร มีลักษณะศิลปะที่ผสมผสานกัน ระหว่างศิลปล้านช้าง และศิลปะอยุธยาตอนปลาย เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวขุขันธ์มาแต่ในอดีต ภายนอกอุโบสถทั้งสี่มุมมีธาตุ ลักษณะศิลปะล้านช้างตั้งอยู่ ปัจจุบันเหลือเพียงสามองค์ องค์ที่สมบูรณ์ที่สุด อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะคล้ายกับพระธาตุก่องข้าวน้อย ที่จังหวัดยโสธร วัดเขียนบูรพาราม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ และกำหนดขอบเขตโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2533 มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 50 ตารางวา

วัดกลางอัมรินทราวาส[แก้]

เป็นวัดขนาดใหญ่ และเป็นศูนย์การศึกษาและการบริหารการปกครองสงฆ์อำเภอขุขันธ์

วัดโสภณวิหาร[แก้]

ตั้งอยู่ที่ ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

วัดลำภูรัมพนิวาส[แก้]

วัดลำภู ตั้งอยู่ ณ ตำบลใจดี เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในยุคแรกเริ่มของการก่อเกิดของเมืองขุขันธ์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2133 เชื่อกันว่าเป็นวัดเคยเป็นที่จำพรรษาของพระราชครูบัว ซึ่งเป็นอาจารย์ของตากะจะ หรือพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ท่านแรก เมื่อระหว่างปี พ.ศ. 2249-2321 ในอดีตยุคนั้นวัดลำภู แห่งนี้เป็นจุดรวมพล และเป็นสถานที่ประกอบพิธีปรกพลให้ฮึกเหิมก่อนที่จะนำทัพของเมืองขุขันธ์ออกไปร่วมรบกับกองทัพของกรุงศรีอยุธยา และกรุงธนบุรี ในสมรภูมิต่างๆจนได้รับชัยชนะทุกครั้ง และนอกจากนี้ วัดลำภู ยังเป็นที่ประดิษฐาน “พระแก้วเนรมิต และองค์พญาครุฑ” สิ่งศักดิ์สิทธิคู่บ้านคู่เมืองขุขันธ์ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพุทธศาสนิกชนทั่วทุกสารทิศต่างแวะเวียนกันมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

ศาลหลักเมืองขุขันธ์[แก้]
  • ศาลหลักเมืองเก่า ตั้งอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 (ศรีสะเกษ-ขุขันธ์) บริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดกลางอัมรินทราวาส มีลักษณะเหมือนศาลเจ้าของคนไทยเชื้อสายจีน เนื่องจากได้รับการดูแลจากชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ ไม่ทราบหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างมาพร้อมกับการสร้างเมืองขุขันธ์ ซึ่งมีอายุ 200 กว่าปีมาแล้ว และมีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2488 ฝ่ายพันธมิตรได้ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่เมืองขุขันธ์ กะจะทิ้งระเบิดให้ตกลงตรงใจกลางเมือง ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนควบม้าไปทั่วเมือง ทำให้นักบินมองไม่เห็น จึงได้ปลดระเบิดลงที่"เวียลตาย"แทน ซึ่งก็คือพื้นที่ระหว่างโรงเรียนขุขันธ์วิทยากับบ้านบกในปัจจุบัน จึงทำให้เมืองขุขันธ์รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายพันธมิตรในคราวนั้น
  • ศาลหลักเมืองใหม่ ตั้งอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 (ศรีสะเกษ-ขุขันธ์) บริเวณอนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน(ตากะจะ) วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554 และยกเสาเอกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เนื่องจากมีการประชุมกันระหว่างฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสในพื้นที่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน เห็นว่าศาลหลักเมืองเก่ามีขนาดเล็ก พื้นที่คับแคบ ทัศนียภาพไม่สง่างาม และไม่เป็นที่สังเกตของผู้ที่ผ่านไปมา จึงมีมติให้สร้างศาลหลักเมืองใหม่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว โดยมีท่านเจ้าคุณพระรัตนากรวิสุทธิ์ รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการดำเนินการก่อสร้าง และได้รับการร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนในการบริจาคทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการก่อสร้าง ปัจจุบันนี้อยู่ในช่วงกำลังดำเนินการก่อสร้าง
อนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ)[แก้]

ตั้งอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 (ศรีสะเกษ-ขุขันธ์) บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของที่ว่าการอำเภอ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2548 ดำเนินการก่อสร้างโดยเทศบาลตำบลห้วยเหนือ (ปัจจุบัน คือ เทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์) โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน และได้รับงบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้างส่วนหนึ่งจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ บริเวณโดยรอบของอนุสาวรีย์จะเป็นสวนหย่อม บริเวณด้านทิศใต้จะมีรูปปั้นพระยาช้างเผือกและครอบครัว ส่วนบริเวณด้านหน้าจะเป็นลานอนุสาวรีย์ ซึ่งจะถูกใช้ประโยชน์เป็นลานออกกำลังกายของผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไปชาวอำเภอขุขันธ์ ทุก ๆ ช่วงเวลาเย็น และใช้เป็นลานจัดกิจกรรม "งานรำลึกพระยาไกรภักดีฯ ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" ซึ่งเป็นงานบุญปประเพณีที่สำคัญของอำเภอขุขันธ์ และจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุก ๆ ปี

    • วัตถุประสงค์ในการสร้างอนุสาวรีย์เจ้าเมืองขุขันธ์
  • 1. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ของเมืองขุขันธ์และความดีของบรรพบุรุษ สมัยนั้นมีเจ้าเมืองทั้งหมดกี่คนและมีใครบ้าง
  • 2. เพื่อต้องการเทิดทูนความกล้าหาญ คุณงามความดีที่ท่านได้ก่อตั้งเมืองขุขันธ์ขึ้นมาเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกเกียรติคุณของเจ้าเมืองขุขันธ์
  • 3. เป็นศูนย์รวมใจของชาวอำเภอขุขันธ์
  • 4. เป็นที่สักการะบูชาของชาวอำเภอขุขันธ์ และนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาได้กราบไหว้
  • 5. เสริมสร้างความสามัคคีของชาวอำเภอขุขันธ์ทุกคนให้เกิดความรักชาติ รักแผ่นดินเกิด
  • 6. ให้เกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิด
วิหารเจ้าแม่กวนอิมพันมือ[แก้]

ตั้งอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 (ศรีสะเกษ-ขุขันธ์) บริเวณด้านทิศเหนือของวัดเจ็กโพธิพฤกษ์

ปราสาทตาเล็ง[แก้]
ปราสาทตาเล็ง

ปราสาทตาเล็ง ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท หมู่ที่ 1 ตำบลปราสาท เป้นปราสาทหินโบราณที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

หนองสะอาง[แก้]

ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 บ้านสะอาง ตำบลห้วยเหนือ เป็นหนองน้ำที่มีขนาดใหญ่ และเป็นหนองที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของอำเภอขุขันธ์ และยังเป็นแหล่งหาปลาของคนในชุมชน

โครงการทับทิมสยาม 06[แก้]
  • หมู่บ้านทับทิมสยาม 06
  • อ่างเก็บน้ำทับทิมสยาม 06
  • สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่ภายในโครงการทับทิมสยาม 06 บ้านนาจะเรีย หมู่ที่ 13 ตำบลปรือใหญ่ อยู่ทางทิศใต้ของตำบลตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ระยะทางห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ ประมาณ 18 กิโลเมตร โดยตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่สองตำบลในสองอำเภอ คือ ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ กับ ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ
  • ผาประสพชัย เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
  • สถานีเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ทับทิมสยาม 06
วัดถ้ำสระพงษ์[แก้]

ประเพณีที่สำคัญ[แก้]

ประเพณีแซนโฎนตา

ถึงแม้ว่าอำเภอขุขันธ์ ในปัจจุบันจะมีหลายเผ่าพันธุ์ มีจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่นอันหลากหลาย แต่เราทุกชนทุกเผ่าก็อาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่างมีความสุข เมื่อสังคมเปลี่ยน อารยธรรมเปลี่ยน ศิลปวัฒนธรรมย่อมบูรณาการ ดังจะเห็นได้ว่า การจัดงานประเพณีแซนโฎนตาของอำเภอขุขันธ์ทุกปีนั้น ไม่ได้มีเฉพาะคนไทยเชื้อสายเขมร กูย(กวย) เท่านั้น แต่ยังมีคนไทยเชื้อสายลาว ไทย และจีน มาร่วมกันบูชาเซ่นไหว้บรรพบุรุษของเมืองขุขันธ์ร่วมกันอีกด้วย ซึ่งก็ยิ่งทำให้ “งานประเพณีแซนโฎนตาของอำเภอขุขันธ์” เป็นที่รู้จักเลื่องลือไปไกลระดับประเทศ และต่างประเทศ ประเพณีแซนโฎนตาของอำเภอขุขันธ์ เป็นประเพณีแห่งความกตัญญูของลูกหลาน ช่วงแห่งการรวมญาติ และแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีของบุตรหลานที่จะต้องมาร่วมกันเซ่นไหว้ทำบุญอุทิสส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษของตน และเมืองขุขันธ์ร่วมกัน

อำเภอขุขันธ์ ร่วมกับ ส่วนราชการ กลุ่มพลังมวลชน ราชการท้องถิ่น ท้องที่ และสภาวัฒนาธรรมอำเภอขุขันธ์ จึงได้ร่วมกันจัดงาน และยกระดับการจัดงานเป็นประเพณีแซนโฎนตาของอำเภอขุขันธ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม และให้คนไทยทุกชนชาติพันธุ์ที่อาศัยในพื้นที่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้สมัครสมานสามัคคีกัน ร่วมกันอนุรักษ์สืบสาน และส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของบรรพบุรุษ และร่วมกันแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษของชาวเมืองขุขันธ์ทุกท่าน และเป็นการประชาสัมพันธ์ประเพณีสำคัญอันเป็นรากเหง้าของความรุ่งเรืองด้านวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณของเมืองขุขันธ์ ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ภายใต้ชื่องานอันเป็นที่รู้จักกันดีว่า "งานรำลึกพระยาไกรภักดีฯ ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี" ซึ่งลูกหลานชาวอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงข้างแรม ของเดือนสิบ ทุกปี

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]