คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
National Broadcasting and Telecommunication Commission
NBTC.png
ที่ทำการ
87 ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม) ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สืบทอดจาก กรมไปรษณีย์โทรเลข (พ.ศ. 2441-2545)
สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กทช. (พ.ศ. 2545-2553)
ผู้บริหาร ฐากร ตัณฑสิทธิ์, เลขาธิการ
ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล, รองเลขาธิการ (สายงานยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร)
พลอากาศตรี ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, รองเลขาธิการ (สายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภักดี มะนะเวศ, รองเลขาธิการ (สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์)
ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร, รองเลขาธิการ (สายงานกิจการโทรคมนาคม)
พากเพียร สุนทรสิต, ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
เว็บไซต์
https://www.nbtc.go.th/
หมายเหตุ
เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (อังกฤษ: National Broadcasting and Telecommunication Commission) หรือ กสทช. (NBTC) เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐ มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารความถี่วิทยุเพื่อกิจการโทรคมนาคม และกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคม

กสทช.จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553[1]

เนื้อหา

วิสัยทัศน์และนโยบาย[แก้]

  • แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2548 – 2550[2]
  • แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2553) [3]
  • แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ. 2555) [4]
  • แผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2559) [4]
  • แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 -2559) [4]

ประวัติ[แก้]

พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช (รัชกาลที่ 5) หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ กสทช.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ การจัดตั้งกรมไปรษณีย์ขึ้น และในช่วงเวลาเดียวกันการสื่อสารทางโทรเลขเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมโทรเลขขึ้นด้วย โดยได้รับช่วงงานโทรศัพท์จากกรมกลาโหม ต่อมากิจการไปรษณีย์และโทรเลขต้องอาศัยซึ่งกันและกัน มีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด ในปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมทั้งสองเข้าด้วยกันเป็น กรมไปรษณีย์โทรเลข โดยมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีพระองค์แรก[5]

นับแต่นั้นมากิจการไปรษณีย์โทรเลขทั้งในและต่างประเทศได้เจริญพัฒนามาเป็นลำดับ ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางของการติดต่อสื่อสารทั่วราชอาณาจักร หลังจากที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพสากลไปรษณีย์ (UPU) และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ทำให้มีการประสานงานเชื่อมต่อการให้บริการระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีบริการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ บริการไปรษณีย์ บริการการเงิน และบริการโทรคมนาคม โดยเฉพาะส่วนงานด้านโทรคมนาคมมีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในกรมไปรษณีย์โทรเลข มีการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการสื่อสารหลายฉบับ มีการปรับองค์กรให้เหมาะสมกับสภาพการณ์หลายครั้ง และมีการแยกงานสำคัญ ๆ ออกไปจัดตั้งเป็นหน่วยบริการหลายหน่วย เพื่อให้หน่วยงานเหล่านั้นมีโอกาสพัฒนาสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์กรและสนองตอบความต้องการของประชานชนได้อย่างเพียงพอ ได้แก่

ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 จึงมีการแยกส่วนงานของกรมไปรษณีย์โทรเลขอีกครั้ง คือ[5]

  • งานระดับปฏิบัติการทางด้านไปรษณีย์และโทรคมนาคม แยกไปขึ้นอยู่กับรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย (บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน) ซึ่งมีหน้าที่ให้บริการด้านการสื่อสารแก่สาธารณะ ทั้งบริการไปรษณีย์ โทรคมนาคม และบริการการเงิน
  • กรมไปรษณีย์โทรเลขรับผิดชอบงานนโยบาย และมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 อันเกี่ยวข้องกับ การบริหารคลื่นความถี่วิทยุ งานนโยบาย งานวิชาการ งานวิจัยพัฒนา และงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารในประเทศและระหว่างประเทศ

การเปลี่ยนแปลงกิจการ[แก้]

เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 การโอนกิจการไปสู่การเป็นคณะกรรมการทั้ง 2 องค์กร มีดังต่อไปนี้

  • 19 มกราคม พ.ศ. 2545 หลังจากมีการประกาศใช้ พระราชกฤษฎีกา ยุบกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม พุทธศักราช 2545 แล้ว ดังนั้น กรมฯ จึงได้โอนถ่ายบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ หน้าที่ ความรับผิดชอบ การปฏิบัติงานทั้งหมด ไปเป็น สำนักงาน กทช. ส่วนในด้านกิจการไปรษณีย์ และเงินงบประมาณทั้งเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการกับลูกจ้างซึ่งยังมีผลครอบครองอยู่ พร้อมกับกลุ่มบุคคลเดิม ไปเป็นหน้าที่ของ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ในมาตรา 82, 83, 84
  • ส่วนในด้านของกรมประชาสัมพันธ์ ได้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ งบประมาณ การปฏิบัติงานทั้งหมด ในส่วนของกองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็น สำนักงาน กสช. ส่วนในด้านงบประมาณทั้งเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการกับลูกจ้างซึ่งยังมีผลครอบครองอยู่ พร้อมกับกลุ่มบุคคลเดิม ให้ยังคงไว้กับกรมประชาสัมพันธ์อยู่เช่นเดิม ในมาตรา 85, 86

ทั้งนี้ กรมไปรษณีย์โทรเลข ถูกยุบเลิกไปเป็น สำนักงาน กทช. ตามกฎหมายพระราชกฤษฎีกายุบกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ได้มีการโอนกิจการไปรษณีย์ พ้นจากกรมฯโดยทันที หลังวันเปลี่ยนผ่านไปสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น (ทั้งนี้ การแปรสภาพไปเป็นองค์กรใหม่โดยสมบูรณ์นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547) ส่วนงานด้านโทรเลข ก็ได้ดำเนินการจนถึงปี พ.ศ. 2551 โดยขึ้นกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

แต่ต่อมา พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มีการประกาศบังคับใช้ ทำให้มีการรวมคณะกรรมการทั้งสอง คือ กทช. และ กสช. ไปจัดตั้งใหม่เป็น กสทช. แทน ในวันที่ 20 ธันวาคม ปีเดียวกัน พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ทำให้สถานะของ กทช. ต้องยุติลง และจัดตั้ง กสทช. ขึ้นแทน

องค์กรและหน่วยงานในกำกับปัจจุบัน[แก้]

  • สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (อังกฤษ: Office of National Broadcasting and Telecommunications Commission) หรือ สำนักงาน กสทช. - เป็นหน่วยงานที่มีฐานะเป็นสำนักงานเลขานุการของ คณะกรรมการ กสทช. ที่มีชื่อเดิมคือ กรมไปรษณีย์โทรเลข และสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตามลำดับ ซึ่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 บัญญัติให้มีการโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้ และงบประมาณของกรมไปรษณีย์โทรเลขไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(ชื่อในขณะนั้น) รวมทั้งข้าราชการและลูกจ้างของกรมไปรษณีย์โทรเลข ปัจจุบันสำนักงาน กสทช. มีเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้บริหารสูงสุดที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน และรายงานขึ้นตรงต่อ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ[8]
  • สถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ. - เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ขึ้นตรงกับ สำนักงาน กสทช. ซึ่งมีสถานีวิทยุในบางจังหวัดของประเทศ สำหรับสถานีส่วนกลางที่กรุงเทพมหานครนั้น ส่งกระจายเสียงในระบบวีเอชเอฟ ภาค เอฟ เอ็ม ความถี่ 98.5 MHz และ 106.5 MHz ภาค เอ เอ็ม ความถี่ 1035 KHz และ 1089 KHZ ซึ่งสามารถส่งสัญญาณได้จนถึงปริมณฑล และบริเวณที่ใกล้เคียงแต่ในขณะนี้ทางสถานีฯได้ให้เอกชนเช่าคลื่นความถี่และสัมปทานอยู่

องค์กรและหน่วยงานในกำกับที่ถูกยกเลิก (พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2553)[แก้]

  • สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (อังกฤษ: Telecommunications Research and Industrial Development Institute) หรือ สพท. - จัดตั้งขึ้นโดย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามภารกิจของอำนาจหน้าที่ในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 มาตรา 51 (15) และ (16) กล่าวคือ การส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง[9]
  • สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (อังกฤษ: Telecommunications Consumer Protection Institute) หรือ สบท. - จัดตั้งขึ้นโดย กทช. ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมตามแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2[10] (ได้โอนย้ายพนักงานเข้าส่วนงานต่างๆ ในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง)


คณะกรรมการ[แก้]

รายนามประธานกรรมการและคณะกรรมการในอดีต[แก้]

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)[แก้]

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมีทั้งหมด 7 คน ดำรงตำแหน่งได้วาระเดียวนาน 6 ปี ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดสามปี ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนสามคนโดยวิธีจับสลาก[ต้องการอ้างอิง]

  1. พลเอก ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ - อดีตประธานกรรมการ (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 28 กันยายน พ.ศ. 2550)
  2. ศาสตราจารย์ เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 28 กันยายน พ.ศ. 2550)
  3. เหรียญชัย เรียววิไลสุข (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 28 กันยายน พ.ศ. 2550)
  4. ศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
  5. สุชาติ สุชาติเวชภูมิ (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
  6. รองศาสตราจารย์ สุธรรม อยู่ในธรรม (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
  7. อาทร จันทวิมล (24 สิงหาคม พ.ศ. 2547 – 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549) - ลาออก
  8. สุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร (พ.ศ. 2553 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
  9. รองศาสตราจารย์ พนา ทองมีอาคม (พ.ศ. 2553 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
  10. พันเอก นที ศุกลรัตน์ (พ.ศ. 2553 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
  11. บัณฑูร สุภัควณิช (พ.ศ. 2553 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553)
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ กสทช.[แก้]

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554[11]

  1. ศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ
  2. สุชาติ สุชาติเวชภูมิ
  3. รองศาสตราจารย์ สุธรรม อยู่ในธรรม
  4. สุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร
  5. รองศาสตราจารย์ พนา ทองมีอาคม
  6. พันเอก นที ศุกลรัตน์
  7. บัณฑูร สุภัควณิช

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)[แก้]

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมีชื่อเรียกในอดีตว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ต่อมาเมื่อมีการตรากฎหมายพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ขึ้นทูลเกล้าและโปรดเกล้าฯเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงโปรดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแทนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติโดยให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนเรียกว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ลงวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553[12]

ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดให้มีคณะกรรมการอีก 2 ชุด ภายใต้โครงสร้างของ กสทช. คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการกระกอบกิจการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนั้น ให้แต่งตั้งจากคณะกรรมการ กสทช. โดยให้รองประธาน กสทช. คนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน กสท. และรองประธาน กสทช. อีกคนหนึ่ง ทำหน้าที่ประธาน กทค. โดยให้กรรมการ กสทช. ที่มิได้เป็นประธานและรองประธาน กสทช. ที่เหลืออีก 8 คน ทำหน้าที่เป็นกรรมการ กสท. 4 คน และอีก 4 คน ทำหน้าที่กรรมการ กทค. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้คณะกรรมการ กสทช. มีเพียงชุดเดียว คณะกรรมการ2 ชุดเดิม ได้เปลี่ยนเป็นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯแทน

รายนามประธานกรรมการและคณะกรรมการ กสทช. (พ.ศ. 2554-พ.ศ. 2557)[แก้]
  • พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี - ประธาน กสทช.
  • พันเอก นที ศุกลรัตน์ - รองประธาน กสทช. และประธาน กสท.
  • พันเอก รองศาสตราจารย์ ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ - รองประธาน กสทช. และประธาน กทค.
  • พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร - กสทช. และ กทค.
  • พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า - กสทช. และ กสท.
  • พลโท ดร. พีระพงษ์ มานะกิจ - กสทช. และ กสท.
  • รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ - กสทช. และ กทค.
  • นายแพทย์ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา - กสทช. และ กทค.
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ - กสทช. และ กสท.
  • สุทธิพล ทวีชัยการ - กสทช. และ กทค. ได้ลาออก
  • นายแพทย์ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา - กสทช. และ กทค.
  • สุภิญญา กลางณรงค์ - กสทช. และ กสท.
รายนามประธานกรรมการและคณะกรรมการ กสทช. (พ.ศ. 2557 - พ.ศ. 2560)[แก้]
  • พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร- ประธาน กสทช.[13]
  • พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ - รองประธาน กสทช. และประธาน กสท.
  • พันเอก รองศาสตราจารย์ ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ - รองประธาน กสทช. และประธาน กทค.
  • พลโท ดร. พีระพงษ์ มานะกิจ - กสทช. และ กสท.
  • รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ - กสทช. และ กทค.
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ - กสทช. และ กสท.
  • นายแพทย์ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา - กสทช. และ กทค.
  • สุภิญญา กลางณรงค์ - กสทช. และ กสท. ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560
รายนามประธานกรรมการและคณะกรรมการ กสทช. (พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)[แก้]

ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2561[14] ส่งผลให้รายนามประธานกรรมการและคณะกรรมการ กสทช.เป็นดังต่อไปนี้

  • พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร- ประธาน กสทช.
  • พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ - รองประธาน กสทช. และประธาน กสท.
  • พันเอก รองศาสตราจารย์ ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ - รองประธาน กสทช. และประธาน กทค.
  • พลโท ดร. พีระพงษ์ มานะกิจ - กสทช. และ กสท.
  • รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ - กสทช. และ กทค.
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ - กสทช. และ กสท.
  • นายแพทย์ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา - กสทช. และ กทค.
ผู้บริหาร สำนักงาน กสทช.[แก้]
  • ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ
  • ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ (สายงานยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร)
  • พลอากาศตรี ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ (สายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค)
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ (สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์)
  • ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ (สายงานกิจการโทรคมนาคม)
  • พากเพียร สุนทรสิต ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
  • ทศพร เกตุอดิศร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้เกษียณปี 2557
  • พิทยาพล จันทนะสาโร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้เกษียณปี 2558
  • องอาจ เรืองรุ่งโสม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้เกษียณปี 2558

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศ กสทช. เรื่อง เปลี่ยนแปลงสำนักงาน กทช. เป็น สำนักงาน กสทช.
  2. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ. ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2553). ในราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ 1 – 17 เล่ม 122 ตอนพิเศษ 58 ง. 3 สิงหาคม 2548.
  3. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ. ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2553). ในราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ 41 – 82 เล่ม 125 ตอนพิเศษ 65 ง. 1 เมษายน 2551.
  4. 4.0 4.1 4.2 ในราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ 2 – 285 เล่ม 129 ตอนพิเศษ 63 ง. 4 เมษายน 2555.
  5. 5.0 5.1 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท). "ประวัติกิจการไปรษณีย์ไทย". http://www.thailandpost.com/about_history.asp. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552. 
  6. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด. "ประวัติความเป็นมา". http://www.aerothai.co.th/thai/history_th.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552. 
  7. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน). "อดีตถึงปัจจุบัน". http://www.tot.co.th/index.php?option=com_content&task=view&id=183&Itemid=427. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552. 
  8. ""ประวัติสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ "". สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ. http://www.ntc.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=1011&Itemid=91. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552. 
  9. ""สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม - ความเป็นมา"". สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม. http://tridi.ntc.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=50&Itemid=58. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552. 
  10. ""ระเบียบการจัดตั้งสถาบัน"". สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม. http://www.tci.or.th/aboutus.asp?id=A1. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552. 
  11. http://www.nbtc.go.th/phocadownload/notification/notification-onbtc001.pdf
  12. http://www.nbtc.go.th/phocadownload/notification/notification-onbtc001.pdf
  13. บอร์ด กสทช.เลือก 'สุกิจ'นั่งประธาน
  14. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/093/11.PDF

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]