ข้ามไปเนื้อหา

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ประเภทองค์การนอกภาครัฐ
อุตสาหกรรมการส่งเสริมการผ้าไทย
ก่อตั้ง21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519; 49 ปีก่อน (2519-07-21)

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (อังกฤษ: The Foundation for the Promotion of Supplementary Occupations and Related Techniques of Her Majesty Queen Sirikit, The Queen Mother; ชื่อย่อ: SUPPORT) เป็นมูลนิธิที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เพื่อช่วยเหลือราษฎรในชนบท โดยการส่งเสริมอาชีพอื่นเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมูลนิธิขึ้นตรงกับ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ประวัติ

[แก้]

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงได้รับแรงบันดาลใจในการส่งเสริมอาชีพขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งโดยเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทเป็นครั้งแรกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2498 โดยทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่กันเป็นส่วนใหญ่ จึงทรงเริ่มสนพระราชหฤทัยและทรงโปรดปรานผ้าทอพื้นเมือง[1]

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 หลังสถานการณ์อุทกภัยที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม คลี่คลาย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯ ไปพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชปรารภว่าการแจกของแก่ผู้ประสบภัยเปรียบเสมือนโยนหินก้อนเล็กลงแม่น้ำ จึงควรหางานให้พวกเขาทำเพื่อให้มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะนั้นสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทอดพระเนตรเห็นสตรีชาวบ้านทุกคนนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่ จึงทรงไต่ถามชาวบ้านเหล่านั้น จนได้ความว่า ชาวบ้านทอผ้าไหมมัดหมี่สำหรับทำซิ่นนุ่งกันเองภายในชุมชน มิได้จำหน่าย พระองค์ทรงเล็งเห็นว่า ชาวบ้านมีฝีมือในงานหัตถกรรมอยู่แล้ว จึงมีพระราชดำริส่งเสริมอาชีพทอผ้าไหมมัดหมี่เป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว โดยในช่วงแรก พระองค์มีพระราชเสาวนีย์ให้ชาวบ้านทอผ้าไหมมัดหมี่ถวาย และพระองค์ทรงรับซื้อไว้เพื่อทรงใช้สอยส่วนพระองค์ เป็นการเพิ่มรายได้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปในคราวเดียวกัน[2]

อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำเป็นต้องทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับทรงรับซื้อผ้าไหมในโครงการนี้โดยตลอด ทำให้มีข้าราชบริพารและผู้มีจิตศรัทธา ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อโครงการนี้เป็นจำนวนมาก ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,000,000 บาท[3] รวมกับเงินที่มีผู้มีจิตศรัทธาทูลเกล้าฯ ถวายอีกจำนวน 2,475,865 บาท รวมทั้งสิ้น 3,475,865 บาท พร้อมทั้งทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิ และพระราชทานชื่อมูลนิธิตามที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ประทานชื่อเพื่อประกอบพระราชวินิจฉัยว่า มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยหม่อมราชวงศ์ทองน้อย ทองใหญ่ รองราชเลขาธิการ ได้คิดชื่อภาษาอังกฤษถวายว่า "The Foundation For the Promotion of Supplementary Occupations and Related Techniques under the Royal Patronage of Her Majesty the Queen" มีชื่อย่อว่า SUPPORT และตั้งที่ทำการที่สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยได้รับอำนาจให้จัดตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519[4]

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2520 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจัดตั้งโรงฝึกศิลปาชีพแห่งแรกขึ้นภายในพื้นที่สวนจิตรลดา ที่เป็นที่ทำการของมูลนิธิฯ สำหรับฝึกหัดหัตถกรรมไทยแขนงต่าง ๆ (ปัจจุบันยกฐานะขึ้นเป็นสถาบันสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553) ก่อนจะเปิดร้านค้าขึ้นในชื่อร้านจิตรลดา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปีเดียวกัน เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ประชาชนเลือกซื้อ[5] จากนั้นได้ขยายออกไปจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ก่อนขยายไปทั่วประเทศในเวลาต่อมา[6] ทำให้เมื่อปี พ.ศ. 2528 รัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้จัดตั้งกองศิลปาชีพขึ้น ในสำนักราชเลขาธิการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ[3]

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2531 คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พิจารณาว่า สมาชิกของมูลนิธิฯ ยึดศิลปาชีพเป็นอาชีพหลักกันมาก มิได้ทำเป็นอาชีพเสริม ทำให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเห็นว่า คำว่า "ศิลปาชีพพิเศษ" นั้นยืดยาวเกินไป จึงทรงต้องการตัดบางคำออกให้ชื่อกระชับขึ้น นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงบริหารโครงการด้วยพระองค์เองในฐานะองค์ประธานมูลนิธิฯ มิใช่เฉพาะการพระราชทานพระบรมราชินูปถัมภ์ ดังนั้น จึงเปลี่ยนชื่อของมูลนิธิเป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (อังกฤษ: The Foundation of the Promotion of Supplementary Occupations and Related Techniques of Her Majesty Queen Sirikit of Thailand) โดยชื่อย่อว่า SUPPORT เช่นเดิม[4] โดยมีผลเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ปีเดียวกัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งรวมถึงมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, สถาบันสิริกิติ์ และกองศิลปาชีพ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี[7] ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2565 มูลนิธิได้เปลี่ยนชื่อตามการเฉลิมพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่า มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (อังกฤษ: The Foundation for the Promotion of Supplementary Occupations and Related Techniques of Her Majesty Queen Sirikit, The Queen Mother) แต่ยังคงใช้ชื่อย่อว่า SUPPORT อีกเช่นเดิม[8]

ศูนย์ศิลปาชีพ

[แก้]

ปัจจุบันมีศูนย์ศิลปาชีพในประเทศไทย จำนวน 141 แห่ง และโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอีกรวมมากกว่า 300 แห่ง โดยศูนย์ศิลปาชีพแห่งหลัก ๆ เช่น สถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร, ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง, ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช, ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง และศูนย์ศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น[9]

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

[แก้]
ปี พ.ศ. ตอน หมายเหตุ
2550พรหมาศ
2552พรหมาศ
2553นางลอย
2554ศึกมัยราพณ์
2555จองถนน
2556ชุด ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์
2557ชุด ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ
2558ชุด ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ
2559-2560งดการแสดงเนื่องจากอยู่ในห้วงการถวายอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
2561พิเภกสวามิภักดิ์เดิมมีกำหนดจัดแสดงในปี พ.ศ. 2559 แต่เลื่อนมาจัดแสดงในปี พ.ศ. 2561 แทน
2562สืบมรรคา
2563-2564งดการแสดงเนื่องจากการระบาดทั่วของโควิด-19
2565สะกดทัพ
2566กุมภกรรณทดน้ำ
2567พระจักราวตาร
2568สัตยาพาลีไม่มีการงดการแสดง แม้จะอยู่ในห้วงการถวายอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

รายละเอียด

[แก้]

พรหมาศ (2550, 2552)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: เพลงพัธวิสัย, รำประเลง
  • ฉากที่ 1 ท้องพระโรงกรุงลงกา
  • ฉากที่ 2 โรงพิธี
  • ฉากที่ 3 ขบวนทัพพระอินทร์
  • ฉากที่ 4 สนามรบ
  • ฉากที่ 5 พระรามแก้ศร

นางลอย (2553)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำเบิกโรงกิ่งไม้เงินทอง
  • ฉากที่ 1 ท้องพระโรงกรุงลงกา
  • ฉากที่ 2 อุทยานท้ายกรุงลงกา
  • ฉากที่ 3 ท้องพระโรงฝ่ายใน
  • ฉากที่ 4 เชิงเขาเหมติรัน
  • ฉากที่ 5 พลับพลาพระรามริมฝั่งน้ำ

ศึกมัยราพณ์ (2554)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำเบิกโรงฉุยฉายกิ่งไม้เงินทอง
  • ฉากที่ 1 ท้องพระโรงกรุงลงกา
  • ฉากที่ 2 หุงสรรพยา
  • ฉากที่ 3 เกิดลาง
  • ฉากที่ 4 มัยราพณ์สะกดทัพ (ฉากหนุมานอมพลับพลา)
  • ฉากที่ 5 หักด่านเมืองบาดาล
  • ฉากที่ 6 เข้าเมืองบาดาล
  • ฉากที่ 7 ผลาญมัยราพณ์

จองถนน (2555)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำถวายพระพร
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 พลับพลา
    • ฉากที่ 2 ริมฝั่งมหาสมุทร
    • ฉากที่ 3 พลับพลา
    • ฉากที่ 4 ตำหนักน้ำกรุงลงกา
    • ฉากที่ 5 ริมฝั่งมหาสมุทร
    • ฉากที่ 6 ใต้ท้องสมุทร
    • ฉากที่ 7 ข้ามสมุทร
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 8 ท้องพระโรงฝ่ายในกรุงลงกา
    • ฉากที่ 9 หน้าพระลานกรุงลงกา
    • ฉากที่ 10 สนามรบ

ชุด ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์ (2556)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำอาศิรวาทพระบาทยุคล
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 ท้องพระโรงกรุงลงกา
    • ฉากที่ 2 วิมานพระพรหม
    • ฉากที่ 3 ลับหอกโมกขศักดิ์
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 4 พลับพลาพระราม
    • ฉากที่ 5 สนามรบ
    • ฉากที่ 6 ยุดรถพระอาทิตย์ - เก็บสรรพยา
    • ฉากที่ 7 แก้ฤทธิ์โมกขศักดิ์

ชุด ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ (2557)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, ระบำนารายณ์ 7 ปาง
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 ท้องพระโรงกรุงลงกา
      • กำแพงเมืองกรุงลงกา
    • ฉากที่ 2 พลับพลาพระราม
    • ฉากที่ 3 โพรงไม้โรทัน
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 4 สนามรบ
    • ฉากที่ 5 สงคราม

ชุด ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ (2558)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องถวายราชสดุดีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, รำเบิกโรง ชุด ปะเลง
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 ขัดตาทัพ (ท้องพระโรงกรุงโรมคัล)
    • ฉากที่ 2 พลับพลาพระราม
    • ฉากที่ 3 สนามรบ
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 4 แจ้งข่าวศึก
    • ฉากที่ 5 เสียพิธี
    • ฉากที่ 6 ขบวนทัพพระอินทร์
    • ฉากที่ 7 ศรพรหมาศ (สนามรบ)

พิเภกสวามิภักดิ์ (2561)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทขับร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำถวายพระพร
  • องก์ที่ 1 สุบินนิมิต
    • ฉากที่ 1 พิเภกถูกขับ
    • ฉากที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา
    • ฉากที่ 3 เนรเทศ
  • องก์ที่ 2 หอกกบิลพัท
    • ฉากที่ 4 พบนิลเอก
    • ฉากที่ 5 สวามิภักดิ์
    • ฉากที่ 6 มณโฑทูลตัดศึก
    • ฉากที่ 7 หอกกบิลพัท - แก้พิษหอก

สืบมรรคา (2562)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำถวายพระพร
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 พลับพลา
    • ฉากที่ 2 สระบัว
    • ฉากที่ 3 เมืองมายันเมืองร้าง
    • ฉากที่ 4 แม่น้ำใหญ่
    • ฉากที่ 5 เชิงเขาเหมติรันถ้ำนกสัมพาที
    • ฉากที่ 6 กลางทะเล
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 7 รบนางอังกาศตไล
    • ฉากที่ 8 ตำหนักในกรุงลงกา
    • ฉากที่ 9 สวนขวัญกรุงลงกา
    • ฉากที่ 10 รบอินทรชิต
    • ฉากที่ 11 ลานประหารหน้าเมืองลงกา

สะกดทัพ (2565)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำถวายพระพร
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 ขบวนทัพไมยราพ
    • ฉากที่ 2 ท้องพระโรงกรุงลงกา
    • ฉากที่ 3 โรงพิธี
    • ฉากที่ 4 ห้องบรรทมพระราม
    • ฉากที่ 5 พลับพลาพระราม
    • ฉากที่ 6 หนุมานอมพลับพลา
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 7 หนุมานทำลายด่าน
    • ฉากที่ 8 สระบัว
    • ฉากที่ 9 สระน้ำนอกเมืองบาดาล
    • ฉากที่ 10 หน้าประตูเมือง
    • ฉากที่ 11 ปราสาทไมยราพ
    • ฉากที่ 12 ป่าดงตาล
    • ฉากที่ 13 เทพชุมนุม

กุมภกรรณทดน้ำ (2566)

[แก้]

พระจักราวตาร (2567)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องเฉลิมพระเกียรติ, รำถวายพระพร
  • องก์ที่ 1
    • ฉากที่ 1 นารายณ์บรรทมสินธุ์
    • ฉากที่ 2 กฤษฎาภินิหารพระรามา
    • ฉากที่ 3 สำมนักขาก่อศึก
    • ฉากที่ 4 พลัดพราก
  • องก์ที่ 2
    • ฉากที่ 5 ทศกัณฐ์รบสดายุ
    • ฉากที่ 6 พระรามได้พล
    • ฉากที่ 7 สงคราม
    • ฉากที่ 8 เฉลิมพระเกียรติพระจักราวตาร

สัตยาพาลี (2568)

[แก้]
  • การแสดงเบิกโรง: บทร้องถวายอาลัย, รำอศิรวาทถวายอาลัย
  • องก์ที่ 1 สัตยาพาลี
    • ฉากที่ 1 แรงอาฆาต
    • ฉากที่ 2 พยุหบาตรสรงสนาน
    • ฉากที่ 3 พญามารระทม
    • ฉากที่ 4 องค์บรมเทวา
    • ฉากที่ 5 คูหาสุรกานต์
    • ฉากที่ 6 หิมพานต์อรัญวา
  • องก์ที่ 2 ศึกอสุรีเจ้าลงกา
    • ฉากที่ 7 กรุงลงกาธานี
    • ฉากที่ 8 โรงพิธีศรีเศวต
    • ฉากที่ 9 คืนชีพพงศ์ประยูร
    • ฉากที่ 10 ราพณาสูรอัปรา

อ้างอิง

[แก้]
  1. "สมเด็จพระพันปีหลวง พระปรีชาญาณอนุรักษ์ผ้าไทย "พัตราภรณ์งดงาม" คงอยู่คู่แผ่นดิน". ศิลปวัฒนธรรม. 12 สิงหาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  2. "กำเนิดมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ". สยามรัฐ. 10 สิงหาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  3. 1 2 "'ศิลปาชีพ' ความอยู่ดีกินดีที่ยั่งยืนของคนไทย จากมรดกหัตถกรรมชิ้นงามแห่งท้องถิ่น". Lue History. 13 สิงหาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  4. 1 2 "กำเนิดมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ". สยามรัฐ. 10 สิงหาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  5. "มหกรรมผ้า"ร้านจิตรลดา"". คมชัดลึก. 6 ธันวาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  6. แซ่เจียง, กำจร (ธันวาคม 2022). สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับเครื่องแต่งกายสตรีแบบไทย (PDF) (วิทยานิพนธ์ ปร.ด.). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  7. "โปรดเกล้าฯ การบังคับบัญชาหน่วยราชการในพระองค์ขึ้นตรงกับสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา". ไทยพีบีเอส. 15 มิถุนายน 2019. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.
  8. "ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร เรื่อง จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของ "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ"" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 139 (99 ง): 165–166. 29 ธันวาคม 2565.
  9. "โครงการศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" (PDF). สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. pp. 1–4. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2025.