สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง (อังกฤษ: queen mother สำหรับพระราชินี และ empress mother สำหรับพระจักรพรรดินี) คือ พระมเหสีม่ายของพระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน และเป็นพระราชมารดาของพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน[1] คำนี้เกิดขึ้นในภาษาอังกฤษเมื่อราว พ.ศ. 2120[2]

ในสากล "Queen Mother" มักจะหมายถึงสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ที่ทรงดำรงพระอิสริยยศนี้ยาวนานกว่า 50 ปี

พระราชสถานะ[แก้]

ในบริเตน[แก้]

ในบริเตน ตำแหน่งสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง (queen mother) เป็นพระอิสริยยศสำหรับอดีตพระราชินีในรัชกาลก่อนและเป็นพระราชมารดาในพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน จะต่างจากสมเด็จพระราชินีวิธวา (queen dowager) ที่เป็นพระราชินีในรัชกาลก่อน แต่มิได้เป็นพระราชมารดาของพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน โดยเจ้านายที่ดำรงพระอิสริยยศที่สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง ได้แก่

ส่วนเจ้าหญิงวิกตอเรียแห่งซัคเซิน-โคบูร์ก-ซาลเฟลด์ เป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรนั้น ไม่นับว่าเป็นสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง (queen mother) เพราะมีพระสวามีเป็นดยุก

ในไทย[แก้]

กรุงศรีอยุธยาและธนบุรี[แก้]

ตำแหน่งสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงในราชสำนักอยุธยาตอนปลายเรียกว่า กรมพระเทพามาตย์ ซึ่งตกทอดมาจนถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี[3] เจ้านายฝ่ายในที่ดำรงพระอิสริยยศที่กรมพระเทพามาตย์ เท่าที่ปรากฏพระนาม ได้แก่

กรุงรัตนโกสินทร์[แก้]

ในช่วงรัตนโกสินทร์ ยังคงยึดบรรทัดฐานมาแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นหลัก และใช้ตั้งพระนามสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง อาทิ สมเด็จกรมพระอมรินทรามาตย์, สมเด็จกรมพระศรีสุริเยนทรามาตย์ และกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ เป็นต้น กระทั่งจนล่วงมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก จึงโปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยแก่สมเด็จพระบรมราชชนนีว่า "สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี"[5] ภายหลังเพิ่มเติมอีกครั้งว่า "สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง"[6] ตามลำดับ และทรงแก้ไขพระนามพระบรมอัฐิของสมเด็จพระอัครมเหสีและพระราชชนนีในรัชกาลก่อนทั้งสิ้น โดยทรงตัดคำว่า "มาตย์" อันเป็นชื่อขุนนางเจ้ากรมออก แล้วเพิ่มคำว่า "พระบรมราชินี" ลงไป[7] อันเป็นแบบแผนในการปรับใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนสมเด็จพระศรีสุลาไลยและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไม่นับว่าเป็นสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง เพราะมิเคยดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินีมาก่อน แต่จัดเป็นเจ้าหญิงพระราชชนนี (princess mother) ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 6 ถูกลดพระยศเป็นสมเด็จพระวรราชชายาและไม่มีพระราชโอรส เป็นเจ้าหญิงพระชายา (princess consort) และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 นั้นไม่มีพระราชโอรสสืบราชสมบัติจึงมิได้สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง แต่เป็นสมเด็จพระราชินีวิธวา (queen dowager)

ล้านนา[แก้]

ตำแหน่งสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงในราชวงศ์มังรายแห่งอาณาจักรล้านนาจะเรียกว่า มหาเทวี[8] ซึ่งตำแหน่งมหาเทวีนี้ครอบคลุมไปถึงพระราชชนนีของรัชกาลปัจจุบันที่มิได้เป็นพระมเหสีในพระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน ดังพระราชชนนีในพญายอดเชียงราย[9] มหาเทวีหลายพระองค์ล้วนมีพระราชอำนาจสูงในราชสำนักแม้ว่าพระราชสวามีจะถูกถอดถอนหรือปลงพระชนม์ แต่พระมหาเทวีก็ยังคงมีอำนาจอยู่เบื้องหลังราชสำนัก[10] และยังมีบทบาทในการปกครองอาณาจักรร่วมกับพระราชโอรส โดยในหลักฐานมีการเรียกมหาเทวีและกษัตริย์ว่า "พระเป็นเจ้าสองพระองค์" และ "พระเป็นเจ้าแม่ลูกทั้งสอง"[11][12][13][14] นอกจากนี้บางพระองค์ได้แหวกจารีตขึ้นมามีบทบาทครองอำนาจในฐานะพระมหากษัตริย์ก็มี[10] เท่าที่ปรากฏพระนามได้แก่

ในตุรกี[แก้]

ภายในห้องส่วนพระองค์ในพระตำหนักวาลีเดซุลตัน ภายในพระราชฐานชั้นในพระราชวังโทพคาปึ

ในยุคจักรวรรดิออตโตมัน แต่เดิมใช้ธรรมเนียมเรียกสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงอย่างเปอร์เซียว่า มะฮ์ด-อี อิวล์ยา (ตุรกี: mehd-i ülya; เปอร์เซีย: مهد علیا‎)[24] ซึ่งภายหลังได้เรียกตำแหน่งสำหรับสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงว่า วาลีเดซุลตัน (ตุรกี: Valide sultan, ตุรกีออตโตมัน: والده سلطان แปลตรงตัวว่า "พระชนนีของสุลต่าน") สำหรับสุลต่านหญิง (Sultana) ผู้เป็นพระชายาในสุลต่านรัชกาลก่อน และเป็นพระราชชนนีของสุลต่านรัชกาลปัจจุบัน[24] วาลีเดซุลตันพระองค์แรกคือฮัฟซา ซุลตัน (Hafsa Sultan, حفصه سلطان) พระชายาในสุลต่านเซลิมที่ 1 และเป็นพระราชชนนีของสุลต่านสุลัยมานผู้เกรียงไกร

ตำแหน่งวาลีเดซุลตันนี้เป็นพระอิสริยยศและพระราชอำนาจรองจากสุลต่าน ตามธรรมเนียมอิสลามคือ "สิทธิของบุพการีคือสิทธิของพระผู้เป็นเจ้า"[25] วาลีเดซุลตันทรงมีพระราชอำนาจยิ่งในพระราชสำนัก, มีห้องส่วนพระองค์ (ที่มักอยู่ติดกับห้องของพระราชโอรสผู้เป็นสุลต่าน) และมีพระราชอำนาจเหนือบรรดาข้าราชการ[24] ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ช่วงเวลานั้นวาลีเดซุลตันทรงมีพระราชอำนาจเหนือสุลต่านวัยเยาว์ จึงถูกเรียกว่า "รัฐสุลต่านของฝ่ายใน"[26]

อ้างอิง[แก้]

  1. A queen mother is defined as "A Queen dowager who is the mother of the reigning sovereign" by both the Oxford English Dictionary and Webster's Third New International Dictionary.
  2. Oxford English Dictionary
  3. David K. Wyatt. Thailand: A Short History. Yale University Press. p. 140.
  4. เล็ก พงษ์สมัครไทย. เฉลิมพระยศ เจ้านายฝ่ายในในรัชกาลที่ ๑-๙. กรุงเทพฯ : ฐานบุ๊คส์, 2552, หน้า 16
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธย, เล่ม ๒๗, ตอน ๐ง, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๓, หน้า ๒๐๒๒
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชพิธี คำถวายชัยมงคลของข้าทูลละอองธุลีพระบาท แด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง, เล่ม ๓๒, ตอน ง, ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๒๓๙๒
  7. ดารณี ศรีหทัย. สมเด็จรีเยนต์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2554, หน้า 81-82
  8. สรัสวดี อ๋องสกุล, ศาสตราจารย์. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ:อมรินทร์, 2552. หน้า 272
  9. "จารึกวัดพวกชอด". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์มหาชน). สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2559. 
  10. 10.0 10.1 10.2 สุเนตร ชุตินธรานนท์. ดร. พม่ารบไทย. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : มติชน, 2554. หน้า 287-290
  11. ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3. คณะกรรมการจัดการพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508, หน้า 195
  12. ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3. คณะกรรมการจัดการพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508, หน้า 198
  13. ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 4. คณะกรรมการจัดการพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508, หน้า 112
  14. สุจิตต์ วงษ์เทศ (บรรณาธิการ). ประชุมศิลาจารึกเมืองพะเยา. กรุงเทพฯ : มติชน, หน้า 263
  15. เฉลิมวุฒิ ต๊ะคำมี. ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นปกครองของล้านนาและสุโขทัย : ข้อคิดใหม่และข้อสังเกตบางประการ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559, หน้า 6
  16. เฉลิมวุฒิ ต๊ะคำมี. ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นปกครองของล้านนาและสุโขทัย : ข้อคิดใหม่และข้อสังเกตบางประการ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559, หน้า 48
  17. สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, 2552, หน้า 228
  18. ฉลิมวุฒิ ต๊ะคำมี. ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นปกครองของล้านนาและสุโขทัย : ข้อคิดใหม่และข้อสังเกตบางประการ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559, หน้า 48
  19. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา กษัตราธิราช. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน, 2553, หน้า 48
  20. เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. (27 กรกฎาคม 2555). "ใครคือ “มหาเทวีแม่ลูกสอง” ผู้มิใช่ “มหาเทวีสองแม่ลูก”". มติชนสุดสัปดาห์. 32:1667, หน้า 76
  21. สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, 2552, หน้า 168
  22. สุเนตร ชุตินธรานนท์. ดร. พม่ารบไทย. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : มติชน, 2554. หน้า 293
  23. สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, 2552, หน้า 273
  24. 24.0 24.1 24.2 Davis, Fanny (1986). "The Valide". The Ottoman Lady: A Social History from 1718 to 1918. ISBN 0-313-24811-7. 
  25. "Can Muslims Celebrate Mother's Day?". Belief.net. สืบค้นเมื่อ August 22, 2016. 
  26. Peirce, Leslie P., The Imperial Harem: Women and Sovereignty in the Ottoman Empire, Oxford University Press, 1993, ISBN 0-19-508677-5 (paperback)

ดูเพิ่ม[แก้]