สุจาริณี วิวัชรวงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ยุวธิดา ผลประเสริฐ)
สุจาริณี วิวัชรวงศ์
Yuvadhida Polpraserth.jpg
ชื่อเกิด ยุวธิดา ผลประเสริฐ
ชื่อเล่น เบ๊นซ์
เกิด 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 (53 ปี) [1]
ตำบลบ้านพานถม อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร
คู่สมรส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
(พ.ศ. 2537-2539)
ชื่ออื่น ยุวธิดา สุรัสวดี
หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ อยุธยา
อาชีพ นักแสดง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2520-2522
ผลงานเด่น กาหลง จาก เลือดในดิน (2520)
ช้อย จาก แสนแสบ (2521)

สุจาริณี วิวัชรวงศ์ หรือ (อดีต)พันตรีหญิง หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ อยุธยา[2] ใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร และเป็นอดีตนักแสดงโดยชื่อในการแสดงของเธอคือ ยุวธิดา สุรัสวดี มีชื่อแรกเกิดคือ ยุวธิดา ผลประเสริฐ (26 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) นักแสดงไทย ที่มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เพียง 5 เรื่อง เมื่อ พ.ศ. 2520-21 แล้วออกจากวงการไป[ต้องการอ้างอิง]

ประวัติ[แก้]

ยุวธิดา ผลประเสริฐ เป็นธิดาของนายธนิต และนางเยาวลักษณ์ ผลประเสริฐ จบการศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป[1] บิดาของเธอ ธนิต ผลประเสริฐ (ชื่อเดิม เรือง[3]) เป็นนักแต่งเพลงและนักดนตรีของวงสุนทราภรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้สมัครเป็นหน่วยกล่อมขวัญในกองทัพไทยช่วงสงครามเกาหลี[4]และสงครามเวียดนาม[3] ทั้งนี้บันทึกจากหนังสือ "อนุสรณ์สุนทราภรณ์ครอบรอบ 30 ปี" ระบุว่า ธนิต ผลประเสริฐ เขียนทำนองเพลงให้วงดนตรีสุนทราภรณ์จำนวน 300 – 400 เพลง[3]

ยุวธิดา เข้าสู่วงการแสดงจากการชักนำของศรินทิพย์ ศิริวรรณ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "ยุวธิดา สุรัสวดี" แสดงละครโทรทัศน์เรื่อง "กฎแห่งกรรม" และ "มนุษย์ประหลาด" [1] จากนั้นรับบทตัวประกอบในภาพยนตร์ 15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน (2520) กำกับโดยชนะ คราประยูร และบทรองใน เลือดในดิน (2520) คู่กับสรพงศ์ ชาตรี และอรัญญา นามวงศ์ กำกับโดยสมสกุล ยงประยูร[5] และได้รับบทนำ เป็น ช้อย ในภาพยนตร์เรื่อง แสนแสบ (2521) คู่กับ ไพโรจน์ สังวริบุตร กำกับโดย ไพรัช กสิวัฒน์ [1] ไอ้ถึก (2522) คู่กับสรพงศ์ ชาตรี กำกับโดยจรัล พรหมรังสี อำนวยการสร้างโดยชาญ มีศรี [5] และ หัวใจที่จมดิน (2522) กำกับโดยเชาว์ มีคุณสุต คู่กับพิศมัย วิไลศักดิ์ พิศาล อัครเศรณี อุเทน บุญยงค์ และมารศรี ณ บางช้าง [6][7][8]

ช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2522 ยุวธิดาได้ออกจากวงการบันเทิง โดยปรากฏตามข่าวเพียงว่า "เธอ ยุวธิดา ผลประเสริฐ อดีตนางเอกดาวรุ่งหันหลังให้กับวงการบันเทิงด้วยความจำเป็นหลายประการ..."[9]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ยุวธิดา ผลประเสริฐ เสกสมรสกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระธิดา 1 พระองค์ และพระโอรส 4 องค์ คือ [10]

  1. หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล หรือ ท่านอ้วน (ประสูติ: 29 สิงหาคม พ.ศ. 2522)[11] สมรสกับริยา กอฟ (Riya Gough)
  2. หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล หรือ ท่านอ้น (ประสูติ: 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524)[12]
  3. หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล หรือ ท่านอ่อง (ประสูติ: 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526)[13]
  4. หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล หรือ ท่านอิน (ประสูติ: 14 มิถุนายน พ.ศ. 2528)[14]
  5. หม่อมเจ้าหญิงบุษย์น้ำเพชร มหิดล หรือ ท่านหญิง (ประสูติ: 8 มกราคม พ.ศ. 2530) ปัจจุบันทรงพระนามว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์[15][16]

จากบทสัมภาษณ์ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ในนิตยสาร L'Uomo Vogue Italia ซึ่งตีพิมพ์ช่วงปลายปี พ.ศ. 2556 ทรงกล่าวเกี่ยวกับหย่าร้างของสุจาริณี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่าหลังจากการหย่าร้าง อดีตหม่อมสุจาริณีพร้อมพระโอรสได้ย้ายไปอาศัยที่ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) ส่วนพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ตกอยู่ในการดูแลของสมเด็จพระบรมฯ[17]

ออกจากราชอาณาจักร[แก้]

ภายหลังสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต ความสัมพันธ์ของหม่อมสุจาริณีกับองค์รัชทายาทมีอันย่ำแย่ลง จากการที่องค์รัชทายาททรงรับศรีรัศมิ์ สุวะดี เข้ามาอยู่ในพระตำหนักนนทบุรี ทำให้หม่อมสุจาริณีไม่พอใจอย่างมาก จนถึงกับพาพระบุตรทั้ง 5 เดินทางไปพำนักยังสหราชอาณาจักร[ต้องการอ้างอิง] ความสัมพันธ์ของทั้งสองสิ้นสุดลง ราวกลางปี พ.ศ. 2539 โดยในวันที่ 26 พฤษภาคม องค์รัชทายาททรงพา หม่อมเจ้าหญิงบุษย์น้ำเพชร มหิดล กลับสู่ประเทศไทย ขณะที่มีใบปลิวเผยแพร่บริเวณหน้าพระตำหนักนนทบุรี ใจความกล่าวถึงสุจาริณีกับชายผู้หนึ่งในทำนองเสียหาย[ต้องการอ้างอิง] และต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม ก็ปรากฏมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ขับไล่ พลอากาศเอก อนันต์ รอดสำคัญ ผู้ช่วยสมุหราชองครักษ์ ออกจากราชการ ด้วยเหตุกระทำผิดวินัยทหาร และกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชองครักษ์ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม[18] ตามด้วยวันที่ 17 ธันวาคม ปีเดียวกัน มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ถอดยศทางทหารของอนันต์ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม[19]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 บทสัมภาษณ์ในนิตยสาร สำเนาจากกระทู้ thaifilm.com
  2. http://serichon.com/board/index.php?topic=12066.0;wap2
  3. 3.0 3.1 3.2 บ้านคนรักสุนทราภรณ์ (24 มิถุนายน 2553). เสี้ยวหนึ่งของชีวิต กับ ครูธนิต ผลประเสริฐ. เรียกดูเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
  4. คีตา พญาไท (10 มิถุนายน 2553). ครูแก้ว อัจฉริยะกุล กับ ครูธนิต ผลประเสริฐ. เรียกดูเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
  5. 5.0 5.1 http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=2663
  6. http://www.imdb.com/title/tt0219821/
  7. http://movies.yahoo.com/movie/1809357015/info
  8. http://www.tcm.com/tcmdb/title.jsp?stid=484856&atid=0&category=overview
  9. อนุทินดารา. ไทยรัฐ. 27 สิงหาคม 2522. หน้า 4
  10. Mom Sucharini Vivajrawongse (née Yuvadhida Polpraserth)
  11. HSH Prince Chudhavajra
  12. HSH Prince Vajaresra
  13. HSH Prince Chakrivajra
  14. HSH Prince Vajravira
  15. "พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาพระอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระธิดาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 122 (10ข): 1. 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2548. 
  16. เจฟฟรี่ ไฟน์สโตน. จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: พิษณุโลกการพิมพ์,2532. หน้า 275 - 276
  17. "Principessa Sirivannavari Nariratana di Thailandia". L'Uomo Vogue Italia. 20 พฤศจิกายน 2556. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2556.  (อิตาลี)
  18. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารออกจากประจำการ และพ้นจากราชองครักษ์พิเศษ, ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 113 ตอน 44 ง, 30 พฤษภาคม 2539, หน้า 4.
  19. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดยศทหาร (พลอากาศเอก อนันต์ รอดสำคัญ), ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 113 ตอน 24 ข, 18 ธันวาคม 2539, หน้า 57.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]