มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ห้องสมุดในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ (อังกฤษ: Johns Hopkins University ตัวย่อ JHU) หรือเรียกอย่างย่อว่า ฮอปกินส์ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในสหรัฐอเมริกา ริเริ่มก่อตั้งโดยประธานาธิบดี เดวิด คอยต์ กิลแมน ตั้งอยู่ที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1876) โดยมีการเปิดการเรียนการสอบในหลายระดับ มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีประมาณ 4,500 คน[1] และในระดับสูงกว่าระดับปริญญาตรี 15,000 คน[2]

จอนส์ ฮอปกินส์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบมหาวิทยาลัยในเยอรมนี และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้การสัมมนาแทนการสอนโดยการบรรยายเพียงอย่างเดียว รวมทั้งเป็นมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งแรกที่จัดให้มีวิชาเอก (major) แทนหลักสูตรศิลปศาสตร์ทั่วไป ดังนั้นจอนส์ ฮอปกินส์จึงเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งใน 14 สมาชิกก่อตั้งสมาคมมหาวิทยาลัยอเมริกัน หรือ Association of American Universities

จากสถิติของกองทุนวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) ของสหรัฐอเมริกา จอนส์ ฮอปกินส์เป็นมหาวิทยาลัยที่ครองอันดับ 1 ในด้านการใช้งบประมาณการวิจัยและพัฒนาในสาขาวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเวลา 30 ปีต่อเนื่องกัน[3]และเป็นสถาบันที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก[4]

จอห์น ฮอปกินส์ มีชื่อเสียงในด้านการแพทย์ สาธารณสุข และ การพยาบาล โดยได้รับการจัดอันดับจากยูเอสนิวส์ในอันดับต้นของประเทศหลายครั้ง นอกจากนั้นจอนส์ฮอปกินส์ยังมีสถาบันชั้นนำระดับโลกในสาขาอื่น อาทิ สถาบันด้านการดนตรีพีบอดี (Peabody Institute) และด้านการระหว่างประเทศ (The Paul H. Nitze School of Advanced International Studies หรือ SAIS)

จนถึงพ.ศ. 2552 มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์จำนวน 33 คนที่ได้รับรางวัลโนเบล[5]

ความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย[แก้]

การเสด็จฯ เยือนของพระราชวงศ์[แก้]

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ เมืองบัลติมอร์เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านมนุษยธรรม (Honorary Doctorate of Human Letters) ในฐานะที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ด้วยความวิริยะอุตสาหะเพื่อปวงชนชาวไทย [6]

เมื่อวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ที่เมืองบัลติมอร์ และ School of Advanced International Studies (SAIS) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อทรงเข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกาต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับคณาจารย์ของ SAIS นอกจากนั้นยังได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ดร. ซบิกนิเยฟ เบรอซินสกี นักวิชาการอาวุโสของ SAIS และอธิการบดีมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์เป็นเจ้าภาพถวายพระกายาหารค่ำในสองโอกาสด้วย นอกจากนั้น ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ ไปทรงบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีนที่ Hopkins-Nanjing Center เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปยังราชอาณาจักรเนปาล (ในขณะนั้น) เพื่อทรงเยี่ยมชมโครงการวิจัยโภชนาการที่จังหวัดเทราย และเมื่อวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศเพื่อทรงเยี่ยมชมโครงการวิจัยด้านสุขภาพแม่และเด็ก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณบดีวิทยาลัยสาธารณสุขศาสตร์บลูมเบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญษดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังวิทยาลัยสาธารณสุขศาสตร์เพื่อทรงรับฟังการบรรยายสรุปจากนักวิชาการและทอดพระเนตรบริเวณวิทยาลัย

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

ชาวต่างประเทศ[แก้]

ชาวไทย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]