สํานักงานราชบัณฑิตยสภา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ราชบัณฑิตยสถาน)
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
Royal Institute.jpg
ที่ทำการ
สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนอู่ทองใน แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 31 มีนาคม 2476[1]
งบประมาณ 176.4941 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[2]
ผู้บริหาร ปกรณ์ อดุลพันธุ์, นายกราชบัณฑิตยสภา
อุดม วโรตม์สิกขดิตถ์, อุปนายกราชบัณฑิตยสภา
สมบูรณ์ สุขสำราญ, อุปนายกราชบัณฑิตยสภา
พงษ์ศักดิ์ ศิริวงษ์, เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา
ว่าง, รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา
เอกสารหลัก พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2558[3]
เว็บไซต์
www.royin.go.th

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (อังกฤษ: Office of the Royal Society) หรือชื่อเดิมว่า ราชบัณฑิตยสถาน (อังกฤษ: the Royal Institute)[4] เป็นส่วนราชการไทยระดับเทียบเท่ากรม ซึ่งขึ้นตรงต่อการบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี[1] เป็นที่รู้จักทั่วไปในภารกิจการจัดทำพจนานุกรม และการบัญญัติหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย ทั้งนี้ ราชบัณฑิตยสภา (เดิมคือ สภาราชบัณฑิต)[4] มีหน้าที่ค้นคว้า บำรุงรักษา เผยแพร่ และพัฒนาวิทยาการทุกแขนง เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ประวัติ[แก้]

อาคารที่ทำการราชบัณฑิตยสถานเดิม ภายในพระบรมมหาราชวัง

ราชบัณฑิตยสถาน ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2476 และถือเป็นวันสถาปนาราชบัณฑิตยสถานด้วย ทั้งนี้ได้ยกเลิกราชบัณฑิตยสภาที่มีแต่เดิมเสีย โดยให้ราชบัณฑิตยสถาน มีหน้าที่ทำงานด้านวิชาการ เป็นแหล่งรวมนักวิชาการระดับสูง เพื่อค้นคว้าหาความรู้มาเผยแพร่แก่ประชาชน และเพื่อสร้างตำราอีกด้วย ทั้งนี้ราชบัณฑิตยสถานมีฐานะเป็นนิตบุคคล อยู่ในอุปการะของรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ

เมื่อ พ.ศ. 2485 มีการเปลี่ยนแปลงให้ราชบัณฑิตยสถานอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ครั้นเมื่อเวลาผ่านไปอีก 10 ปี จึงได้มีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมขึ้นใหม่ กำหนดให้ราชบัณฑิตยสถานอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม (เดิม) จนเมื่อยุบกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว ในปี พ.ศ. 2501 ราชบัณฑิตยสถานจึงขึ้นอยู่กับการบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2544 ได้มีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยตั้ง สภาราชบัณฑิต ขึ้นเพื่อกำหนดและวางนโยบายด้านวิชาการขึ้น และมี คณะกรรมการส่งเสริมกิจการของราชบัณฑิตยสถาน เป็นผู้ให้คำแนะนำ ปรึกษา ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานของราชบัณฑิตยสถาน

ราชบัณฑิตยสถานมีที่ทำการอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร มาเป็นเวลานาน ปัจจุบันได้ย้ายที่ทำการไปสถานที่ใหม่ในบริเวณสนามเสือป่า เนื่องจากที่ทำการเดิมคับแคบ โดยย้ายไปตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2549

อำนาจหน้าที่และผลงาน[แก้]

อาคารที่ทำการ สนามเสือป่า
ห้องประชุมภายในอาคารสำนักงานฯ ระหว่างการบรรยายทางวิชาการของราชบัณฑิตหรือภาคีสมาชิก

อำนาจหน้าที่[แก้]

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นสถาบันหลักของเครือข่ายทางปัญญาแห่งชาติ และเป็นองค์การพัฒนาความรู้ที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ โดยมีพันธกิจดังต่อไปนี้

  1. ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
  2. ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสานงานทางวิชาการกับองค์กรปราชญ์และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
  3. ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
  4. ให้บริการทางวิชาการแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของเอกชนและประชาชน
  5. ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน การบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย และงานวิชาการอื่น ๆ
  6. กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทยมิให้เปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม และการส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น
  7. ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสภา

สำนักงานราชบัณฑิตยสภามีหน้าที่ในการค้นคว้า วิจัย และนำเสนอผลงานอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ทั้งให้คำแนะนำทางวิชาการแก่หน่วยงานราชการและประชาชน ทั้งนี้ยังมีหน้าที่สำคัญ คือ การจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธานธรรมชาติวิทยา การบัญญัติศัพท์วิชาการ และงานวิชาการอื่น ๆ

ผลงาน[แก้]

ผลงานหลัก[แก้]

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจะเสนอผลงานเหล่านี้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้เป็นมาตรฐานในทางราชการและการศึกษา

ผลงานอื่น ๆ[แก้]

  • อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร
  • ลักษณนาม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ
  • ภาษิต คำพังเพย สำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • พจนานุกรมและสารานุกรมซึ่งบัญญัติและอธิบายศัพท์วิชาการสาขาต่าง ๆ เป็นภาษาไทย เช่น ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ศัพท์รัฐศาสตร์ ศัพท์นิติศาสตร์ ศัพท์สังคมวิทยา ศัพท์ปรัชญา ศัพท์จิตวิทยา ศัพท์คณิตศาสตร์ ศัพท์วิทยาศาสตร์ ศัพท์วิศวกรรมเครื่องกล ศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ศัพท์ธรณีวิทยา ศัพท์ภูมิศาสตร์ ศัพท์ภาษาศาสตร์ ศัพท์สถาปัตยกรรมศาสตร์ ศัพท์ศิลปะ ศัพท์วรรณกรรมไทย ศัพท์ดนตรีไทย ศัพท์ดนตรีสากล ศัพท์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นต้น
  • พจนานุกรมศัพท์วรรณกรรมท้องถิ่นไทย ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้
  • สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  • สารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยและสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่ ภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคยุโรป และภูมิภาคอเมริกา
  • อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทยและพจนานุกรมชื่อภูมิศาสตร์สากล
  • อักขรานุกรมวิธานพืชและอนุกรมวิธานสัตว์
  • พจนานุกรมคำใหม่และพจนานุกรมศัพท์ต่างประเทศที่ใช้คำไทยแทนได้
  • คู่มือระบบเขียนภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เป็นอักษรไทย เช่น ภาษาชอง ภาษาเขมรถิ่นไทย ภาษาเลอเวือะ ภาษาญัฮกุร เป็นต้น
  • ฯลฯ

หน่วยงาน[แก้]

การแบ่งส่วนราชการ[แก้]

ราชบัณฑิตยสภาแบ่งส่วนราชการภายใน ดังนี้

  • สำนักงานเลขานุการกรม
  • กองธรรมศาสตร์และการเมือง
  • กองวิทยาศาสตร์
  • กองศิลปกรรม

สำนัก[แก้]

สำนักในราชบัณฑิตยสภามีด้วยกัน 3 สำนัก แต่ละสำนักประกอบด้วยคณะราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสาขาวิชาต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 137 สาขา

สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง[แก้]

สำนักวิทยาศาสตร์[แก้]

สำนักศิลปกรรม[แก้]

ผู้บริหาร[แก้]

ผู้บริหารในราชบัณฑิตยสภาแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ

  • ฝ่ายราชบัณฑิต มี นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นผู้บริหารสูงสุด
  • ฝ่ายข้าราชการประจำ มี เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา เป็นผู้บริหารสูงสุด

รายพระนามและรายนามนายกราชบัณฑิตยสถาน/ราชบัณฑิตยสภา[แก้]

  1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2469)
  2. ศาสตราจารย์พิเศษพระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) (2490– 2512 รักษาการ)
  3. พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (2512– 2516 รักษาการ และ 2516 -2518)
  4. ศาสตราจารย์สุกิจ นิมมานเหมินท์ (2518– 2519)
  5. ศาสตราจารย์เสริม วินิจฉัยกุล (2519– 2529)
  6. ศาสตราจารย์ พลโท พระยาศัลวิธานนิเทศ (แอบ รักตประจิต) (2529– 2532)
  7. ศาสตราจารย์ ดร. บุญพฤกษ์ จาฏามระ (2528– 2529 รักษาการ และ 2532 -2540)
  8. ศาสตราจารย์ ดร.ประยูร กาญจนดุล (2540– 2542)
  9. ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร (12 เมษายน 2542–11 เมษายน 2543)
  10. ศาสตราจารย์ ดร.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ (12 เมษายน 2544–11 เมษายน 2548)
  11. ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวณิช (12 เมษายน 2548–11 เมษายน 2552)
  12. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ปัญญา บริสุทธิ์ (12 เมษายน 2552–11 เมษายน 2556)
  13. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สันทัด โรจนสุนทร (12 เมษายน 2556–11 เมษายน 2558)[5]
  14. ศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ อดุลพันธุ์ (12 เมษายน 2558–11 เมษายน 2560)[6]

สมาชิก[แก้]

สมาชิกของราชบัณฑิตยสภา มี 3 ประเภทดังนี้

ภาคีสมาชิก[แก้]

ภาคีสมาชิก ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ที่สมัครเข้าทำการร่วมกับราชบัณฑิตยสภา และราชบัณฑิตยสภาได้รับสมัครเป็นภาคีสมาชิกของสำนักใดสำนักหนึ่งแล้ว จำนวนภาคีสมาชิกมีจำกัดได้ไม่เกิน 160 คน แบ่งเป็น สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง 40 คน สำนักวิทยาศาสตร์ 80 คน สำนักศิลปกรรม 40 คน ปัจจุบันมีภาคีสมาชิก 74 คน[ต้องการอ้างอิง]

ราชบัณฑิต[แก้]

ราชบัณฑิต ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง โดยราชบัณฑิตจากทุกสำนักจะเป็นผู้คัดเลือกจากภาคีสมาชิก แล้วนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง มีได้จำกัดจำนวน ปัจจุบันมีราชบัณฑิตจำนวน 83 คน[ต้องการอ้างอิง]

รายนามราชบัณฑิต[แก้]

ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์[แก้]

ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรี โดยคำแนะนำของราชบัณฑิตยสภา ได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยไม่จำกัดจำนวน ปัจจุบันมีราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 3 คน

วิทยาการที่ราชบัณฑิตยสภาจัดเผยแพร่ทางเว็บไซต์[แก้]

คลังความรู้[แก้]

  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • สังคมศาสตร์
  • ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม

หลักเกณฑ์ต่าง ๆ[แก้]

  • การทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ
  • การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน
  • การอ่านตัวเลขต่าง ๆ
  • การอ่านเครื่องหมาย
  • การอ่านคำวิสามานยนาม
  • เครื่องหมายวรรคตอน
  • การเว้นวรรค
  • การเขียนคำย่อ
  • ชื่อจังหวัด เขต อำเภอ
  • ชื่อทะเล
  • ชื่อธาตุ
  • ชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง
  • ลักษณนาม
  • ราชาศัพท์

สิ่งพิมพ์[แก้]

  • ราชบัณฑิตยสภามีสิ่งพิมพ์ทางวิชาการเกือบทุกสาขาไว้จำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ประวัติความเป็นมา สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่ม 132 ตอนที่ 91ก วันที่ 25 กันยายน 2558
  3. พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2558
  4. 4.0 4.1 การเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2558, ข่าวประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตสภา.
  5. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกราชบัณฑิตยสถานและอุปนายกราชบัณฑิตยสถาน ลงวันที่ 22 มีนาคม 2556". ราชบัณฑิตยสถาน. ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 2556-04-09. 
  6. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกราชบัณฑิตยสภาและอุปนายกราชบัณฑิตยสภา ลงวันที่ 8 เมษายน 2558". ราชกิจจานุเบกษา. 2558. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2558. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

องค์กร
สิ่งพิมพ์