คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Logo thai.jpg
ชื่ออังกฤษ Faculty of Humanities
Kasetsart University
ที่อยู่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
วันก่อตั้ง 17 มิถุนายน พ.ศ. 2524
คณบดี รศ.ดร.กิติมา อินทรัมพรรย์
วารสาร วารสารมนุษยศาสตร์
(Journal of Humanities)
สีประจำคณะ      สีขาว
สัญลักษณ์ ดอกแก้ว
เว็บไซต์ www.human.ku.ac.th
เฟซบุ๊ก Faculty of Humanities, Kasetsart University
    
"ดอกแก้ว" สัญลักษณ์ประจำคณะมนุษยศาสตร์
"อาคารมนุษยศาสตร์ 1" อาคารเรียนหลังแรกของคณะมนุษยศาสตร์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2531 และทรงเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารพร้อมทั้งทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คณะมนุษยศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2534

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคณะลำดับที่ 11 ของมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีภารกิจในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนนิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ มีส่วนร่วมในการนำความรู้ไปพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ประวัติ[แก้]

การเรียนการสอนทางด้านภาษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นมีมานานแล้ว โดยเริ่มต้นจากการเป็น "แผนกวิชาภาษาอังกฤษ" ใน คณะกสิกรรมและสัตวบาล ต่อมา เมื่อมีการสถาปนา "คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์" ในปี พ.ศ. 2509 แผนกวิชาภาษาอังกฤษ จึงได้มาสังกัดคณะแห่งนี้ โดยเป็น "ภาควิชาภาษา" ซึ่งเปิดสอนในสาขา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย ภาษาบาลี และ ภาษาเขมร หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ได้มีการโอน "ภาควิชาภาษา" ออกมาจาก "คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์" (ปัจจุบันคือ คณะวิทยาศาสตร์) และ "ภาควิชาปรัชญาและศาสนา" ออกมาจาก คณะสังคมศาสตร์ มาตั้งเป็นคณะใหม่ใช้ชื่อว่า "คณะมนุษยศาสตร์" โดยมีอาจารย์ ดร.กัญจนา สินธวานนท์ ดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรกของคณะ

พ.ศ. 2524 คณะมนุษยศาสตร์ได้รับโอนภาควิชาภาษามาจากคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ แล้วมาแยกตามสาขาวิชาการออกเป็น 3 ภาควิชา ได้แก่ ภาควิชาภาษา ภาควิชาภาษาศาสตร์ และภาควิชาวรรณคดี นอกจากนี้ยังได้รับโอนภาควิชาปรัชญาและศาสนามาจากคณะสังคมศาสตร์อีก 1 ภาควิชา และจัดตั้งภาควิชาใหม่ 3 ภาควิชา ได้แก่ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ ภาควิชาศิลปาชีพ และภาควิชาศิลปนิเทศ รวมมีภาควิชาเมื่อแรกก่อตั้งจำนวน 7 ภาควิชา

พ.ศ. 2536 จัดตั้งศูนย์ภาษาเป็นหน่วยงานภายใน เพื่อให้บริการอบรมภาษาต่างประเทศแก่บุคคลทั่วไป

พ.ศ. 2537 แยกภาควิชาภาษาออกเป็น 2 ภาควิชา คือ ภาควิชาภาษาต่างประเทศ และภาควิชาภาษาไทย ทำให้มีภาควิชาเพิ่มขึ้นเป็น 8 ภาควิชา

พ.ศ. 2543 จัดตั้งสถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะที่พระองค์ได้ทรงทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และประเทศชาติในด้านต่าง ๆ เป็นอันมาก โดยเฉพาะในด้านภาษาและวัฒนธรรม โดยเป็นหน่วยงานในสังกัดคณะมนุษยศาสตร์ มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาคุณภาพทางวิชาการด้านภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษา

พ.ศ. 2549 จัดตั้งสถาบันขงจื๊อ ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมด้านการสอนและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมจีน รวมทั้งเป็นศูนย์ทดสอบภาษาจีนมาตรฐานที่เรียกว่า “HSK” (Hanyu Shuiping Kaoshi)

พ.ศ. 2549 สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อนุมัติจัดตั้งศูนย์จัดการศึกษาโครงการพิเศษ คณะมนุษยศาสตร์ เพื่อทำหน้าที่ประสานการบริการโครงการจัดการศึกษาภาคพิเศษของคณะมนุษยศาสตร์ ทั้งในส่วนงานด้านธุรการและประสานด้านการบริการวิชาการของหลักสูตรระดับ ปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาภาคพิเศษในทุกสาขาของคณะ

พ.ศ. 2552 รวมภาควิชาบรรณารักษศาสตร์กับสาขาวิชาสื่อสารมวลชน ภาควิชาศิลปนิเทศแล้วจัดตั้งเป็นภาควิชาใหม่คือ “ภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์” และปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสาขาดนตรี ภาควิชาศิลปนิเทศ จัดตั้งเป็น “ภาควิชาดนตรี” จำนวนรวมภาควิชาของคณะยังคงเป็น 8 ภาควิชาเช่นเดิม

พ.ศ. 2555 แยกสาขาวิชาภาษาจีน และสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ออกจากภาควิชาภาษาต่างประเทศ และจัดตั้งเป็นภาควิชาภาษาตะวันออก ซึ่งนอกจากจะมีการเรียนการสอนวิชาเอกภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นแล้ว ยังเปิดหลักสูตรในระดับปริญญาตรีเพิ่มอีก 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาตะวันออก เอกภาษาจีนธุรกิจ (ภาคพิเศษ) และหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาตะวันออก เอกภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ (ภาคพิเศษ) นอกจากนี้ภาควิชาภาษาตะวันออกยังมีวิชาเลือกภาษาเกาหลีและภาษาอาเซียน ได้แก่ ภาษาเวียดนาม ภาษามลายู และภาษาพม่า เพื่อการเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จำนวนรวมภาควิชาของคณะเพิ่มขึ้นเป็น 9 ภาควิชา

พ.ศ. 2557 คณะมนุษยศาสตร์ได้รับโอนสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตรจากมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นหน่วยงานสนับสนุนของคณะ และจะยกฐานะของศูนย์ทดสอบภาษาอังกฤษซึ่งเดิมดำเนินการโดยภาควิชาภาษาต่างประเทศ ให้เป็นศูนย์ทดสอบทางภาษาเพื่อรองรับการทดสอบสมรรถภาพทางภาษาที่มีความต้องการ เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ฯลฯ

คณะมนุษยศาสตร์ได้ปรับแนวคิดจากการศึกษาที่เสร็จสมบูรณ์ในตัวเองมาเป็นการศึกษาที่เป็นเครื่องมือที่เอื้อต่อการนำไปประกอบอาชีพ (Career Education) แต่ยังคงธำรงเนิ้อหาวิชาการสาขามนุษยศาสตร์ไว้ด้วย ดังนั้น รูปแบบของการจัดการศึกษาของคณะมนุษยศาสตร์ในปัจจุบันจึงมี 2 รูปแบบ คือ แบบเน้นความลึกซึ้งทางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และแบบเน้นวิชาชีพโดยผสมผสานกับวิชาการเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจในสังคม

ดอกไม้และสีประจำคณะ[แก้]

  • ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ คือ ดอกแก้ว เป็นดอกไม้ที่มีสีขาว มีทั้งความงดงาม ความบริสุทธิ์ และกลิ่นหอม
  • สีประจำคณะมนุษยศาสตร์ คือ สีขาว เป็นสีที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ดั่งปรัชญาและปณิธานของคณะมนุษยศาสตร์ที่มุ่งมั่น สร้างสรรค์ให้บัณฑิตเป็นคนดี มีคุณธรรม ยึดถือความดีเป็นที่ตั้ง

บทเพลงประจำคณะ[แก้]

  • เพลงมนุษยศาสตร์

ทำนอง - เนื้อร้อง : ว่าที่ร้อยตรีอวบ เหมะรัชตะ

มนุษยศาสตร์แหล่งรวมร่วมปรัชญา ผองมวลวิชาเน้นค่าความดี

เพื่อดำรงมั่นคงกายทั้งชีวี ทั่วปฐพีดินแดนแคว้นหล้า

มนุษยศาสตร์อาจองมั่นคงศักดิ์ศรี ทุกคนยอมพลีเพื่อความดีเกรียงไกร

งานทุกอย่างเก่งกล้าทั้งวิชาให้ยิ่งใหญ่ เกียรติบันลือกำจายตลอดไป

พวกเรามั่นสามัคคี จิตมีกตัญญุธรรม เลิศล้ำวิชาการงานหมั่นเพียรมากมี คุณความดีสถาบันมั่นมิคลาย

  • เพลงผองเราชาวมนุษยศาสตร์

ทำนอง - เนื้อร้อง : จริยา เจรีรัตนะ

ผองเราน้องพี่เปรมปรีดิ์ฤทัย เป็นหนึ่งในแดนดินถิ่นนนทรี

เราต่างมุ่งมั่นผูกพันสามัคคี ณ ที่แห่งนี้เราภูมิใจ

ศึกษาสมนามมนุษยศาสตร์ สีขาวพิลาศงามเพริศพราย

อุดมการณ์ศรัทธาพัฒนาชาติไทย สัญญามั่นไว้ฝังใจไม่ลืมปวงชน

ผองเรารักมั่นผูกพันสายใย ดั่งโซ่เกี่ยวใจทุกแห่งหน

พระคุณอาจารย์เมตตาเราทุกคน ตรึงกมลนิรันดรเอย

หน่วยงาน[แก้]

ภาควิชา สำนัก สถาบัน และศูนย์ ภายในคณะมนุษยศาสตร์

หลักสูตร[แก้]

ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.)

  • สาขาวิชาสื่อสารมวลชน
  • สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา
  • สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (ภาคปกติและภาคพิเศษ)
  • สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส
  • สาขาวิชาภาษาเยอรมัน
  • สาขาวิชาภาษาไทย
  • สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับชาวต่างชาติ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • สาขาวิชาภาษาจีน
  • สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
  • สาขาวิชาภาษาตะวันออก (ภาคพิเศษ)
    • วิชาเอกภาษาจีนธุรกิจ
  • สาขาวิชาวรรณคดี
    • วิชาเอกวรรณคดีไทย
    • วิชาเอกวรรณคดีอังกฤษ
  • สาขาวิชานวัตกรรมการท่องเที่ยว
  • สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • สาขาวิชาดนตรีไทย
  • สาขาวิชาดนตรีตะวันตก

หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)

  • สาขาวิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
  • สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา
  • สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ
  • สาขาวิชาภาษาไทย
  • สาขาวิชาภาษาศาสตร์ประยุกต์
  • สาขาวิชาภาษาตะวันออก
    • วิชาเอกภาษาจีน
    • วิชาเอกภาษาญี่ปุ่น
  • สาขาวิชาดนตรี

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด)

  • สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา
  • สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)
  • สาขาวิชาภาษาไทย
  • สาขาวิชาภาษาศาสตร์ประยุกต์

ทำเนียบคณบดี[แก้]

  • นับแต่คณะมนุษยศาสตร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ดังนี้
ทำเนียบคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รายนามคณบดี ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง
1. อาจารย์ ดร.กัญจนา สินธวานนท์ พ.ศ. 2524 – พ.ศ. 2527
2. อาจารย์ สิงห์ทอง พรนิคม พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2535
3. รองศาสตราจารย์ ศิริลักษณ์ ลิ้มภักดี พ.ศ. 2535 – พ.ศ. 2539
4. รองศาสตราจารย์ กมลา นาคะศิริ พ.ศ. 2539 – พ.ศ. 2543
5. รองศาสตราจารย์ ปรียา อุนรัตน์ พ.ศ. 2543 – พ.ศ. 2548
6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช ศรีอัษฎาพร พ.ศ. 2548 – พ.ศ. 2552
7. รองศาสตราจารย์ ดร.วิไลศักดิ์ กิ่งคำ พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2556
8. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พุทธชาติ โปธิบาล พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2560
9. รองศาสตราจารย์ ดร.กิติมา อินทรัมพรรย์ พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]