สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร
กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร1.jpg

พระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 3
ฐานันดรศักดิ์ พระองค์เจ้า
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2361
สวรรคต 17 สิงหาคม พ.ศ. 2439
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดา เจ้าจอมมารดาทรัพย์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าละม่อม (8 ธันวาคม พ.ศ. 2361 - 17 สิงหาคม พ.ศ. 2439) เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์ พระสนมเอก ประสูติเมื่อวันอังคาร ขึ้น 11 ค่ำ เดือนอ้าย ปีขาล ตรงกับวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2361 [1] เสด็จสวรรคตเมื่อวันจันทร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีวอก ตรงกับวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2439 สิริพระชนมายุได้ 77 พรรษา

พระราชประวัติ[แก้]

พระองค์เจ้าละม่อมเป็นพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกับสมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ พระองค์เจ้าศิริวงศ์ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ ซึ่งเป็นพระบิดาในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระองค์เจ้าละม่อมจึงทรงมีศักดิ์เป็นพระปิตุจฉา (อาหญิง) ของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระอิสสริยยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ มีพระชนมายุได้ 8 พรรษา สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีได้เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2404 พระองค์เจ้าละม่อมก็ได้ทรงเลี้ยงดูพระองค์ พร้อมด้วยพระขนิษฐา และพระอนุชา ทุกพระองค์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคารพพระองค์เจ้าละม่อม และยกย่องเสมอพระราชชนนี ทรงออกพระนามว่า เสด็จยาย และโปรดให้พระราชโอรสพระธิดาออกพระนามว่า ทูลหม่อมย่า ทรงสถาปนาพระองค์เจ้าละม่อมเป็น พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมพระสุดารัตนราชประยูร เมื่อ พ.ศ. 2411 และในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2416 ทรงเลื่อนเป็น พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร เพราะได้ทำนุบำรุงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแต่ยังทรงพระเยาว์ และเป็นผู้ได้สำเร็จราชการในพระบรมมหาราชวังฝ่ายใน[2] ชาววังออกพระนามพระองค์ว่า ทูลกระหม่อมแก้ว

พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ประชวรด้วยพระโรคชรามาช้านาน จนวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2439 พระอาการทรุดลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จไปเฝ้าที่พระตำหนัก จนพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอสิ้นพระชนม์ในเวลาเช้า 4 โมง 34 นาที โปรดให้อัญเชิญพระศพมาบำเพ็ญพระกุศล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานบนแว่นฟ้า 3 ชั้น ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้เศวตฉัตร 5 ชั้น[3] และในวันที่ 25 สิงหาคม ศกนั้น ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระเกียรติยศ โดยพระราชทานเศวตฉัตร 7 ชั้น และให้ใช้คำว่า "สวรรคต" เสมอด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี[4] และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระอังคารใต้ฐานพระธรรมจักร ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงออกพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร[5]

พระเกียรติยศ[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • หม่อมเจ้าหญิงละม่อม (8 ธันวาคม พ.ศ. 2361 - 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367)
  • พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าละม่อม (21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 - 2 เมษายน พ.ศ. 2394)
  • พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม (2 เมษายน พ.ศ. 2394 - 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411)
  • พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมพระสุดารัตนราชประยูร (9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 - พ.ศ. 2416)
  • พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร (พ.ศ. 2416 - 25 สิงหาคม 2440)[4]
  • สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร (เฉลิมพระนามหลังจากสวรรคต)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

กรมขอเฝ้า[แก้]

  • เจ้ากรม : พระสุดารัตน์ราชประยูร
  • ปลัดกรม
  • สมุหบาญชี : หลวงพินิจพลากร (ผัด) [6]

อ้างอิง[แก้]

  1. ธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ. ราชสกุลจักรีวงศ์ และราชสกุลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2544. 490 หน้า. ISBN 974-222-648-2
  2. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์. กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. p. 43. 
  3. "ข่าวสิ้นพระชนม์ [พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร]". ราชกิจจานุเบกษา 13 (21): 220. 23 สิงหาคม 2439. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2559. 
  4. 4.0 4.1 "พระบรมราชโองการ ประกาศในการสถาปนาพระเกียรติยศ [พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ]". ราชกิจจานุเบกษา 13 (22): 225. 30 สิงหาคม พ.ศ. 2439. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2559. 
  5. จุลลดา ภักดีภูมินทร์, เล่าเรื่องมอญ, สกุลไทย, ฉบับที่ 2486, ปีที่ 48, 11 มิถุนายน 2545
  6. "ข่าวตาย". ราชกิจจานุเบกษา 28: 808. 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2459. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2559.