รัฐบาลทหารของกองทัพสหรัฐในเกาหลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐบาลทหารของกองทัพสหรัฐในเกาหลี

재조선 미육군 사령부 군정청
在朝鮮美陸軍司令部軍政廳
ค.ศ. 1945–ค.ศ. 1948
ธงชาติของSouth Korea
Flag of South Korea (1945-1948).svg
ธงชาติสหรัฐอเมริกา (ด้านบน)
ธงชาติเกาหลีใต้ (ด้านล่าง)
ตราประทับของSouth Korea
ตราประทับ
เพลงชาติ"แอกุกกา" (โดยพฤตินัย)
พื้นที่ตำแหน่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี
พื้นที่ตำแหน่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี
สถานะรัฐบาลเฉพาะกาลในเขตยึดครองทหาร
เมืองหลวงโซล
ภาษาทั่วไปเกาหลี, อังกฤษ
Military Governor 
• Sept. 1945 - Dec. 1945
Archibald V. Arnold
• Dec. 1945 - Sept. 1947
Archer L. Lerch
• Oct. 1947 - Aug. 1948
William F. Dean
• Aug. 1948 - Jun. 1949
Charles G. Helmick
ยุคประวัติศาสตร์สงครามเย็น
15 สิงหาคม ค.ศ. 1945
• ทหารสหรัฐเข้าประจำการในเกาหลีใต้
8 กันยายน ค.ศ. 1945
ตุลาคม ค.ศ. 1946
10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948
• การสถาปนารัฐเกาหลีใต้
15-17 สิงหาคม ค.ศ. 1948
สกุลเงินวอน, ดอลลาร์สหรัฐ
รหัส ISO 3166KR
ก่อนหน้า
ถัดไป
เกาหลีญี่ปุ่น
เกาหลีใต้
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเกาหลีเหนือ
เกาหลีใต้
รัฐบาลทหารของกองทัพสหรัฐในเกาหลี
ฮันกึล재조선 미육군 사령부 군정청
ฮันจา在朝鮮美陸軍司令部軍政廳
RRJaejoseon Miyuk-gun Saryeongbu Gunjeongcheong
MRChaejosŏn Miyuk-gun Saryŏngbu Kunjŏngch'ŏng

รัฐบาลทหารของกองทัพสหรัฐในเกาหลี (อังกฤษ: United States Army Military Government in Korea หรือ USAMGIK) เป็นองค์กรการปกครองอย่างเป็นทางการของทางตอนใต้ครึ่งหนึ่งของคาบสมุทรเกาหลี ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ถึง 15 สิงหาคม ค.ศ. 1948

ประเทศในช่วงเวลานั้นได้ห้อมล้อมด้วยความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ ภายหลังผลกระทบจากการยึดครองของญี่ปุ่นยังคงเกิดขึ้นในเขตยึดครอง เช่นเดียวกับในเขตโซเวียตในทางตอนเหนือ[1] ด้วยความไม่พอใจที่แพร่หลายซึ่งได้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของรัฐบาลทหารสหรัฐแก่รัฐบาลอาณานิคมญี่ปุ่น จากนั้นก็ได้ยุบตัว แต่ยังคงให้อดีตผู้ว่าการญี่ปุ่นอยู่ต่อในฐานะที่ปรึกษา โดยการละเลยเพิกเฉย การตรวจข่าวกรอง และยกเลิกกฏข้อบังคับใช้และความนิยมต่อสาธารณรัฐประชาชนเกาหลี(People's Republic of Korea หรือ PRK) และท้ายที่สุดโดยการสนับสนุนการเลือกตั้งของสหประชาชาติที่ได้มีการแบ่งแยกประเทศ[1]

นอกจากนี้กองทัพสหรัฐไม่ได้เตรียมความพร้อมมาก่อนสำหรับความท้าทายในการบริหารประเทศโดยไม่ได้รับความรู้ทางด้านภาษาหรือสถานการณ์ทางการเมือง[2] ดังนั้นนโยบายจำนวนมากของพวกเขามีผลกระทบที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยไม่ได้ตั้งใจ คลื่นของผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือ(ประมาณ 400,000 คน) และผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศก็ได้ทำให้ประเทศตกอยู่ในความสับสันวุ่นวายเช่นนี้[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. Hart-Landsberg, Martin (1998). Korea: Division, Reunification, & U.S. Foreign Policy. Monthly Review Press. pp. 63–67, 70–77.