สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ
บทความนี้อาจต้องการตรวจสอบต้นฉบับ โดยเฉพาะการทับศัพท์ภาษาจีนและญี่ปุ่น คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
สนธิสัญญาชิโมโนเซกิฉบับภาษาญี่ปุ่น, 17 เมษายน ค.ศ. 1895 | |
| ประเภท | สนธิสัญญา |
|---|---|
| วันลงนาม | 17 เมษายน ค.ศ. 1895 |
| ที่ลงนาม | ชิโมโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น |
| วันมีผล | 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1895 |
| ผู้ลงนาม | |
| ภาคี | |
| ผู้เก็บรักษา | พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ ไต้หวัน หอจดหมายเหตุแห่งชาติของญี่ปุ่น |
| ภาษา | จีนและญี่ปุ่น |
| สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ชื่อภาษาจีน | |||||||||||
| จีนตัวเต็ม | 下關條約 | ||||||||||
| จีนตัวย่อ | 下关条约 | ||||||||||
| |||||||||||
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | |||||||||||
| คันจิ | 下関条約 | ||||||||||
| |||||||||||
| สนธิสัญญาบากัง (หม่ากวาน) | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ชื่อภาษาจีน | |||||||||||
| จีนตัวเต็ม | 馬關條約 | ||||||||||
| จีนตัวย่อ | 马关条约 | ||||||||||
| |||||||||||
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | |||||||||||
| คีวจิไต | 馬關條約 | ||||||||||
| ชินจิไต | 馬関条約 | ||||||||||
| |||||||||||

ผนวกเข้ากับญี่ปุ่น
สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ (ญี่ปุ่น: 下関条約, เฮปเบิร์น: Shimonoseki Jōyaku) ยังมีอีกชื่อว่า สนธิสัญญาหม่ากวาน (จีน: 馬關條約; พินอิน: Mǎguān Tiáoyuē; เป่อ่วยยี: Má-koan Tiâu-iok) ในประเทศจีน หรือ สนธิสัญญาบากัง (馬關條約, Bakan Jōyaku) ในประเทศญี่ปุ่น เป็นสนธิสัญญาระหว่างจักรวรรดิญี่ปุ่นและประเทศจีนโดยราชวงศ์ชิง ลงนามในชิโมโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1895 สนธิสัญญานี้ทำให้สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลง โดยที่ฝ่ายญี่ปุ่นเอาชนะกองทัพบกและกองทัพเรือของจีนอย่างเด็ดขาด สนธิสัญญานี้ลงนามที่โรงแรมชุมปันโร โดยเคานต์อิโต ฮิโรบูมิ และไวเคานต์มุตสึ มูเนมิตสึเป็นตัวแทนของญี่ปุ่น และหลี่ หงจางกับหลี่ จิงฟาง ลูกชายของเขา เป็นตัวแทนของจีน
การประชุมสันติภาพเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20 มีนาคม ถึง 17 เมษายน ค.ศ. 1895 และสนธิสัญญานี้เป็นไปตามและแทนที่สนธิสัญญาไมตรีและการค้าจีน-ญี่ปุ่นฉบับ ค.ศ. 1871[1][2] ประกอบด้วย 11 มาตรา ซึ่งกำหนดให้ยุติความสัมพันธ์แบบบรรณาการของจีนกับเกาหลี กำหนดให้จีนต้องจ่ายค่าปฏิกรรม 200 ล้านตำลึง และยกไต้หวัน (ฟอร์โมซา), หมู่เกาะเผิงหู (เปสกาดอเรส) และคาบสมุทรเหลียวตงให้แก่ญี่ปุ่น และเปิดเมืองสี่เมือง (ชาชื่อ, ฉงชิ่ง, ซูโจว และหางโจว) เป็นท่าเรือการค้าให้แก่ญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการแทรกแซงสามฝ่ายทางการทูตของรัสเซีย เยอรมนี และฝรั่งเศสเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังลงนามในสนธิสัญญา ญี่ปุ่นจึงถอนการอ้างสิทธิ์ในคาบสมุทรเหลียวตงเพื่อแลกกับค่าชดเชยสงครามเพิ่มเติมอีก 30 ล้านตำลึงจากจีน
บรรดานักวิชาการและขุนนางชาวจีนคัดค้านเงื่อนไขที่โหดร้ายของสนธิสัญญาอย่างรุนแรง แต่ในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติจากจักรพรรดิกวังซฺวี่ โดยทรงมีความโทมนัสยิ่งนัก ได้ระบายความอัดอั้นของพระองค์ไว้ว่า "ยามดึกก็กังวล ยามว่าราชการก็ร้องไห้...สภาพเช่นนี้ช่างน่าละอาย ฎีกาทั้งหลายยังอ่านไม่หมด ขอทุกคนให้อภัยด้วย"[3] การยกไต้หวันและหมู่เกาะเผิงหูให้แก่ญี่ปุ่นนั้นเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากประชาชนท้องถิ่น และญี่ปุ่นก็ไม่ได้เข้ายึดครองเกาะเหล่านี้จนกระทั่งเดือนตุลาคม ค.ศ. 1895 เมื่อสิ้นสุดสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองใน ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นยอมจำนนและต่อมาได้ลงนามในสนธิสัญญากรุงไทเปกับสาธารณรัฐจีนเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1952 ซึ่งยกเลิกสนธิสัญญาชิโมโนเซกิอย่างเป็นทางการ
ข้อความ
[แก้]

สนธิสัญญาสันติภาพ
- สมเด็จพระจักรพรรดิกรุงญี่ปุ่นแลสมเด็จพระจักรพรรดิกรุงต้าชิงมีพระราชประสงค์ให้ฟื้นฟูสันติภาพระหว่างสองประเทศแลข้าแผ่นดิน แลประสงค์ให้ขจัดเหตุอันจะก่อให้เกิดข้อปัญหาในอนาคตกาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งผู้มีอำนาจในพระปรมาภิไธยไว้เพื่อสำเร็จการสนธิสัญญาสันติภาพดังต่อไปนี้
- สมเด็จพระจักรพรรดิกรุงญี่ปุ่นได้แก่ มหาอำมาตย์เอกพระยาอิโต ฮิโรบูมิ นายกรัฐมนตรี มีศักดิ์เปนลำดับหนึ่ง มหาอำมาตย์เอกพระมุตสึ มูเนมิตสึ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ มีศักดิ์เปนลำดับสอง
- สมเด็จพระจักรพรรดิกรุงต้าชิงได้แก่ หลี่ หงจาง พระยาซู่ยี่ ข้าหลวงมณฑลจื๋อลี่ เสนาบดีว่าการทะเลเหนือ มหาบัณฑิตพระที่นั่งเหวินหัว มหาราชครูพระยุพราช มีศักดิ์เปนลำดับหนึ่ง หลี่ จิ้งฟาง อดีตเสนาบดีกรมการทูต มีศักดิ์เปนลำดับสอง
- หลังแลกเปลี่ยนหนังสือแสดงอำนาจเต็มซึ่งต่างฝ่ายต่างตรวจและเห็นว่าถูกต้องตามธรรมเนียมแล้ว จึงตกลงกันตามข้อความต่อไปนี้
- ข้อ 1 กรุงต้าชิงยอมรับอย่างหนักแน่นต่อความเปนเอกราชแลอิสรภาพของกรุงเกาหลี แลฉนั้น การส่งราชบรรณาการแลพิธีการต่างๆของกรุงเกาหลีต่อกรุงต้าชิงซึ่งระงับไว้เนื่องจากความเปนเอกราชแลอิสรภาพนั้น จะถูกล้มเลิกเสียทั้งหมด
- ข้อ 2 กรุงต้าชิงยอมยกให้แก่กรุงญี่ปุ่นซึ่งกรรมสิทธิ์แลอำนาจอธิปไตยถาวรในดินแดนต่อไปนี้ ตลอดจนทรัพย์ของหลวง, ปืนใหญ่, ป้อมปราการ ซึ่งตั้งอยู่ใน:
- (หนึ่ง) ส่วนใต้ของมณฑลเฝิ้งเทียน[...]
- (สอง) เกาะไต้หวัน ตลอดจนบรรดาเกาะแก่งซึ่งพาดเกี่ยวหรือเปนของเกาะไต้หวันที่กล่าวมา
- (สาม) กลุ่มเกาะเผิงหู ซึ่งจะหมายถึง บรรดาเกาะแก่งระหว่างเส้นแวงที่ 119 ถึง 120 องศาทางตะวันออกของกรีนิช กับเส้นรุ้งที่ 23 ถึง 24 องศาเหนือ
- ข้อ 3 การวางแนวพรมแดนซึ่งได้อธิบายไปในข้อก่อนหน้าและได้แสดงบนแผนที่ซึ่งผนวกดินแดนแล้ว จะถูกพิสูจน์แลปักปันเขตโดยคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนร่วม ประกอบด้วยผู้แทนญี่ปุ่นตั้งแต่สองคนหรือมากกว่า กับผู้แทนกรุงต้าชิงตั้งแต่สองคนหรือมากกว่า ซึ่งจะถูกแต่งตั้งในทันทีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ ในกรณีที่พรมแดนตามข้อบัญญัตินี้ถูกพบว่ามีข้อบกพร่องไม่ว่าจุดใดก็ตาม ทั้งความรับผิดชอบด้านการทำแผนที่หรือความรับผิดชอบในการพิจารณาการจัดการที่เหมาะสม จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนเช่นกัน เพื่อปรับปรุงให้ถูกต้อง
- คณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนจะเข้าทำหน้าที่ในทันทีที่เปนไปได้ แลจะทุ่มเทกำลังเพื่อให้ได้ข้อสรุปผลภายในระยะเวลาหนึ่งปีหลังการแต่งตั้ง
- อย่างไรก็ตาม การปรับแนวพรมแดนตามที่บัญญัติในหนังสือสัญญานี้ จะมีอยู่จนกว่าคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนได้ปรับแก้ไขให้ถูกต้อง หากมีการแก้ไขใดๆ จะต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งรัฐบาลกรุงญี่ปุ่นแลกรุงจีน
- ข้อ 4 กรุงต้าชิงยินยอมจะชำระแก่กรุงญี่ปุ่นซึ่งค่าปฏิกรรมสงครามเปนจำนวนเงิน สองร้อยล้านตำลึงกู้ผิง จำนวนเงินที่กล่าวมาจะถูกชำระเป็นแปดงวด งวดแรกจำนวนห้าสิบล้านตำลึงจะชำระภายในหกเดือน งวดที่สองจำนวนห้าสิบล้านตำลึงจะชำระภายในสิบสองเดือนหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ อีกหกงวดที่เหลือจะแบ่งจ่ายงวดละเท่าๆกันดังนี้ งวดแรกภายในสองปี งวดที่สองภายในสามปี งวดที่สามภายในสี่ปี งวดที่สี่ภายในห้าปี งวดที่ห้าภายในหกปี แลงวดที่หกภายในเจ็ดปีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ ดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปีจะเริ่มคิดกับส่วนที่ค้างจ่ายตามงวดที่กล่าวมา ตั้งแต่วันที่งวดแรกผิดนัดชำระ
- อย่างไรก็ตาม กรุงต้าชิงมีสิทธิที่จะชำระก่อนกำหนดเมื่อใดของงวดใดที่กล่าวมาก็ได้ ในกรณีที่ยอดทั้งหมดถูกชำระภายในสามปีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ ดอกเบี้ยทั้งหมดสามารถถูกเรียกคืนได้ แลดอกเบี้ยในสองปีครึ่งหรือระยะเวลาที่สั้นกว่า ถ้าได้ชำระแล้วจะถูกรวมเปนเงินต้นของงวด
- ข้อ 5 ราษฎรของดินแดนซึ่งยกให้แก่กรุงญี่ปุ่นที่ต้องการอาศัยอยู่นอกเขตซึ่งยกให้เหล่านี้ ย่อมมีเสรีที่จะขายทรัพย์สินของตนและย้ายออกไป เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว จะกำหนดเปนระยะเวลาสองปีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ เมื่อหมดระยะเวลาดังกล่าว ราษฎรที่ว่าจะมิอาจย้ายออกจากดินแดนที่ว่า กรุงญี่ปุ่นอาจถือว่าราษฎรที่ว่าเปนข้าแผ่นดินญี่ปุ่น
- รัฐบาลทั้งคู่จะส่งกรรมาธิการหนึ่งคนหรือมากกว่าไปยังไต้หวันในทันทีหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้ เพื่อทำให้การส่งมอบสุดท้ายของมณฑลนั้นเปนการสมบูรณ์ภายในกรอบสองเดือนหลังแลกเปลี่ยนสัตยาบันในหนังสือสัญญานี้
[และข้ออื่นๆอีกหกข้อ]
การลงนามและทูต
[แก้]
สนธิสัญญานี้ร่างขึ้นโดยมีจอห์น ดับเบิลยู. ฟอสเตอร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เป็นที่ปรึกษาแก่จักรวรรดิชิง สนธิสัญญานี้ลงนามโดยเคานต์อิโต ฮิโรบูมิ และไวเคานต์มุตสึ มูเนมิตสึ ในนามของจักรพรรดิญี่ปุ่น และหลี่ หงจางกับหลี่ จิงฟาง ในนามของจักรพรรดิจีน ก่อนที่จะลงนามสนธิสัญญา หลี่ หงจางถูกโจมตีโดยกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายขวาชาวญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม เขาถูกยิงและได้รับบาดเจ็บระหว่างทางกลับที่พักที่วัดอินโจจิ เสียงประท้วงจากสาธารณชนที่เกิดขึ้นจากการพยายามลอบสังหารทำให้ญี่ปุ่นลดข้อเรียกร้องลงและตกลงที่จะสงบศึกชั่วคราว การประชุมถูกเลื่อนออกไปชั่วคราวและกลับมาดำเนินการต่อในวันที่ 10 เมษายน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Ikle, Frank W. (1967). "The Triple Intervention. Japan's Lesson in the Diplomacy of Imperialism". Monumenta Nipponica. 22 (1/2): 122–130. doi:10.2307/2383226. JSTOR 2383226.
- ↑ Jansen, Marius B. (1975) Japan and China: From War to Peace, 1894–1972. Rand McNally College Publishing Company. pp 17–29, 66–77. ISBN 9780528666001
- ↑ หวังหลง (2559) ราชสำนักจีนหันซ้าย โลกหันขวา. สำนักพิมพ์มติชน. ISBN 9789740214564
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Cai, Yang; Zhu, Jiong (2024). "Cooperative Culture and the Birth of Modern Enterprises in China: Evidence from the Signing of the Treaty of Shimonoseki". European Economic Review
- Chamberlain, William Henry. (1937). Japan Over Asia. Boston:, Little, Brown, and Company.
- Cheng, Pei-Kai and Michael Lestz. (1999). The Search for Modern China: A Documentary Collection. New York: W. W. Norton & Company.
- Colliers. (1904). The Russo-Japanese War. New York: P.F. Collier & Son.
- Mutsu, Munemitsu. (1982). Kenkenroku (trans. Gordon Mark Berger). Tokyo: University of Tokyo Press. ISBN 9780860083061; OCLC 252084846
- Sedwick, F. R. (1909). The Russo-Japanese War, 1909. New York: Macmillan Company.
- Warner, Dennis and Peggy Warner. (1974). The Tide At Sunrise. New York: Charterhouse.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ
- สนธิสัญญาจีน–ญี่ปุ่น
- สนธิสัญญาสันติภาพเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น
- สนธิสัญญาเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิญี่ปุ่น
- สนธิสัญญาเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิจีน
- สนธิสัญญาเกี่ยวข้องกับเกาหลี
- สนธิสัญญาในปี พ.ศ. 2398
- ความสัมพันธ์จีน–ญี่ปุ่น
- ความสัมพันธ์เกาหลี–ญี่ปุ่น
- สงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง
- ไต้หวันภายใต้การปกครองของชิง
- ไต้หวันภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น
- อิโต ฮิโรบูมิ