เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี | |
|---|---|
บิ๊กซีวิเชียรบุรี ในเขตเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี | |
| คำขวัญ: รำโจ๋งพื้นบ้าน ศาลสมเด็จพระนเรศวรรวมใจ งามล้ำพระนอนองค์ใหญ่ ลือเลื่องทั่วไทยไก่ย่างวิเชียรบุรี | |
| พิกัด: 15°39′27.7″N 101°07′30.4″E / 15.657694°N 101.125111°E | |
| ประเทศ | |
| จังหวัด | เพชรบูรณ์ |
| อำเภอ | วิเชียรบุรี |
| การปกครอง | |
| • นายกเทศมนตรี | ณัฐพงษ์ ทั้งพรมพาณิชย์ |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 26.54 ตร.กม. (10.25 ตร.ไมล์) |
| ประชากร (กรกฎาคม พ.ศ. 2568)[1] | |
• ทั้งหมด | 21,485 คน |
| • ความหนาแน่น | 860.10 คน/ตร.กม. (2,227.6 คน/ตร.ไมล์) |
| รหัส อปท. | 04670501 |
| เว็บไซต์ | www |
วิเชียรบุรี เป็นเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ 26.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 2 ตำบล คือ ตำบลท่าโรง และตำบลสระประดู่ มีประชากร ณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 จำนวน 21,485 คน[1] เป็นเทศบาลที่มีประชากรมากที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์
ประวัติ
[แก้]วิเชียรบุรี เป็นชุมชนเก่าแก่ร่วมสมัยกับเมืองศรีเทพ สันนิษฐานว่าเป็นเมืองลูกหรือเมืองท่าของเมืองศรีเทพ เนื่องจากอยู่ชิดกับแม่น้ำป่าสัก ต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีความสำคัญคือเป็นเมืองของขุนพลเอกคู่ใจสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระศรีถมอรัตน์ หรือ พระยาศรีไสยณรงค์ จากคำบอกเล่าปากต่อปากของคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งเป็นพระมหาอุปราชา เสด็จปราบเขมรที่เมืองไชยบาดาลเสร็จแล้ว จึงเสด็จมายั้งทัพที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรวิเชียรบุรีในปัจจุบัน เพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรเมืองศรีเทพในขณะนั้น
เมืองวิเชียรบุรี เดิมชื่อว่า "เมืองท่าโรง" ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าให้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองวิเชียรบุรี ฐานะเป็นเมืองตรี ได้รวบรวมเมืองชัยบาดาลและเมืองบัวชุม ขึ้นตรงต่อเมืองวิเชียรบุรี จนกระทั่งเมื่อตั้งมณฑลเพชรบูรณ์ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้มีการกำหนดให้เมืองวิเชียรบุรีเป็นชุมชนที่ตั้งที่ว่าการอำเภอวิเชียรบุรี ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2441 ต่อมาใน พ.ศ. 2482 ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอวิเชียรบุรีเป็นอำเภอท่าโรง จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2487 จึงได้กลับมาใช้ชื่ออำเภอวิเชียรบุรี
แต่เดิมพื้นที่บริเวณเมืองวิเชียรบุรีอยู่ในเขตสุขาภิบาลวิเชียรบุรี ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรือง การจัดตั้งสุขาภิบาลวิเชียรบุรี ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ต่อมาได้เปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลตำบลวิเชียรบุรี ตามราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 และได้รับการยกฐานะจากเทศบาลตำบลวิเชียรบุรี เป็นเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554[2]
ภูมิศาสตร์
[แก้]อาณาเขตติดต่อ
[แก้]- ทิศเหนือ จดหมู่ที่ 8 ตำบลท่าโรง (องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง)
- ทิศตะวันออก จดหมู่ที่ 17 ตำบลท่าโรงและตำบลน้ำร้อน (ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง และองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำร้อน)
- ทิศใต้ จดหมู่ที่ 5 ตำบลท่าโรง และตำบลสระประดู่ (ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง และองค์การบริหารส่วนตำบลสระประดู่)
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตำบลสระประดู่
ภูมิประเทศ
[แก้]เมืองวิเชียรบุรีอยู่ห่างจากถนนสระบุรี–หล่มสัก หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 เป็นระยะทาง 7 กิโลเมตรมีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ และยังมีแม่น้ำป่าสักไหลผ่าน ซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทุกชนิด
ภูมิอากาศ
[แก้]ลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไปของเมืองวิเชียรบุรี มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน เนื่องจากได้รับอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมรสุมอินเดีย ทำให้มี 3 ฤดูกาล คือ
- ฤดูร้อน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ไป ถึงเดือนพฤษภาคม
- ฤดูฝน ตั้งแต่ ปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม
- ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนถึง เดือนมกราคมของทุกปี
ประชากร
[แก้]ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 เทศบาลเมืองวิเชียรบุรีมีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 21,485 คน ประกอบด้วย ชาย 10,205 คน คิดเป็นร้อยละ 47.50 และหญิง 11,280 คน คิดเป็นร้อยละ 52.50[1] มีจำนวนครัวเรือน 9,145 ครัวเรือน[3] มีความหนาแน่นเฉลี่ย 809.53 คนต่อตารางกิโลเมตร
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 สถิติจำนวนประชากร พื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ท้องถิ่นเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ข้อมูลเดือน กรกฎาคม 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน กรมการปกครอง
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลวิเชียรบุรี อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี
- ↑ สถิติจำนวนบ้าน พื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ท้องถิ่นเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ข้อมูลเดือน กรกฎาคม 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน กรมการปกครอง