เทศบาลเมืองทับกวาง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทับกวาง
Thapkwang
เทศบาลเมือง
ประเทศ  ไทย
ที่ตั้ง สำนักงานเทศบาลเมืองทับกวาง 195/1 หมู่ 9 ถนนมิตรภาพ ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 18260
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี นายสมหมาย แดงประเสริฐ
พื้นที่
 • ทั้งหมด 101 ตร.กม. (39 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ศ. 2555)
 • ทั้งหมด 17,176
 • ความหนาแน่น 170.05 คน/ตร.กม. (440.4 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไอเอสโอ 3166 19XX
โทรศัพท์ 0 3635 7590-2
โทรสาร 0 3635 7225
เว็บไซต์ http://www.tubkwang.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เทศบาลเมืองทับกวาง เป็นเทศบาลแห่งหนึ่งใน จังหวัดสระบุรี มีประชากร 17,176 คน ส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการค้าขาย มีเส้นทางการคมนาคมทั้งทางรถยนต์และรถไฟเป็นทางผ่านที่จะเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเส้นทางคมนาคมหลักคือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) [1] และ นายวันชัย บุญพัฒน์ เป็นนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

ตำบลทับกวาง เดิมเรียกว่า "บ้านลาว" ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเชื้อสายบรรพบุรุษที่สืบเชื้อสายมาจากประเทศลาวอพยพที่พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดเกล้าให้ต้อนมาจากนครเวียงจันทน์ ต่อมาเริ่มมีราษฎรมากขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จนกระทั่งถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพสมัยที่เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่ เพราะอาจจะเกิดแบ่งแยกชนชั้นขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า "บ้านทับกวาง" ซึ่งคำว่า "ทับ" หมายถึง การสร้างที่พักชั่วคราวบนต้นไม้ของพรานป่า ได้ประกาศจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 ได้มีพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะสุขาภิบาลยกฐานะจากสุขาภิบาลเป็น "เทศบาลตำบลทับกวาง" และมีการเปลี่ยนแปลงฐานะจากเทศบาลตำบลทับกวางเป็นเทศบาลเมืองทับกวาง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ภูมิศาสตร์[แก้]

สภาพภูมิประเทศของตำบลทับกวาง

เทศบาลเมืองทับกวาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอแก่งคอย ห่างจากอำเภอแก่งคอยประมาณ 10 กิโลเมตร และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดสระบุรี โดยอยู่ห่างจากอำเภอเมืองสระบุรีประมาณ 22 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศจะเป็นที่ราบสูงและภูเขา

อาณาเขต[แก้]

ตำบลทับกวาง มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง ดังนี้

ภูมิประเทศ[แก้]

สภาพภูมิประเทศของเทศบาลเมืองทับกวางเป็นพื้นที่ราบสูงและเขาเป็นส่วนใหญ่

ภูมิอากาศ[แก้]

สภาพภูมิอากาศของเทศบาลเมืองทับกวางมีลักษณะฤดูร้อนค่อนข้างร้อนและในฤดูหนาวจะค่อนข้างเย็น ช่วงฤดูฝนพื้นที่บริเวณที่ราบสูงฝนมักไม่ตกต้องตามฤดูกาล อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 40 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเต่ำสุด 23.4 องศาเซลเซียส

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

เทศบาลเมืองทับกวาง แบ่งการปกครองตามรูปแบบหมู่บ้านออกเป็น 10 หมู่บ้าน และชุมชน 32 ชุมชนในเขตเทศบาล ดังนี้

แผนที่แสดงการแบ่งเขตการปกครองของตำบลทับกวาง
หมู่บ้าน
  • หมู่บ้านไผ่ใต้ (หมู่ที่ 1)
  • หมู่บ้านไทย (หมู่ที่ 2)
  • หมู่บ้านทับกวาง (หมู่ที่ 3)
  • หมู่บ้านซับบอน (หมู่ที่ 4)
  • หมู่บ้านเขาเกตุ (หมู่ที่ 5)
  • หมู่บ้านหนองผักบุ้ง (หมู่ที่ 6)
  • หมู่บ้านป่าไผ่เหนือ (หมู่ที่ 7)
  • หมู่บ้านไร่ (หมู่ที่ 8)
  • หมู่บ้านถ้ำน้ำพุ (หมู่ที่ 9)
  • หมู่บ้านดอนยอ (หมู่ที่ 10)

ทำเนียบรายนามนายกเทศมนตรี[แก้]

ทำเนียบรายนามนายกเทศมนตรี นับแต่ตำบลถูกยกระดับจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้

ทำเนียบรายนามนายกเทศมนตรีเมืองทับกวาง
ลำดับที่ รายนามนายกเทศมนตรี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. นายโกศล จั่วกี่ (ไม่ทราบ)
2. นายวันชัย บุญพัฒน์ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 - เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
3. นายสมหมาย แดงประเสริฐ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน

ประชากร[แก้]

เทศบาลเมืองทับกวางมีประชากรรวมทั้งสิ้น 17,176 คน ประชากรชาย 8,671 คน ประชากรหญิง 8,505 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม, ปศุสัตว์, รับจ้าง, พนักงานบริษัท และการค้าขาย

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ผาเสด็จข้างสถานีรถไฟผาเสด็จ
วัดถ้ำพระโพธิสัตว์

วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตั้งอยู่หมู่บ้านดอนยอ เป็นวัดที่มีถ้ำที่มีรอยแกะสลักภาพจำหลักสมัยทวาราวดีเป็นภาพพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทปางวิตรรกะ ท่ามกลางเหล่าเทพอยู่ภายในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีหินงอกหินย้อย มีน้ำตก มีถ้ำธรรมทัศน์ และถ้ำลุมพินี

ผาเสด็จ
ดูบทความหลักที่: สถานีรถไฟผาเสด็จ

ผาเสด็จ ตั้งอยู่บ้านเขาเกตุ ใกล้กับสถานีรถไฟผาเสด็จ มีหินผาขนาดใหญ่เป็นชะง่อนยื่นออกมาขวางเส้นทางรถไฟสายแก่งคอย-มวกเหล็กซึ่งวิศวกรชาวฝรั่งเศสพยายามจะระเบิดทำลายเพื่อจะทำทางรถไฟผ่านก็ไม่สามารถระเบิดได้ มีคนงานเสียชีวิตในระหว่างก่อสร้างเป็นจำนวนมากจนกระทั่งความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ จึงได้เสด็จมาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438 เพื่อทอดพระเนตร และได้ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ "จปร" "สผ" "รศ.115" ไว้บนก้อนหินนั้น ซึ่งยังคงมีจารึกอยู่จนถึงกระทั่งปัจจุบันนี้

อ้างอิง[แก้]