ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ศาสตราจารย์
ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
เกิด4 มีนาคม พ.ศ. 2514 (50 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
ถิ่นพำนักเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
ศิษย์เก่าวิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา มหาวิทยาลัยลอนดอน (ปร.ด.)
อาชีพนักวิชาการ  ● นักการทูต  ● นักเขียน  ● อาจารย์
ปีปฏิบัติงานพ.ศ. 2537 - ปัจจุบัน​
มีชื่อเสียงจากผู้รณรงค์เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และผู้ลี้ภัยการเมือง
ผลงานเด่น
ชาติพลาสติก: ความจอมปลอมของความเป็นไทย

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นนักวิชาการและนักรัฐศาสตร์ชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555[1] เป็นอดีตนักวิจัยและนักวิชาการ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์[2][3]

ปัจจุบัน ปวิน เป็นผู้ลี้ภัยการเมือง ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ประวัติ[แก้]

ปวินเกิดวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2514 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (รุ่นเดียวกับเจตริน วรรธนะสิน) ระดับปริญญาตรีจากภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอกวิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา มหาวิทยาลัยลอนดอน

ปวินเริ่มทำงานครั้งแรกในฐานะสื่อมวลชนของจส.100 และเป็นสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล หลังจากนั้นจึงลาออกและสอบรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่อพ.ศ. 2537 และเมื่อสอบได้แล้วจึงเลือกสังกัดกรมเอเชียตะวันออกตามคำชวนของอธิบดีดอน ปรมัตถ์วินัย ปวินเลือกอยู่หน่วยประเทศญี่ปุ่น จึงได้ย้ายไปอาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นในพ.ศ. 2540 ลาราชการไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักรในระดับปริญญาโทและเอก ต่อมาในพ.ศ. 2545 เขาเดินทางกลับไทยมาทำงานที่กระทรวง ก่อนที่จะย้ายไปประทำประเทศสิงคโปร์ และลาออกจากราชการเมื่อพ.ศ. 2553

หลังลาออกจากราชการ ปวินผันตัวมาเป็นนักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาประจำมหาวิทยาลัยเกียวโต

เคลื่อนไหวทางการเมือง[แก้]

เขาเป็นที่รู้จักจากการเป็น 1 ในนักวิชาการที่รณรงค์เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์และเรียกร้องให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเขาเห็นว่าการใช้มาตรา 112 เป็นการที่ทำให้สถาบันกษัตริย์อ่อนแอลง และเป็นการนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษนิยม[4]

เขาได้เป็นวิทยากรในหัวข้อ สถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2556 ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐ[ต้องการอ้างอิง] ต่อมาศาลทหารออกหมายจับเขาฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2557[5] แต่เขาไม่ไปรายงานตัว

การแสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์[แก้]

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561 เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เฌอปราง อารีย์กุล สมาชิกวงบีเอ็นเคโฟร์ตีเอต จากกรณีที่เฌอปรางได้เป็นพิธีกรรับเชิญรายการเดินหน้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 กันยายน ปีเดียวกัน[6] ซึ่งเขาวิจารณ์ว่าเฌอปรางคือ "ผงซักฟอกเผด็จการ" และอาจเป็นการเลือกข้างทางการเมืองได้[7] และมีบุคคลที่แสดงความคิดเห็นในทางเดียวกันกับเขา เช่น รังสิมันต์ โรม, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ศรัณย์ ฉุยฉาย, สมบัติ บุญงามอนงค์[8] ทั้งนี้เขายังมีความขัดแย้งกับพรรคอนาคตใหม่เนื่องมาจากการที่พรรคแถลงว่าเฌอปรางมีสิทธิ์ที่จะเลือกข้างทางการเมือง[9][10] ปัจจุบัน ปวิน ได้เกิดความขัดแย้งกับ อดีตผู้ร่วมอุดมการณ์มากมายเช่น ศรัณย์ ฉุยฉาย ณัฏฐา มหัทธนา เนื่องจากมีการออกมาโจมตีกัน

นอกจากนี้ ปวินยังเป็นผู้จัดตั้งกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ในเฟซบุ๊ก ซึ่งมีเนื้อหาการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก[11]

กลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส - ตลาดหลวง[แก้]

ป้ายแบนเนอร์ “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ในการชุมนุมแห่งหนึ่ง

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 ปวินได้สร้างกลุ่มส่วนตัวในเฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อว่า "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" เพื่อให้เป็นเวทีสำหรับการอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื้อหามีการผสมผสานตั้งแต่โฆษณาธุรกิจ การอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ไปจนถึงการล้อเลียนเสียดสี[12] โดยในกลุ่มมีสมาชิกกว่า 1 ล้านบัญชี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563 กลุ่มถูกปิดกั้นการเข้าถึงในประเทศไทย โดยที่หน้ากรุ๊ปเพจปรากฏข้อความว่า "กลุ่มนี้ถูกจำกัดการเข้าถึงในประเทศไทยสืบเนื่องจากคำร้องขอทางกฎหมายจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม" ซึ่งก่อนหน้าที่จะไม่สามารถเข้าถึงได้ในประเทศไทย ปวินได้สร้างกลุ่มขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับสมาชิกจากกลุ่มเดิม โดยใช้ชื่อว่า "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง"[13] เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ซีเอ็นเอ็น รายงานว่าทางเฟซบุ๊กเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับรัฐบาลไทย ระบุว่าการจำกัดการเข้าถึงดังกล่าวขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนและกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความเห็น ทั้งนี้ โฆษกของเฟซบุ๊กกล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า “เฟซบุ๊กทำงานเพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคน และกำลังเตรียมการดำเนินกฎหมายกับคำร้องขอนี้”[14][15]

ผลงานทางวิชาการ[แก้]

  • ชาติพลาสติก: ความจอมปลอมของความเป็นไทย
  • การทูตทักษิณ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Curriculum Vitae Pavin Chachavalpongpun, website:ie.univie.ac.at สืบค้น 01-09-2563
  2. นักวิชาการ, website:bbc07.net สืบค้น 01-09-2563
  3. สัมภาษณ์พิเศษ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เรื่องหนังสือ "ก้าวข้ามความกลัว", website:voicetv.co.th/ สืบค้น 01-09-2563
  4. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์: พิพากษา “อากง” หนึ่งปีผ่านไป
  5. ศาลทหาร ออกหมายจับ อีก17คน ฐานขัดคำสั่ง คสช.ไม่มารายงานตัว ไทยรัฐ สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2557
  6. ""เฌอปราง" งงใจ! ออกรายการ "เดินหน้าประเทศไทย" ถูกโยงเรื่องการเมือง บอกขอบคุณที่ให้เกียรติ". mgronline.com. MGR Online. 2018-09-15. สืบค้นเมื่อ 2019-06-16.
  7. ปวิน แขวะเฌอปราง BNK48 เป็นผงซักฟอกเผด็จการ แต่หลักการประชาธิปไตยยังไร้เดียงสา
  8. ดราม่าไม่จบ!! "เฌอปราง BNK48" ร่วมเป็นพิธีกรใน รายการเดินหน้าประเทศไทย
  9. ตบตีกันแล้ว!‘ปวิน’เดือดจัดประกาศเปิดศึก‘อนาคตใหม่’หลังโดนด่าไร้วุฒิภาวะ
  10. พรรคอนาคตใหม่ กับ เฌอปราง และ “พรรคลุงกำนัน” กับ “คืนนกหวีด” เผชิญ หลุมพรางโลกโซเชียล
  11. กมธ.ยุติธรรมรับตรวจสอบล่าแม่มดชาว "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส"
  12. "The Royalists Marketplace: the supply and demand for dissent in Thailand". 4 พฤษภาคม 2563. 28 สิงหาคม 2563.
  13. "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส: เฟซบุ๊กเตรียมดำเนินทางการกฎหมายกับรัฐบาลไทย หลังบังคับบล็อกการเข้าถึงกลุ่มปิดที่พูดคุยเกี่ยวกับราชวงศ์" BBC. 25 สิงหาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2563.
  14. "Facebook prepares legal action against Thai government's order to block group". 25 สิงหาคม 2563. 28 สิงหาคม 2563.
  15. "สื่อนอกตีข่าว "เฟซบุ๊ก" จ่อฟ้องร้องรัฐบาลไทย อ้างถูกบังคับให้บล็อกกลุ่มสุ่มเสี่ยง" 25 สิงหาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2563
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๓ ข หน้า ๑๖๔, ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๔ ข หน้า ๑๘๙, ๑๐ มีนาคม ๒๕๔๗

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]