พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
Soamsavali Kitiyakara.jpg

พระนาม โสมสวลี
พระอิสริยยศ พระเจ้าวรวงศ์เธอ
ฐานันดรศักดิ์ พระองค์เจ้าชั้นโท
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 (59 ปี)
ลอนดอน สหราชอาณาจักร
พระบิดา หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร
พระมารดา ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร
พระราชสวามี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (2520–2534)
พระราชบุตร พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (พระนามเดิม: หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร[1]; ประสูติ: 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500) อดีตพระวรชายาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นธิดาคนโตของหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร[1] พระองค์เป็นทั้งพระภาติยะและอดีตพระสุณิสาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องจากอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์มีพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ถือเป็นเจ้านายที่ดำรงพระอิสริยยศเป็น พระวรชายา พระองค์แรก[2] มีพระราชธิดา คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา แต่หลังการหย่าในปี พ.ศ. 2534 พระองค์ยังมีสถานะเป็นเจ้านายและได้รับการเฉลิมพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ[3]

พระประวัติ

พระชนม์ชีพในวัยเยาว์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ มีพระนามเดิมคือ หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร[1] ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 ณ โรงพยาบาลกายส์ เขตเซาท์วาร์ก กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ[4] เป็นธิดาคนโตของหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร พระเชษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร (พระนามเดิม: หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล) เหตุที่ประสูติในลอนดอนสืบเนื่องมาจากพระบิดา คือ หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ ได้ไปศึกษากฎหมายในอังกฤษหลังพระราชทานน้ำสังข์แล้ว จนเมื่อพระองค์มีพระชันษาได้ 2 ปี จึงได้กลับมายังประเทศไทย[5]

พระนาม โสมสวลี อันหมายความว่า "น้ำผึ้งพระจันทร์"[5] นั้นเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เข้าใจว่าคงจะนำมาจากสร้อยพระนามของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา[5] ครอบครัวและพระสหายในโรงเรียนราชินีมักเรียกสั้น ๆ ว่า "คุณโสม"[6] ส่วนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเรียกว่า "โสม" เฉย ๆ[7] มีพระขนิษฐาเพียงคนเดียวคือหม่อมหลวงสราลี กิติยากร หรือ "คุณน้ำผึ้ง"[8] ซึ่งเป็นนักแสดงและพิธีกร[9]

หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เข้าศึกษาในระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา รุ่นที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2504[10] รุ่นเดียวกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี[5] แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ ย้ายไปเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2510 พระองค์ก็ทรงลาออกจากโรงเรียนเดิมและย้ายไปประทับที่เชียงใหม่โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย[11] เป็นเวลา 2 ปี และเมื่อบิดาได้ย้ายกลับมายังกรุงเทพมหานคร ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระยะหนึ่ง[5] แต่ด้วยมิสะดวกต่อการรับส่ง จึงได้ย้ายมาศึกษาอยู่ที่โรงเรียนราชินี เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ไปยังที่ทำงานของบิดา[6]

หม่อมหลวงโสมสวลี และพระขนิษฐา เติบโตในวังเทเวศร์และได้รับการเลี้ยงดูอย่างสามัญ มีพระบิดาไปรับส่งที่โรงเรียน ในวัยเยาว์พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่งานบ้านด้วยพระองค์เอง เช่น จัดที่นอนให้เป็นระเบียบ กวาดบ้านถูพื้น รวมไปถึงการปลูกผักและตัดหญ้า[8] ทั้งนี้โปรดการประกอบอาหาร และวิชาภาษามากกว่าวิชาใด ๆ[6] แต่พระองค์ไม่ถูกกับวิชาคำนวณ เมื่อพระองค์สำเร็จการศึกษาระดับ ม.ศ. 2 พระองค์ก็ขอร้องกับบิดามารดา เพื่อขอออกมาศึกษาวิชาที่พระองค์ชอบ[6]

อภิเษกสมรส

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2519 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประกอบพิธีหมั้นระหว่างสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กับหม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต[12][13]

วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2520 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรส ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วังสระปทุม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร[14] ในการนี้ได้เสด็จออก ณ ท้องพระโรงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย และสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรค์ปราสาท เพื่อรับการถวายพระพรชัยมงคล

พระองค์ทรงตั้งพระครรภ์พระราชกุมารพระองค์แรก แต่ด้วยทรงมีปัญหาความเครียดส่วนพระองค์จึงแท้งพระโอรสขณะมีอายุครรภ์ได้ 4 เดือน ต่อมาจึงตั้งพระครรภ์เป็นครั้งที่สองและก็มีปัญหาด้านความเครียดส่วนพระองค์อีกเช่นกัน จนเกือบคลอดก่อนกำหนดขณะอายุครรภ์ได้ 6 เดือน พระองค์ต้องบรรทมพักผ่อนและให้แพทย์ฉีดยา[15] และมีพระประสูติกาลพระธิดาในเวลาต่อมา คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521

วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2534 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศเฉลิมพระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์นั้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ[16] โดยสร้อยพระนาม "พระวรราชาทินัดดามาตุ" หมายถึง "พระมารดาของพระราชนัดดาพระองค์แรกแห่งพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐ"

ชีวิตส่วนพระองค์

ขณะเสด็จไปในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2553
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กับมารยา คาซินสกา ในปี พ.ศ. 2550

พระองค์ชื่นชอบงานฝีมือฝึกฝนด้านหัตถกรรมอย่าง การร้อยพวงมาลัย, จัดดอกไม้ และเย็บปักถักร้อย โดยโปรดงานนิตติ้งมากที่สุด[8] โปรดเลี้ยงสัตว์คือ ปลาทอง หากพระองค์จะเสด็จไปประทับที่ใดก็ต้องเอาปลาทองที่ทรงเลี้ยงไปด้วย[17] โปรดการเล่นเครื่องดนตรี คือ กีตาร์ และเปียโน[7] ดังคำให้สัมภาษณ์ของท่านผู้หญิงพันธุ์สวลีตอนหนึ่งว่า "คุณโสมชอบเล่นกีตาร์ ดิฉัน [ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี] ให้ท่านผู้หญิงอรุณ กิติยากร มาสอนเปียโนอยู่เป็นประจำ"[7] นอกจากนี้ยังสามารถทรงเครื่องดนตรีไทยได้บ้าง ได้แก่ ระนาดเอก และฆ้องวง ทั้งนี้ทรงมีพื้นฐานด้านบัลเลต์, ศิลปะการแสดง และการเต้นลีลาศ[18] แต่สิ่งที่พระองค์ชื่นชอบและเป็นที่รู้จักที่สุดคือการประกอบอาหาร ซึ่งพระองค์ได้ทำพระกระยาหารไปถวายยังพระบรมวงศานุวงศ์[19] เมื่อปลายปี พ.ศ. 2553 ในช่วงมหาอุทกภัย พระองค์ก็ทรงประกอบอาหารแจกจ่ายไปยังประชาชนที่ประสบภัยในจังหวัดนครราชสีมา[20] และหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชช่วงปลายปี พ.ศ. 2559 พระองค์ทรงทอดไก่ประทานแก่ประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพด้วยพระองค์เอง[21]

พระองค์เป็นพระมารดาที่ห่วงใยในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียว ทรงกล่าวว่า "ไม่หวงมากนัก แต่มีความเป็นห่วงมากกว่า ทั้งเรื่องความประพฤติ การวางตัว..."[15] และทรงสอนอีกด้วยว่า "...ให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น นอกจากช่วยเหลือตัวเองแล้ว ก็ต้องช่วยเหลือผู้อื่นด้วย มีเมตตา..." และจะทรงดุเมื่อพระราชธิดาทรงทำผิด[18] พระองค์เคยกล่าวไว้ในรายการ วูดดี้เกิดมาคุย ว่า "...เราถือคติเลี้ยงวัวให้ผูกรักลูกต้องตี"[19] ด้วยพระองค์ตีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเมื่อครั้งที่ยังทรงศึกษาอยู่โรงเรียนราชินีด้วยก้านมะยม เพราะทรงเอาวงเวียนไปทิ่มขาเพื่อน พระองค์เจ้าโสมสวลีจึงตีเพื่อให้พระองค์ภารู้ว่าเพื่อนก็รู้สึกเจ็บเช่นกัน[15] นอกจากนี้พระองค์ยังเป็นธิดาที่มีความกตัญญูต่อบุพการี แม้บางปีจะมีพระราชกรณียกิจมาก แต่เมื่อถึงวันแม่แห่งชาติ ก็จะทรงร้อยพวงมาลัยด้วยพระองค์เอง และทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปหาท่านผู้หญิงพันธุ์สวลีที่พระตำหนักปากช่องหรือที่พัทยาเป็นประจำทุกปี[22]

ปัจจุบันพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทับที่พักสองแห่งสลับกัน แห่งแรกคือ วังเทเวศร์ ตั้งอยู่บริเวณถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทางทิศใต้ติดกับวังเทวะเวสม์ ทางทิศตะวันออกติดกับวัดนรนาถสุนทริการาม และประทับคอนโดใจกลางเมืองอีกแห่งหนึ่ง[17] ทั้งนี้พระองค์ยังทรงอุปการะสิรพัชรา โสพัชรมณี ชื่อเล่น ใบพลู ไว้ในพระอุปถัมภ์[23][24][25] ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก[26] ทรงกล่าวถึงสิรพัชราว่า "...พระองค์หญิงเลี้ยงเขาเป็นลูกอีกคน..." ทั้งนี้ยังทรงติดต่อกับผู้อื่นผ่านทางโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเพื่อนของสิรพัชรา[18]

พระกรณียกิจ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจด้านต่างๆ แบ่งเบาพระราชภาระ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในการเสด็จแทนพระองค์ไปทรงประกอบพระกรณียกิจต่างๆ จนลุล่วงด้วยดี สมกับที่ทรงวางพระราชหฤทัยตลอดมา

และวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ รศ.ดร.นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพ 3,000 ถุง ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ[27]

โครงการ/มูลนิธิในพระอุปถัมภ์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีความสนพระทัยในด้านสังคมสงเคราะห์ และการสาธารณสุข ทรงรับโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ และทรงจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ อาทิ

  • มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์)
  • มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์)
  • มูลนิธิศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร
  • มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดพระชนม์ชีพ)[1]
  • มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาลเยาวชนและครอบครัว
  • มูลนิธิบ้านบางแค
  • มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย
  • มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก ของศาลเยาวชนและครอบครัว
  • มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง
  • มูลนิธิธรรมจารินีวิทยา
  • มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาลเยาวชนและครอบครัว
  • โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย
  • โครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์
  • กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย
  • กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก
  • กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก
  • สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี
  • สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
  • สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่
  • สมาคมพัฒนาแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย
  • สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ
  • โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา

ผลงานการแสดง

ในวัยเยาว์พระองค์เคยแสดงละครโทรทัศน์ครั้งแรกทางช่อง 4 บางขุนพรหม เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ทรงรับบทเป็น นางพิมพิลาไลยในวัยเด็ก และเป็นนักแสดงประกอบในภาพยนตร์เรื่อง น้ำผึ้งขม (พ.ศ. 2517) ทั้งแสดงละครเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในบางวาระ[18] นอกจากนี้พระองค์แสดงละครเวทีสองเรื่องคือ "รักษาป่า" และหลังจากอภิเษกสมรสกับอดีตพระราชสวามีก็ทรงแสดงละครเวทีเรื่อง "เกาะสวรรค์" ร่วมกับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และหม่อมหลวงสราลีขนิษฐา[28][29]

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2557 ทรงร่วมแสดงในละครเวที เรื่อง ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล ในบทนางนิวฮูลู่ ซึ่งเป็นมารดาของซูสีไทเฮา[30] เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากของพระองค์[29] และในปลายปีเดียวกันนั้นพระองค์ได้ทรงร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่อง รักเร่[31] ทรงรับบทเป็น พร้อมจิต[32]

พระเกียรติยศ

ธรรมเนียมพระยศของ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี
พระวรราชาทินัดดามาตุ
Royal Flag of Princess Soamsavali.png
ธงประจำพระองค์
การทูล ฝ่าพระบาท
การแทนตน เกล้ากระหม่อม/เกล้ากระหม่อมฉัน
การขานรับ เกล้ากระหม่อม/เพคะ
ลำดับโปเจียม 7

พระอิสริยยศ

  • หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร (13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 — 3 มกราคม พ.ศ. 2520)
  • หม่อมหลวงโสมสวลี มหิดล (3 มกราคม พ.ศ. 2520)[33]
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ (3 มกราคม พ.ศ. 2520 — 12 สิงหาคม พ.ศ. 2534)
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (12 สิงหาคม พ.ศ. 2534 — ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

 เยอรมนี 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 Grand Cross (ชั้น 1 พิเศษ) เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี GER Bundesverdienstkreuz 7 Grosskreuz.svg
 เนปาล 12 ธันวาคม พ.ศ. 2527 Member of The Most Glorious Order of Ojaswi Rajanya The Order of Rajanya (Ojasvi-Rajanya) of Nepal Bar.gif
 สเปน 18 ธันวาคม พ.ศ. 2530 Knight Grand Cross of The Order of Isabella the Catholic ESP Isabella Catholic Order GC.svg
 บรูไน Family Order of Brunei 2nd Class - Darjah Kerabat Seri Utama Yang Amat Dihormati - D.K. (Seri Utama) BRU Family Order of Brunei 2nd Class.svg
 ญี่ปุ่น 26 กันยายน พ.ศ. 2534 ชั้น ๑ ชั้นสายสะพาย เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงคลรัตน์ JPN Zuiho-sho 1Class BAR.svg
 เนเธอร์แลนด์ พ.ศ. 2547 Knight Grand Cross เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออเรนจ์-นัสเซา NLD Order of Orange-Nassau - Knight Grand Cross BAR.png

พรรณพืช และสถานที่อันเนื่องด้วยพระนาม

ดวงตราไปรษณียากร ชุด กล้วยไม้พระนาม "โสมสวลี"

พงศาวลี

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "ความเป็นมาของมูลนิธิ". มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2557. 
  2. สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ. ราชาศัพท์. เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, 2555, หน้า 43
  3. [http://www.royin.go.th/?knowledges= พระเจ้าวรวงศ์เธอ-ตอนที่-2 "พระเจ้าวรวงศ์เธอ (ตอนที่ ๓)"]. สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. 26 พฤษภาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2559. 
  4. "Search birth records". findmypast.co.uk. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012. "KITIYAKARA Soamsawali Southwark London 1957" 
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 ประยุทธ สิทธิพันธ์. พระราชประวัติและพระบรมฉายาลักษณ์เนื่องในพระราชพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ กับความเป็นมาของตำแหน่งมกุฎราชกุมาร. กรุงเทพฯ : บำรุงนุกูลกิจ. ม.ป.ป., หน้า 175
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 ประยุทธ สิทธิพันธ์. พระราชประวัติและพระบรมฉายาลักษณ์เนื่องในพระราชพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ กับความเป็นมาของตำแหน่งมกุฎราชกุมาร. กรุงเทพฯ : บำรุงนุกูลกิจ. ม.ป.ป., หน้า 176
  7. 7.0 7.1 7.2 ประยุทธ สิทธิพันธ์. พระราชประวัติและพระบรมฉายาลักษณ์เนื่องในพระราชพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ กับความเป็นมาของตำแหน่งมกุฎราชกุมาร. กรุงเทพฯ : บำรุงนุกูลกิจ. ม.ป.ป., หน้า 186
  8. 8.0 8.1 8.2 สายใยผูกพันอันน่าประทับใจของ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ กับ พระขนิษฐา
  9. เปิดธุรกิจส่วนตัวสะใภ้จิราธิวัฒน์
  10. "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ". โรงเรียนจิตรลดา. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2557. 
  11. คณะอุร์สุลินแห่งสหภาพโรมัน ประเทศไทย - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินิดดามาตุ เสด็จมาร่วมงานคืนสู่เหย้าชาวเรยีนาฯ
  12. "แถลงการณ์พระราชวัง เรื่องทรงหมั้น". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 93 (150): 3743. 7 ธันวาคม พ.ศ. 2519. 
  13. "ข่าวในพระราชสำนัก". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 93 (157ง): 4103. 28 ธันวาคม พ.ศ. 2519. 
  14. "พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 94 (13ก): 62. 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520. 
  15. 15.0 15.1 15.2 "พระองค์โสม ทรงภูมิใจใน องค์ภา เป็นลูกที่ดี ทำงานเพื่อประเทศชาติ". ไทยรัฐ. 29 มีนาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2557. 
  16. "พระบรมราชโองการ ประกาศเฉลิมพระนาม". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 108 (140ก ฉบับพิเศษ): 1. 12 สิงหาคม พ.ศ. 2534. 
  17. 17.0 17.1 "พระองค์โสม โปรดปลาทอง องค์ภา โปรดสัตว์แปลก". ไทยรัฐออนไลน์. 11 ตุลาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2557. 
  18. 18.0 18.1 18.2 18.3 "โสมสกาวกลางหทัยไทยทั้งมวล". Hiclass Society. 13 พฤษภาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2556. 
  19. 19.0 19.1 "พระองค์โสม ประทานสัมภาษณ์พิเศษในวู้ดดี้เกิดมาคุย". กะปุกดอตคอม. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2557. 
  20. "พระองค์โสมฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ จ.นครราชสีมา". ครอบครัวข่าวสาม. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2557. 
  21. "พระองค์โสม ทรงทอดไก่ประทานพสกนิกรที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ". มติชน. 22 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 23 ตุลาคม 2559. 
  22. อัครเดช สุภัคกุล (23 กันยายน 2554). "วันประสูติท่านหญิงพันธุ์สวลี". คมชัดลึก. สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2557. 
  23. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเปิดงานวันแม่ ประจำปีการศึกษา 2552
  24. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
  25. แวดวงคาทอลิก - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานวันแม่
  26. "“องค์ภา” ทรงรับคำท้าไอซ์ บัคเก็ต เพื่อบริจาคมูลนิธิ รพ.ศิริราช". มติชนออนไลน์. 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2557. 
  27. “พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ” มอบถุงยังชีพ 3 พันชุดช่วยผู้ประสบภัยสึนามิ
  28. "พระองค์โสม รับสั่งตื่นเต้นเล่นร้อง ละครเวที ซูสีไทเฮา เดอะมิวสิคัล". ไทยรัฐ. 21 มีนาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2557. 
  29. 29.0 29.1 "พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรง "ร้อง เล่น" ละครเวที ซูสีไทเฮา เดอะมิวสิคัล". ประชาชาติธุรกิจ. 23 เมษายน 2557. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2557. 
  30. "พระองค์โสมทรงแสดงละครเวที ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล". ไทยรัฐ. 10 มีนาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2557. 
  31. "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงร่วมพิธีบวงสรวงละคร รักเร่ บทประพันธ์ โสภาค สุวรรณ". ช่อง 7. 7 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2557. 
  32. "พระองค์โสม ร่วมแสดงละครทีวี "รักเร่" ช่อง 7 สี". ไทยรัฐ. 10 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2557. 
  33. "หมายกำหนดการ ที่ 23/2519 พระราชพิธีอภิเษกสมรส". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 29 (157ง): 4123. 28 ธันวาคม พ.ศ. 2519. 
  34. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์, เล่ม ๙๔, ตอน ๙ ง ฉบับพิเศษ, ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐, หน้า ๖
  35. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ , เล่ม ๑๐๑, ตอน ๖๗ ง ฉบับพิเศษ, ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗, หน้า ๗
  36. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ), เล่ม ๑๐๘, ตอน ๑๔๐ ง ฉบับพิเศษ, ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๑
  37. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ , เล่ม ๑๐๙, ตอน ๑๕๔ ง ฉบับพิเศษ, ๑๔ ธันวาาคม พ.ศ. ๒๕๓๕, หน้า ๑
  38. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ปฐมดิเรกคุณภรณ์ จำนวน ๘ พระองค์), เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๗ ข เล่มที่ ๐๐๓, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๑
  39. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ (จำนวน ๑๒ ราย), เล่ม ๑๒๔, ตอน ๔ ข, ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐, หน้า ๑
  40. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๙๘, ตอน ๔ ง, ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔, หน้า ๙๔

แหล่งข้อมูลอื่น

แม่แบบ:พระบรมวงศานุวงศ์ไทย