ข้ามไปเนื้อหา

ลอนดอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก กรุงลอนดอน)
ลอนดอน
London
แผนที่
แผนที่โต้ตอบของลอนดอน
ลอนดอนตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ
ลอนดอน
ลอนดอน
ที่ตั้งภายในประเทศอังกฤษ
ลอนดอนตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร
ลอนดอน
ลอนดอน
ที่ตั้งภายในสหราชอาณาจักร
ลอนดอนตั้งอยู่ในยุโรป
ลอนดอน
ลอนดอน
ที่ตั้งภายในทวีปยุโรป
พิกัด: 51°30′26″N 0°7′39″W / 51.50722°N 0.12750°W / 51.50722; -0.12750
รัฐเอกราชสหราชอาณาจักร
ประเทศอังกฤษ
ภูมิภาคลอนดอน
เทศมณฑลทางพิธีการ
ก่อตั้งโดยชาวโรมันชื่อว่าล็อนดินิอูง เมื่อ
ค.ศ. 47; 1979 ปีที่แล้ว (47)
การปกครอง
  หน่วยงานท้องถิ่นสำนักเขตนครลอนดอนและปริมณฑล
  สภาสภาลอนดอน
  นายกเทศมนตรีซาดีก คาน (พรรคแรงงาน)
  สำนักงานใหญ่โถงเมือง
  รัฐสภา UK
 - สภาลอนดอน
 - รัฐสภายุโรป
74 เขตเลือกตั้ง
14 เขตเลือกตั้ง
เขตเลือกตั้งลอนดอน
พื้นที่
  รวม[a]
1,572 ตร.กม. (607 ตร.ไมล์)
  เขตเมือง
1,738 ตร.กม. (671 ตร.ไมล์)
  รวมปริมณฑล
8,382 ตร.กม. (3,236 ตร.ไมล์)
ความสูง24 เมตร (79 ฟุต)
ประชากร
 (2024)[1]
  รวม[b]
9,089,736 คน
  อันดับ
  ความหนาแน่น5,782 คน/ตร.กม. (14,980 คน/ตร.ไมล์)
  เขตเมือง
 (2011)[3]
9,787,428 คน
  ปริมณฑล
[c] (2025)[4]
15,100,000 คน
เดมะนิมลอนดอนเนอร์ (Londoner)
เชื้อชาติ (2021)
  กลุ่มชาติพันธุ์
รายการ
  • 53.8% ขาว
  • 20.7% เอเชีย
  • 13.5% ดำ
  • 6.3% อื่น ๆ
  • 5.7% ผสม
ศาสนา (2021)
  ศาสนา
รายการ
เขตเวลาUTC+00:00 (GMT)
  ฤดูร้อน
(เวลาออมแสง)
UTC+01:00 (BST)
รหัสไปรษณีย์
22 พื้นที่
เว็บไซต์london.gov.uk

ลอนดอน (อังกฤษ: London, เสียงอ่านภาษาอังกฤษ: /ˈlʌndən/ ลันเดิน) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร มีจำนวนประชากร 9.1 ล้านคนใน ค.ศ. 2024 เขตมหานครและพื้นที่ปริมณฑลอันกว้างขวางของลอนดอนถือเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตกด้วยประชากรกว่า 15.1 ล้านคน[6] ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษบริเวณปากแม่น้ำซึ่งไหลลงสู่ทะเลเหนือ บริเวณนี้เป็นย่านชุมชมเก่าแก่ซึ่งมีผู้อาศัยมากกว่า 2,000 ปี[7] ย่านเก่าแก่บริเวณกลางเมืองรวมทั้งศูนย์กลางทางการเงินของลอนดอนถูกก่อตั้งโดยชาวโรมันในชื่อ ล็อนดินิอูง นครเวสต์มินสเตอร์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองยังเป็นที่ตั้งของรัฐบาลและรัฐสภาสหราชอาณาจักรมาหลายศตวรรษ กรุงลอนดอนเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงศตวรรษที่ 19[8] ชื่อ "ลอนดอน" ยังสื่อถึงมหานครซึ่งตั้งอยู่บริเวณโดยรอบ โดยในอดีตเคยใช้สื่อถึงการแบ่งเทศมณฑลของอังกฤษอันประกอบไปด้วย มิดเดิลเซกซ์, เอสเซกซ์, เซอร์รีย์, เคนต์ และ ฮาร์ตฟอร์ดเชอร์[9] ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมโดยหน่วยงานท้องถิ่น 33 แห่งและหน่วยงานบริหารกรุงลอนดอน (Greater London Authority) ตั้งแต่ ค.ศ. 1965 เป็นต้นมา[10]

ลอนดอนเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของโลก[11] มีอิทธิพลสูงในด้านศิลปะ, ความบันเทิง, แฟชั่น, การค้า, การเงิน, การศึกษา, การแพทย์, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สื่อ, การท่องเที่ยว, การขนส่ง และการสื่อสารของโลก[12][13] ลอนดอนเป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นหนึ่งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก[14] แม้จะมีการถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนภายหลังเบร็กซิต ลอนดอนยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการศึกษาของยุโรปและเป็นที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป[15] ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยกว่า 50 แห่ง และมีนักศึกษาลงทะเบียนมากกว่า 500,000 คนใน ค.ศ. 2023 โดยเป็นที่ตั้งของสถาบันชั้นนำ อาทิ อิมพิเรียลคอลเลจลอนดอนซึ่งมีจุดเด่นด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ประยุกต์, วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน มีชื่อเสียงด้านสังคมศาสตร์และการเงิน รวมถึงยูนิเวอร์ซิตีคอลลิจลันเดินซึ่งเป็นต้นกำเนิดของงานวิจัยระดับโลก[16][17] รวมถึงคิงส์คอลเลจลอนดอนซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในสาขากฎหมาย มนุษยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และ วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา มหาวิทยาลัยลอนดอน ลอนดอนยังเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมมากที่สุดในยุโรป และมีท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในทวีป โดยท่าอากาศยานนานาชาติฮีทโธรว์เป็นท่าอากาศยานหลัก[17][18] นอกจากนี้ รถไฟใต้ดินลอนดอนยังเป็นระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก[19]

ลอนดอนเป็นหนึ่งในเมืองพหุวัฒนธรรมของโลกโดยมีภาษามากกว่า 300 ภาษาถูกใช้ในลอนดอน[20] ใน ค.ศ. 2025 ประชากรของมหานครลอนดอนมีจำนวนมากกว่า 9.8 ล้านคน ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามของยุโรป คิดเป็น 13.1 % ของประชากรในสหราชอาณาจักร และ 15.5 % ของประชากรในอังกฤษ[21] เขตเมืองหลวงลอนดอนเป็นเขตที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ในยุโรปด้วยประชากรประมาณ 9.8 ล้านคนใน ค.ศ. 2011[22] เขตมหานครลอนดอนเป็นเขตที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ในยุโรปหรือประมาณ 15 ล้านคนใน ค.ศ. 2025 ทำให้ลอนดอนมีสถานะเป็นเมกะซิตี

ลอนดอนมีแหล่งมรดกโลกจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว, หอคอยแห่งลอนดอน, เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (รวมถึงโบสถ์เซนต์มาร์กาเร็ต) และเมืองนาวีกรีนิชซึ่งเป็นที่ตั้งหอดูดาวหลวงเกรนิช และการกำหนดเวลามาตรฐานกรีนิช[23] สถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พระราชวังบักกิงแฮม, ลอนดอนอาย, พิคะดิลีเซอร์เคิส, อาสนวิหารนักบุญเปาโล, สะพานทาวเวอร์ และ จัตุรัสทราฟัลการ์ กรุงลอนดอนยังมีจำนวนพิพิธภัณฑ์, หอศิลป์, หอสมุด และสถานที่ทางวัฒนธรรมมากที่สุดในสหราชอาณาจักรซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์บริติช, หอศิลป์แห่งชาติ, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอังกฤษ, เทตมอเดิร์น, หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ และโรงละครรวมทั้งโรงภาพยนตร์ชื่อดังหลายแห่ง และเป็นที่ตั้งของภัตตาคารระดับโลก ลอนดอนยังเป็นที่ตั้งของทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของพรีเมียร์ลีกหลายสโมสร สนามกีฬาเวมบลีย์ยังเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่มีชื่อเสียงของโลก ถูกใช้จัดกิจกรรมสำคัญหลายครั้ง รวมถึงการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมวิมเบิลดัน และ ฟุตบอลเอฟเอคัพ ลอนดอนยังเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาที่สำคัญ ได้แก่ ลอนดอนมาราธอน และเป็นเมืองแรกของโลกที่เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อน 3 ครั้ง ล่าสุดในโอลิมปิกฤดูร้อน 2012

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ชื่อ ลอนดอน นักประวัติศาสตร์คาดว่าน่าจะมาจากชื่อกรุงลอนดอนในสมัยโรมันว่า ลอนดีนิอุม (ละติน: Londinium) ซึ่งเป็นภาษาละติน และเพี้ยนมาเป็นชื่อ "ลอนดอน" ในภายหลัง ถึงแม้ว่าชาวโรมันจะพิชิตอังกฤษได้ก็ตาม ลอนดิเนียมแห่งนี้อยู่เพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น ในปี ค.ศ. 61 ชาวเผ่าไอซินี นำโดยราชินีโบดิก้า บุกเข้ายึดลอนดึเนียม เผาทั้งเมือง และเข่นฆ่าชาวโรมันอย่างเหี้ยมโหด[24] แต่ในเวลาถัดมา ชาวโรมันสามารถยึดเมืองกลับคืนมาได้ และชนะการรบกับราชินีโบดิก้า ในราวศตวรรษที่ 2 ลอนดิเนียมรุ่งเรืองถึงขีดสุด และลอนดอนโรมันมีประชากรประมาณ 60,000 คน

ลอนดอนประสบอัคคีภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2209 (ค.ศ. 1666) ส่งผลให้ผู้คนเชื่อว่าเลข 666 เป็นเลขแห่งความโชคร้าย การสร้างเมืองใหม่ใช้เวลาถึง 10 ปีด้วยกัน แต่ลอนดอนยังคงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2560 กรุงลอนดอนนอกจากประสบกับเหตุก่อการร้ายยังประสบอัคคีภัย มีคนเสียชีวิต รวม 20 ราย หากรวมผู้ก่อการร้ายด้วยจะเป็น 24ราย

การเมืองการปกครอง

[แก้]

การปกครองท้องถิ่น

[แก้]
ตราอาร์มของบรรษัทนครลอนดอน[25]

การบริหารของลอนดอนแบ่งออกเป็นสองระดับ ได้แก่ ระดับทั่วทั้งเมือง ซึ่งมีบทบาทด้านยุทธศาสตร์ และระดับท้องถิ่นพื้นฐาน การบริหารระดับทั่วทั้งเมืองอยู่ภายใต้การกำกับขององค์การบริหารเกรเทอร์ลอนดอน (Greater London Authority หรือย่อว่า GLA) ส่วนการบริหารระดับท้องถิ่นพื้นฐานดำเนินการโดยองค์การบริหารย่อย 33 แห่ง[26] องค์การบริหารเกรเทอร์ลอนดอนประกอบด้วยสององค์ประกอบที่มาจากการเลือกตั้ง ได้แก่ นายกเทศมนตรีลอนดอน ซึ่งมีอำนาจบริหาร และสภาลอนดอน ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการตัดสินใจของนายกเทศมนตรี รวมถึงพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธข้อเสนองบประมาณประจำปี องค์การบริหารเกรเทอร์ลอนดอนมีหน้าที่ดูแลระบบขนส่งส่วนใหญ่ของลอนดอนผ่านหน่วยงานในกำกับคือ การขนส่งแห่งลอนดอน (Transport for London หรือย่อว่า TfL) รวมทั้งกำกับดูแลตำรวจและหน่วยดับเพลิงของเมือง และกำหนดวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ[27] สำนักงานใหญ่ขององค์การบริหารเกรเทอร์ลอนดอน ตั้งอยู่ที่ซิตีฮอลล์ เขตนิวอัม นายกเทศมนตรีตั้งแต่ ค.ศ. 2016 คือ ซาดิก ข่าน ผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีมุสลิมคนแรกของเมืองหลวงในโลกตะวันตก[28] แผนกลยุทธ์ด้านการวางผังเมืองตามกฎหมายของนายกเทศมนตรีเผยแพร่ในชื่อ ลอนดอนแพลน (London Plan) ซึ่งมีการปรับปรุงล่าสุดใน ค.ศ. 2011[29]

องค์การบริหารท้องถิ่นระดับพื้นฐาน ประกอบด้วย สภาของลอนดอนโบโร 32 แห่ง และบรรษัทนครลอนดอน[30] ซึ่งรับผิดชอบการให้บริการสาธารณะท้องถิ่นระดับพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ เช่น การวางผังเมืองท้องถิ่น โรงเรียน ห้องสมุด การพักผ่อนและนันทนาการ บริการสังคม ถนนท้องถิ่น และการเก็บขยะ[31] บางภารกิจ เช่น การจัดการขยะ จะดำเนินการร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน ในปีงบประมาณ 2009–2010 ค่าใช้จ่ายรวมของสภาลอนดอนและองค์การบริหารเกรเทอร์ลอนดอน มีมูลค่ากว่า 22 พันล้านปอนด์ (สภาโบโร 14.7 พันล้านปอนด์ และองค์การบริหารเกรเทอร์ลอนดอน 7.4 พันล้านปอนด์)[32]

หน่วยดับเพลิงลอนดอน (London Fire Brigade) เป็นหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยตามกฎหมายของเกรเทอร์ลอนดอน ดำเนินการโดย คณะกรรมการวางแผนภาวะฉุกเฉินและดับเพลิงลอนดอน (London Fire and Emergency Planning Authority) และเป็นหน่วยดับเพลิงที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก[33] บริการรถพยาบาลภายใต้ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ให้บริการโดย บริการรถพยาบาลลอนดอน (London Ambulance Service หรือย่อว่า LAS) ซึ่งเป็นบริการรถพยาบาลฉุกเฉินฟรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก[34] มูลนิธิรถพยาบาลทางอากาศแห่งลอนดอน (London's Air Ambulance Charity) จะดำเนินการร่วมกับบริการรถพยาบาลลอนดอนเมื่อจำเป็น ขณะเดียวกัน หน่วยยามฝั่งในสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน (HM Coastguard) และสถาบันกู้ชีพทางเรือแห่งชาติ (Royal National Lifeboat Institution หรือย่อว่า RNLI) ให้บริการบนแม่น้ำเทมส์ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของการท่าเรือลอนดอน (Port of London Authority) ตั้งแต่ประตูน้ำเทดดิงตันถึงปากแม่น้ำ[35]

การปกครองระดับชาติ

[แก้]
บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ที่พำนักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

ลอนดอนเป็นที่ตั้งของรัฐบาลสหราชอาณาจักร กระทรวงต่าง ๆ และบ้านพักนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ บริเวณไวต์ฮอลล์[36] ลอนดอนมีสมาชิกสภาสามัญชนทั้งหมด 75 คน ณ เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2024 ประกอบด้วยสมาชิกที่สังกัดพรรคแรงงาน 59 คน พรรคอนุรักษนิยม 9 คน พรรคเสรีประชาธิปไตย 6 คน และนักการเมืองอิสระ 1 คน[37] ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำลอนดอนก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1994 อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนี้ว่างลงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2024

ตำรวจและอาชญากรรม

[แก้]

การดูแลความสงบเรียบร้อยในเกรเทอร์ลอนดอน ยกเว้นนครลอนดอน ดำเนินการโดยตำรวจนครบาล (Metropolitan Police หรือย่อว่า "The Met") ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของนายกเทศมนตรีผ่าน สำนักงานนายกเทศมนตรีด้านตำรวจและอาชญากรรม (Mayor's Office for Policing and Crime หรือย่อว่า MOPAC)[38] ตำรวจนครบาลมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า สกอตแลนด์ยาร์ด ตามที่ตั้งของสำนักงานเดิมซึ่งอยู่บนถนนเกรตสกอตแลนด์ยาร์ด ในย่านไวต์ฮอลล์ ส่วนนครลอนดอนมีหน่วยตำรวจของตนเองคือ ตำรวจนครลอนดอน (City of London Police)[39] หมวกทรงสูงแบบผู้คุม (custodian helmet) ที่ตำรวจนครบาลเริ่มสวมตั้งแต่ ค.ศ. 1863 ถูกยกย่องว่าเป็น "สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม" และ "สัญลักษณ์ของการบังคับใช้กฎหมายแบบบริทิช"[40] ส่วนป้อมตำรวจสีน้ำเงิน ที่ตำรวจนครบาลเริ่มนำมาใช้ใน ค.ศ. 1929 ซึ่งเป็นต้นแบบของทาร์ดิส (TARDIS) ในซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่องดอกเตอร์ฮู เคยปรากฏให้เห็นทั่วไปในลอนดอนและเมืองต่าง ๆ ทั่วสหราชอาณาจักร[41]

สำนักงานใหญ่เอ็มไอ 6 ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ที่อาคารเอสไอเอส ฉากของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ (สายลับเอ็มไอ 6 ในจินตนาการ) หลายตอนได้มาถ่ายทำที่นี่

ตำรวจขนส่งบริทิช (British Transport Police) รับผิดชอบด้านการตำรวจบนการรถไฟแห่งชาติ รถไฟใต้ดินลอนดอน รถไฟรางเบาด็อกแลนด์ และรถรางแทรมลิงก์[42] ส่วนตำรวจกระทรวงกลาโหม (Ministry of Defence Police) เป็นหน่วยตำรวจพิเศษในลอนดอนที่โดยทั่วไปจะไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลประชาชนทั่วไป[43] หน่วยข่าวกรองภายในประเทศที่เรียกว่า เอ็มไอ 5 มีสำนักงานใหญ่ที่เทมส์เฮาส์ ซึ่งอยู่บนฝั่งเหนือของแม่น้ำเทมส์ ส่วนหน่วยข่าวกรองต่างประเทศที่เรียกว่า เอ็มไอ 6 มีสำนักงานใหญ่ที่อาคารเอสไอเอส บนฝั่งใต้ของแม่น้ำเทมส์[44]

อัตราอาชญากรรมแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ของลอนดอน ข้อมูลสถิติอาชญากรรมจะเผยแพร่ในระดับหน่วยงานท้องถิ่นและระดับเขต[45] ใน ค.ศ. 2015 มีคดีฆาตกรรม 118 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.5 จาก ค.ศ. 2014[46] อาชญากรรมที่บันทึกไว้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในลอนดอน โดยเฉพาะอาชญากรรมรุนแรงและการฆาตกรรมด้วยการแทงหรือวิธีอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2018 ถึงกลางเดือนเมษายน ค.ศ. 2018 มีคดีฆาตกรรม 50 คดี การตัดงบประมาณตำรวจในลอนดอนอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุ แม้จะมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย[47] อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งปี ค.ศ. 2022 ตัวเลขคดีฆาตกรรมลดลงเหลือ 109 คดี และอัตราการฆาตกรรมในลอนดอนยังคงต่ำกว่าเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลก[48]

ฤดูกาลและภูมิอากาศ

[แก้]

ลอนดอนมีลักษณะภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นสมุทร สำหรับฤดูกาลโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดู ลอนดอนยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมือง 4 ฤดูในหนึ่งวันอีกด้วย นั่นก็เพราะในบางวันที่ลอนดอนจะมีทั้งแดดออก ฝนตก หนาวเย็นและอบอุ่นสลับกันไป ซึ่งอากาศในช่วงกลางวันจะอบอุ่นกว่าค่าเฉลี่ยได้ 5-10 องศา และอากาศในตอนกลางคืนจะหนาวเย็นกว่าได้ประมาณ 5 องศา

ข้อมูลภูมิอากาศของสวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว (ค่าปกติ 1991-2020; ค่าสุดขีด 1881-ปัจจุบัน)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึก °C (°F) 16.5
(61.7)
21.2
(70.2)
24.5
(76.1)
28.4
(83.1)
30.3
(86.5)
34.6
(94.3)
40.1
(104.2)
38.1
(100.6)
33.2
(91.8)
29.2
(84.6)
19.4
(66.9)
16.8
(62.2)
40.1
(104.2)
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 8.56
(47.41)
9.20
(48.56)
11.91
(53.44)
15.13
(59.23)
18.39
(65.1)
21.43
(70.57)
23.78
(74.8)
23.37
(74.07)
20.29
(68.52)
15.97
(60.75)
11.61
(52.9)
8.88
(47.98)
15.71
(60.28)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 5.26
(41.47)
5.62
(42.12)
7.72
(45.9)
10.12
(50.22)
13.27
(55.89)
16.23
(61.21)
18.49
(65.28)
18.18
(64.72)
15.41
(59.74)
11.88
(53.38)
7.95
(46.31)
5.58
(42.04)
11.31
(52.36)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 1.96
(35.53)
2.03
(35.65)
3.52
(38.34)
5.10
(41.18)
8.15
(46.67)
11.02
(51.84)
13.19
(55.74)
12.99
(55.38)
10.53
(50.95)
7.78
(46)
4.29
(39.72)
2.28
(36.1)
6.90
(44.42)
อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยบันทึก °C (°F) -12.6
(9.3)
-11.8
(10.8)
-8.3
(17.1)
-4.2
(24.4)
-1.5
(29.3)
1.5
(34.7)
5.3
(41.5)
4.3
(39.7)
-1.6
(29.1)
-5.4
(22.3)
-6.6
(20.1)
-12.0
(10.4)
−12.6
(9.3)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 59.87
(2.3571)
45.37
(1.7862)
38.96
(1.5339)
43.64
(1.7181)
44.59
(1.7555)
49.66
(1.9551)
45.24
(1.7811)
55.10
(2.1693)
51.93
(2.0445)
67.91
(2.6736)
65.96
(2.5969)
59.24
(2.3323)
627.47
(24.7035)
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 1 mm) 11.76 9.87 8.93 8.57 8.26 8.50 7.60 8.43 8.43 10.90 11.31 11.23 113.79
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 60.17 80.71 128.03 180.97 213.41 209.75 221.87 206.50 152.02 117.36 69.72 52.67 1,693.18
แหล่งที่มา: Met Office[49]

เศรษฐกิจ

[แก้]

ลอนดอนถูกจัดอับดับโดย Mastercard Worldwide (มาสเตอร์การ์ด เวิรลด์ไวด์) ว่าเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ อันดับหนึ่งของโลก [50] ลอนดอนยังเป็นศูนย์กลางของการอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งกิจกรรมธนาคารและการประกันภัยด้วย การอุตสาหกรรมในลอนดอนมีความหลากหลายตั้งแต่อุตสาหกรรมที่ไม่มีฝีมือจนถึงช่างฝีมือ รวมทั้งอุตสาหกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในร้านค้าต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 1747 อาชีพของคนในลอนดอน ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีถึง 215 อาชีพ และเพิ่มขึ้นเป็น 492 อาชีพในปี ค.ศ. 1792 ในปี ค.ศ. 1700 ร้อยละ 20 ของประชากรในอังกฤษที่อาศัยอยู่ในเมือง 2 ใน 3 ของประชากรเมืองเหล่านี้อาศัยอยู่ในลอนดอน การขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศได้ส่งผลให้กิจการธนาคารในลอนดอนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ลอนดอนเป็นที่ตั้งของธนาคารทั้งในและต่างประเทศ ตลาดหุ้น กิจการการประกันภัย ฯลฯ การเจริญเติบโตดังกล่าวมีผลต่อพัฒนาการของการใช้นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ในศตวรรษที่ 19 ซึ่งอังกฤษได้หันมาใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (liberalism) แทนที่นโยบายพาณิชย์นิยม (mercantilism).

Harrods

สถานที่ท่องเที่ยว

[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้แก่ พระราชวังบักกิงแฮม มหาวิหารเวสมินสเตอร์ หอนาฬิกาบิ๊กเบน สะพานลอนดอน หอคอยลอนดอน ซึ่งเป็นที่คุ้นหูนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเนิ่นนาน

หมายเหตุ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "Mid-Year Population Estimates, United Kingdom, June 2024". Office for National Statistics. 26 September 2025. สืบค้นเมื่อ 26 September 2025.
  2. "ลอนดอน, สหราชอาณาจักร พยากรณ์อากาศ (ที่สนามบินฮีทโธรว์)" (online). สืบค้นเมื่อ 2007-03-16. (ในภาษาอังกฤษ)
  3. "2011 Census – Built-up areas". nomisweb.co.uk. ONS. 28 June 2013. สืบค้นเมื่อ 29 March 2021.
  4. "Major agglomerations of the world". City Population. สืบค้นเมื่อ 23 June 2025.
  5. 1 2 UK Census (2021). "2021 Census Area Profile – London Region (E12000007)". Nomis. Office for National Statistics. สืบค้นเมื่อ 23 July 2024.
  6. "Major Agglomerations of the World - Population Statistics and Maps". www.citypopulation.de. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  7. London, Museum of. "Museum of London - Roman London". www.museumoflondon.org.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-03-22. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  8. Chambers, W., The Postman's Knock, Chambers's Edinburgh Journal (1857)
  9. "The baffling map of England's counties". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2014-04-25. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  10. Politics UK. Internet Archive. Harlow, England : Pearson Education. 2007. ISBN 978-1-4058-2411-8.{{cite book}}: CS1 maint: others (ลิงก์)
  11. "Global Power City Index 2025". The Mori Memorial Foundation (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  12. "Leading 200 science cities | Nature Index 2021 Science Cities | Supplements | Nature Index". www.nature.com. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  13. "No. 1: London - 2014-08-14 - The World's Most Influential Cities 2014". Forbes (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  14. "London is Europe's leading economic powerhouse, says new report | London City Hall". www.london.gov.uk (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  15. anonymous. "Number of international students in London continues to grow | Greater London Authority". www.london.gov.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-11-24. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  16. "World University Rankings". Times Higher Education (THE) (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  17. 1 2 "QS World University Rankings 2022". Top Universities (ภาษาอังกฤษ). 2024-09-13.
  18. "Access Restricted". www.telegraph.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  19. Transport for London | Every Journey Matters. "London Underground". Transport for London (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-12-04. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  20. "Languages spoken in the UK population, FAQ - CILT". www.cilt.org.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-09-24. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  21. "London, UK Metro Area Population (1950-2026) | MacroTrends". www.macrotrends.net. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  22. "Wayback Machine" (PDF). www.demographia.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-02-07. สืบค้นเมื่อ 2026-01-02.
  23. Centre, UNESCO World Heritage. "United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland - UNESCO World Heritage Convention". UNESCO World Heritage Centre (ภาษาอังกฤษ).
  24. "BBC - History : British History Timeline". www.bbc.co.uk (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  25. Vinycomb, John (1909). "The Heraldic Dragon". Fictitious and Symbolic Creatures in Art. Internet Sacred Text Archive. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 May 2017. สืบค้นเมื่อ 23 July 2015.
  26. "Who runs London – Find Out Who Runs London and How". London Councils. สืบค้นเมื่อ 28 March 2021.
  27. "The essential guide to London local government | London Councils". www.londoncouncils.gov.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-04-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  28. "London Mayor and Assembly 2016 election results - BBC News". www.bbc.co.uk (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  29. anonymous. "The London Plan | Greater London Authority". www.london.gov.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-05-08. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  30. "London Councils' Directory 2008". directory.londoncouncils.gov.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-11-08. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  31. "London Government". politics.co.uk. สืบค้นเมื่อ 19 June 2023.
  32. "Local Government Financial Statistics England No.21 (2011)" (PDF). 2011. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 28 April 2018. สืบค้นเมื่อ 25 March 2021.
  33. Brigade, London Fire. "London Fire Brigade - Who we are". www.london-fire.gov.uk (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-04-29. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  34. "About us". London Ambulance Service NHS Trust. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 April 2011. สืบค้นเมื่อ 25 August 2009.
  35. "Port of London Act | Port of London Authority". pla.co.uk (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  36. "Prime Minister's Office, 10 Downing Street". GOV.UK (ภาษาอังกฤษ). 2024-12-05. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  37. "CBP-10009.pdf" (PDF). UK Parliament.
  38. Secretariat, M. P. A. "ww88" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  39. "Greater London Authority - Policing". www.london.gov.uk. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-01-21. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  40. "Just how practical is a traditional Bobby's helmet?". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2015-01-22. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  41. Ward, David (2002-10-23). "Police lose fight to ground Tardis". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  42. "About us". www.btp.police.uk (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  43. "Ministry of Defence". www.mod.police.uk. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-05-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  44. Andrew, Christopher (2009). The Defence of the Realm: The Authorized History of MI5. Allen Lane. p. 134. ISBN 978-0-713-99885-6.
  45. "MPS Recorded Crime: Geographic Breakdown – London Datastore" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  46. "London murder rate up 14% over the past year". ITV News. 24 January 2016. สืบค้นเมื่อ 16 February 2016.
  47. Crerar, Pippa; Gayle, Damien (2018-04-10). "Sadiq Khan holds City Hall summit on how to tackle violent crime". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  48. "Met Police: London homicide figures fall in 2022". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2023-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
  49. "Kew Gardens Location-specific long-term averages". MetOffice.gov.uk (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-01-13.
  50. ลอนดอนรั้งศูนย์พาณิชย์โลก กทม.ติดที่ 36 (ในภาษาอังกฤษ)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]