พระเจ้านันทบุเรง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นันทบุเรง
ครองราชย์ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1581 – 19 ธันวาคม ค.ศ. 1599
ราชาภิเษก 15 ตุลาคม ค.ศ. 1581
ก่อนหน้า บุเรงนอง
ถัดไป นยองยาน
อัครมหาเสนาบดี Binnya Kyanhtaw
จักรพรรดิล้านนา
ครองราชย์ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1581 – ราวกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1597
ก่อนหน้า บุเรงนอง
ถัดไป พระนเรศ
ราชาธิบดี นรธาเมงสอ
จักรพรรดิอยุธยา
ครองราชย์ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1581 – 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1584
ก่อนหน้า บุเรงนอง
ถัดไป ยุบฐานะ
ราชาธิบดี พระมหาธรรมราชา
จักรพรรดิล้านช้าง
ครองราชย์ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1581 – 19 ธันวาคม ค.ศ. 1599[note 1]
ก่อนหน้า บุเรงนอง
ถัดไป ยุบฐานะ
ราชาธิบดี พระไชยเชษฐา (ค.ศ. 1581–88)
พระยาแสนสุรินทร์ (ค.ศ. 1588–91)
พระหน่อแก้วกุมาร (ค.ศ. 1591–95)
พระวรปิตา (ค.ศ. 1596–99)
ชายา หงสาวดีมิบะยา
เมงพะยู
เมงทะเว
สิริราชเทวี
เมงตะยาแม่ท้าว
พระราชบุตร
ฯลฯ
โอรส 11 องค์ ธิดา 8 องค์ เช่น:
มังกะยอชวาที่ 1
มังกะยอชวาที่ 2
Khin Ma Hnaung
ตะโดธรรมราชาที่ 3
ศรีธรรมาโศก
เมงเยสีหะ
ราชวงศ์ ตองอู
พระราชบิดา บุเรงนอง
พระราชมารดา Atula Thiri
ประสูติ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1535(1535-11-09)
ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน Tazaungmon จ.ศ. 897
ตองอู
สวรรคต 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1600 (65 ชันษา)
ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 10 ค่ำ เดือน Tazaungmon จ.ศ. 962[1]
ตองอู
ที่ฝังพระศพ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1600
พระราชวังตองอู
ศาสนา พุทธเถรวาท

นันทบุเรง (พม่า: နန္ဒဘုရင်, ออกเสียง: [nàɴda̰ bəjɪ̀ɴ]; อักษรโรมัน: Nanda Bayin; 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1535 – 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1600) เป็นพระมหากษัตริย์พม่าจากราชวงศ์ตองอู เสวยราชสมบัติตั้งแต่ ค.ศ. 1581 ถึง ค.ศ. 1599 รัชสมัยพระองค์เป็นช่วงแห่งการล่มสลายของจักรวรรดิตองอู ราชอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์

พระองค์เป็นพระโอรสองค์โตของพระเจ้าบุเรงนอง และทรงร่วมนำศึกหลาย ๆ ครั้งในการขยายจักรวรรดิของพระบิดา เมื่อเถลิงราชย์แล้ว พระองค์ทรงเผชิญกับภาระอันเหลือบ่ากว่าแรงในการธำรงมหาอาณาจักรที่พระบิดาเพียรสร้างเอาไว้[2] พระองค์ไม่ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าประเทศราช เมื่อครองราชย์ได้เพียงสามปี ทั้งพม่าตอนบนและอาณาจักรอยุธยาก็แข็งเมือง พระองค์ไม่สามารถประชุมพลได้มากกว่าหนึ่งในสามของกองทัพสมัยพระบิดาเพื่อยกไปปราบ ทั้งไม่สามารถปรองดองกับเมืองเล็กเมืองน้อย[3] ครั้นช่วง ค.ศ. 1584 ถึง ค.ศ. 1593 พระองค์ทรงเปิดศึกกับอยุธยาถึงห้าครั้ง ซึ่งพ่ายแพ้ยับเยินทุกครั้ง ทำให้พระราชอำนาจเสื่อมถอยลง และนับแต่ ค.ศ. 1593 เป็นต้นมา พระองค์กลับทรงเป็นฝ่ายที่ต้องตั้งรับการรุกรานจากอยุธยา โดยในระหว่าง ค.ศ. 1594 ถึง ค.ศ. 1595 อยุธยาสามารถยึดชายฝั่งตะนาวศรีได้ทั้งหมด ส่งผลให้ประเทศราชอื่น ๆ พากันแปรพักตร์จากพระองค์ใน ค.ศ. 1597 ต่อมาใน ค.ศ. 1599 ทัพผสมจากตองอูและยะไข่บุกหงสาวดีเมืองหลวงของพระองค์ พระองค์ทรงถูกจับไปกักขังไว้ที่เมืองตองอู ส่วนเมืองหงสาวดีก็ปล้นทรัพย์และเผาทำลายจนสิ้น หนึ่งปีให้หลัง นัดจินหน่อง โอรสพระเจ้าเมงเยสีหตูแห่งตองอู ลอบวางยาพิษพระองค์สวรรคต[4][5]

พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่แข็งขันจนอาจนับได้ว่ายิ่งกว่าพระมหากษัตริย์พม่าทั่ว ๆ ไป[3] แต่ข้อผิดพลาดประการหนึ่งของพระองค์ คือ การพยายามควบคุมจักรวรรดิที่ใหญ่เทอะทะภายใต้ความสัมพันธ์ในระบอบอุปถัมภ์เอาไว้[6] จึงเป็นบทเรียนแก่ผู้สืบสันตติวงศ์ของพระองค์ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มิให้ขยายดินแดนจนเกินควร และให้เน้นการปกครองแบบรวมศูนย์ บทเรียนดังกล่าวยังเป็นเหตุให้ปฏิรูปการปกครองในช่วงรื้อฟื้นราชวงศ์ตองอู และปรับปรุงเพิ่มในช่วงราชวงศ์คองบอง ระบอบปกครองที่ปฏิรูปนี้ดำเนินต่อมาจนสิ้นสุดกษัตริย์พม่าใน ค.ศ. 1885[6]

หมายเหตุ[แก้]

  1. ล้านช้างไม่ได้เลิกความสัมพันธ์แบบเมืองขึ้นกับพม่าอย่างเป็นทางการจนกระทั่ง ค.ศ. 1603 ตามความเห็นของ Stuart-Fox (2008: 38) แต่ก็ได้ประกาศอิสรภาพมาตั้งแต่ ค.ศ. 1597 แล้ว

อ้างอิง[แก้]

  1. Hmannan Vol. 3 2003: 106
  2. Lieberman 2003: 161
  3. 3.0 3.1 Harvey 1925: 181–182
  4. Harvey 1925: 182–183
  5. Lieberman 2003: 154–156
  6. 6.0 6.1 Lieberman 2003: 154–155

บรรณานุกรม[แก้]

  • Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd. 
  • Lieberman, Victor B. (2003). Strange Parallels: Southeast Asia in Global Context, c. 800–1830, volume 1, Integration on the Mainland. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-80496-7. 
  • Stuart-Fox, Martin (2008). Historical Dictionary of Laos. Scarecrow Press. ISBN 9780810864115.