พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
Tabinshwehti
တပင်‌ရွှေထီး
Tabinshwehti Nat.jpg
นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
พระมหากษัตริย์พม่า
ครองราชย์ 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1530 – 30 เมษายน ค.ศ.1550
ราชาภิเษก 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1530
ก่อนหน้า พระเจ้าเมงจีโย
รัชกาลถัดไป พระเจ้าบุเรงนอง
ชายา Dhamma Dewi
Khin Myat
Khay Ma NawKhay
พระราชบุตร Min Letya
Hanthawaddy Mibaya
ราชวงศ์ ราชวงศ์ตองอู
พระราชบิดา พระเจ้าเมงจีโย
พระราชมารดา Yaza Dewi
ประสูติ 16 เมษายน ค.ศ. 1516(1516-04-16)
วันพุธ
ตองอู
สวรรคต 30 เมษายน ค.ศ. 1550 (34 ปี)
วันพุธ
ใกล้ Pantanaw
ที่ฝังพระศพ ใกล้ Pantanaw
ศาสนา พุทธศาสนาเถรวาท

พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ หรือ ตะเบ็งเฉวฺ่ที (อังกฤษ: Tabinshwehti, พม่า: တပင်ရွှေထီး; สำเนียงพม่าออกว่า "ตะเบ็งเฉวฺ่ที") เป็นกษัตริย์พม่าในราชวงศ์ตองอู พระองค์ที่ 2 เป็นพระโอรสเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้าเมงจีโย ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ตองอู

พระราชประวัติ[แก้]

ตามมหาราชวงษ์พงศาวดารพม่า ระบุว่า ประสูติเมื่อวันที่ 16 เดือนเมษายน พ.ศ. 2059 ที่เมืองตองอู ก่อนประสูติมีลางบอกเหตุ ปรากฏฝนตกลงมาที่ใดก็เกิดลุกเป็นไฟ โหรหลวงทำนายว่าเป็นลางมงคล พระโอรสที่จะประสูติเป็นผู้มีบุญญาธิการ ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดาทั้งที่มีพระชนม์ไม่ถึง 20 พรรษา มีพระนามว่า "ตะเบ็งเฉวฺ่ที" (ไทยเรียกเพี้ยนเป็น "ตะเบ็งชะเวตี้" พระนามมีความหมายแปลได้ว่า สุวรรณเอกฉัตร - ร่มทอง) และภายหลังขึ้นครองราชย์ พระนามได้เปลี่ยนเป็น "เมงตะยาเฉวฺ่ที" มีความหมายว่า "พระมหาธรรมราชาฉัตรทอง" (คำว่าเมงตะยานี้เป็นที่มาของชื่อมังตราในนิยายผู้ชนะสิบทิศ) มีมเหสี 2 พระองค์ นามว่า ขิ่นเมี้ยต และขิ่นโพงเซวฺ ทรงครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 2079 ถึง พ.ศ. 2093

ทรงได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกษัตริย์นักรบที่เก่งกาจ เพราะตลอดรัชกาลพระองค์ทำสงครามเป็นส่วนใหญ่ โดยก่อนขึ้นครองราชย์ เมื่อเจริญพรรษาขึ้น ทรงกระทำพิธีเจาะพระกรรณ (เจาะหู) อันเป็นราชประเพณีของพม่าเช่นเดียวกับพระราชพิธีโสกันต์ของไทย โดยเลือกที่จะทำพิธีที่พระเจดีย์ชเวมอดอ (พระธาตุมุเตา) กลางเมืองหงสาวดีของมอญ โดยมีทหารคุ้มกันแค่ 500 นาย โดยไม่ทรงหวาดหวั่นทหารมอญนับหมื่นที่ล้อมอยู่ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว และเมื่อทรงครองราชย์ พระองค์ได้ทำการสงครามแผ่ขยายอาณาจักรตองอูไปตามหัวเมืองต่าง ๆ เช่น ยะไข่ พะสิม หงสาวดี แปร เมาะตะมะ และอยุธยา เป็นต้น โดยเฉพาะการได้ชัยชนะเหนือหงสาวดี โดยนับว่าเป็นกษัตริย์พม่าพระองค์แรกที่สามารถเอาชนะหงสาวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของชนชาติมอญ อันเป็นคู่ปรับสำคัญของชาวพม่าในอดีต และได้ย้ายเมืองหลวงจากตองอูลงมาที่หงสาวดี

เนื่องจากเป็นกษัตริย์พม่าพระองค์แรกที่ทำสงครามกับอยุธยาด้วยศึกเชียงไกร เชียงกราน และจากสงครามคราวเสียสมเด็จพระสุริโยทัย ชาวไทยร่วมสมัยรู้จักพระองค์ในนามว่า พระยาหงสาปังเสวกี หรือ พระเจ้าหงสาวดีลิ้นดำ [1]ตามคติความเชื่อในเรื่องบุญญาธิการ และมีพระนามอื่นแตกต่างออกไป เช่น ชาวมอญเรียกพระองค์ว่า พระเจ้าฝรั่งมังโสด[2]

การสวรรคต[แก้]

พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุ 34 พรรษา ในวันพุธที่ 30 เมษายน ปี พ.ศ. 2093 จากการลอบปลงพระชนม์โดยทหารรับใช้คนสนิทชาวมอญชื่อสมิงสอทุต ด้วยการตัดพระศอ ขณะที่เสด็จไปคล้องช้าง เป็นเหตุให้ปลอดทหารผู้ภักดีคอยอารักขา หลังจากสิ้นสงครามคราวเสียสมเด็จพระสุริโยทัย ได้เพียง 3 เดือน ตามพงศาวดารเล่าว่า พระองค์เสวยแต่น้ำจัณฑ์จนเสียสติ

ด้วยชีวประวัติอันพิสดารและน่าสนใจ เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์พม่าช่วงนี้เป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนชาวไทยชื่อยาขอบ ได้หยิบยกขึ้นมาแต่งเป็นนิยายพงศาวดารชื่อดัง คือ ผู้ชนะสิบทิศ[3]

ปัจจุบัน พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ได้รับการนับถือเป็นนัตหลวง ลำดับที่ 17 ในบรรดานัตหลวง 37 องค์ ตามความเชื่อเรื่องผีนัตของพม่าอีกด้วย[4]

บุคลิกในสุริโยไท[แก้]

ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง สุริโยไท ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 ที่ว่าด้วยเรื่องการทำสงครามระหว่างอาณาจักรตองอูกับอาณาจักรอยุธยา พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เป็นตัวละครสำคัญของฝ่ายตองอู โดยเป็นผู้นำทัพ ซึ่งบุคลิกของพระองค์ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะแต่งหน้าจนขาววอก สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่มีสีสันสวยงาม บาดตา และไว้ผมทรงมอญ (ทรงกะลาครอบ) ทั้งนี้เพราะผู้สร้าง คือ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ตีความเองว่าพระองค์เป็นผู้มีจิตใจวิปริต หรือเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เพราะอ้างอิงมาจากบันทึกของนักเดินทางและนักเขียนชาวโปรตุเกสที่ชื่อ เฟอร์เนาว์ เมนเดซ ปินโต ที่ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ใช้เป็นข้อมูลหลักในการเขียนบทภาพยนตร์ที่ระบุถึง ความโหดร้ายของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ในการจัดการกับเชลยเมืองแปรด้วยความรุนแรงและวิปริตขณะที่ตีเมืองแปรได้ และการที่แต่งหน้าขาวก็นำมาจากบุคลิกของนักเขียนแนวชาตินิยมชาวญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ชื่อ มิชิมะ ยุกิโอะ นอกจากข้อมูลที่ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ให้ไว้ ณ ที่นี้ ไม่เคยพบหลักฐานอื่นว่าพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เป็นบุคคลวิปริตอีกเลย[2] [3][1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 [1] เทปสนทนาเรื่อง กำเนิดอยุธยาและวาระสุดท้ายสุริโยทัย (8) , "คุยกันจันทร์ถึงศุกร์ กับ วีระ ธีรภัทร" โดย วีระ ธีรภัทร และ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ทางตรินิตี้เรดิโอ F.M. 97.00 Mhz
  2. 2.0 2.1 [2] เทปสนทนาเรื่อง กำเนิดอยุธยาและวาระสุดท้ายสุริโยทัย (7) , "คุยกันจันทร์ถึงศุกร์ กับ วีระ ธีรภัทร" โดย วีระ ธีรภัทร และ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ทางตรินิตี้เรดิโอ F.M. 97.00 Mhz
  3. 3.0 3.1 บุเรงนอง (กะยอดินนรธา) กษัตริย์พม่าในโลกทัศน์ไทย โดย ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ (สำนักพิมพ์มติชน, มกราคม พ.ศ. 2550) ISBN 974-323-512-4
  4. DeCaroli, Robert (2004). M1 Haunting the Buddha: Indian Popular Religions and the Formation of Buddhism. Oxford University Press, US. ISBN 978-0-19-516838-9. สืบค้นเมื่อ 2008-09-13. 
ก่อนหน้า พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ถัดไป
พระเจ้าเมงจีโย
ราชวงศ์ตองอู
2leftarrow.png พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
(อาณาจักรพม่ายุคที่ 2)

(2079 - 2093)
2rightarrow.png พระเจ้าบุเรงนอง
ราชวงศ์ตองอู