พระเจ้าฟ้ารั่ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าฟ้ารั่ว
Wareru
ဝါရီရူး
พระเจ้าเมาะตะมะ
ครองราชย์ 30 มกราคม 1287 – ประมาณ 14 มกราคม 1307
ราชาภิเษก 5 เมษายน 1287
ก่อนหน้า ไม่มี
รัชกาลถัดไป พระเจ้ารามประเดิด
มุขมนตรี ลักคี (1287–ประมาณ 1296)
ผู้ปกครองเมืองเมาะตะมะ
ครองราชย์ ประมาณ 11 มกราคม 1285 – 30 มกราคม 1287
ก่อนหน้า อลิมามาง (ฐานะผู้ว่าราชการแทน)
ถัดไป ยกเลิก
อัครมเหสี นางเทพสุดาสร้อยดาว
ชินสอลา
พระราชบุตร เมนินเธียนดยา
ราชวงศ์ ราชวงศ์หงสาวดี (ราชวงศ์ฟ้ารั่ว)
ประสูติ 20 มีนาคม 1253
พฤหัสบดี, แรม 4 ค่ำ ปลายเดือนตะกู จ.ศ. 614
บ้านเกาะวาน
อาณาจักรพุกาม
สวรรคต ประมาณ 14 มกราคม 1307 (53)
ประมาณ อาทิตย์, ขึ้น 11 ค่ำ เดือนตะโบดเว จ.ศ. 668
เมาะตะมะ
อาณาจักรหงสาวดี
ศาสนา พุทธศาสนานิกายเถรวาท

พระเจ้าฟ้ารั่ว (พม่า: ဝါရီရူး, ออกเสียง: [wàɹíjú]; 20 มีนาคม 1253 – ประมาณ 14 มกราคม 1307) เป็นปฐมกษัตริย์ในเมืองเมาะตะมะ[1] ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตประเทศพม่า ทรงครองราชสมบัติระหว่าง ค.ศ. 1287 ถึง 1307 พระองค์มีพระปรีชาสามารถทั้งด้านการต่างประเทศและการทหาร ทรงปกครองอาณาจักรมอญในพม่าตอนล่างช่วงการล่มสลายของอาณาจักรพุกามประมาณปี ค.ศ. 1280 กระทั่งพระองค์ถูกปลงพระชนม์ในปี ค.ศ. 1307 แต่สายราชสกุลที่สืบเชื้อสายจากพระองค์ก็ปกครองราชอาณาจักรหงสาวดีจนกระทั่งล่มสลายในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16

พระเจ้าฟ้ารั่วประสูติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1253 โดยมีพระนามเดิมว่ามะกะโท (แมะกะตู) ต่อมาใน ค.ศ. 1272 ขณะพระชนมายุได้ 19 พรรษาก็ติดตามบิดาไปค้าขายที่อาณาจักรสุโขทัยในรัชสมัยพ่อขุนบานเมือง กษัตริย์รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์พระร่วง พระองค์ได้เข้ารับราชการในราชสำนักสุโขทัยโดยเริ่มจากตำแหน่งควาญช้างกระทั่งทำความดีความชอบเรื่อยมาจนได้รับปูนบำเหน็จเป็นขุนวังในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช รัชกาลองค์ที่ 3[2] และมีใจผูกพันรักใคร่กับเจ้านางสร้อยดาว พระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแหงและได้พาเจ้านางสร้อยดาวหนีไป เมื่อสถาปนาพระองค์เป็นกษัตริย์เมืองเมาะตะมะแล้ว พระองค์ได้ส่งพระราชสาส์นมาขอขมาพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งทางฝั่งพ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็ได้พระราชทานอภัยโทษ[2][3]

ใน ค.ศ. 1285 พระองค์ได้ออกจากสุโขทัยกลับมายังเมาะตะมะและได้มีเรื่องกระทบกระทั่งกับอลิมามาง เจ้าเมืองเมาะตะมะที่ราชสำนักพุกามส่งมาและในที่สุดพระองค์ก็สามารถสังหารอลิมามางเป็นผลสำเร็จ[4][5] พร้อมกับสถาปนาพระองค์เป็นกษัตริย์ ได้รับพระราชทานพระนามตามจารึกในสุพรรณบัฏจากพ่อขุนรามคำแหงว่าพระเจ้าฟ้ารั่ว แต่ชาวมอญเรียกว่าพระเจ้าวาโรตะละไตเจิญภะตาน[6] หรือสมิงวาโร[7] และประกาศอิสรภาพจากอาณาจักรพุกามเมื่อ ค.ศ. 1287 แต่พระองค์ก็ใช้เวลานานเกือบสิบปีในการจัดการกับเหล่าศัตรูทางการเมืองจนหมดสิ้น กระทั่งสามารถรวบรวมแผ่นดินมอญให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จใน ค.ศ. 1296 พระองค์ยังได้รับการยอมรับจากราชวงศ์หยวนของจีนในปี ค.ศ. 1298[8]

พระเจ้าฟ้ารั่วเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 1307 เนื่องจากถูกปลงพระชนม์โดยพระราชโอรส 2 พระองค์ของพระเจ้าตะยาพยาแห่งกรุงหงสาวดี อดีตพันธมิตรของพระเจ้าฟ้ารั่วเพื่อแก้แค้นให้กับพระบิดาที่ถูกพระเจ้าฟ้ารั่วจับสำเร็จโทษ[9][10] และเนื่องจากพระเจ้าฟ้ารั่วสวรรคตโดยไร้รัชทายาททำให้มะกะตาพระอนุชาได้ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อมาเป็นพระเจ้ารามประเดิด[10]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. ประชุมพงศาวดารเล่ม 2, หน้า 22
  2. 2.0 2.1 MSK Vol. 12 1972: 334
  3. Aung-Thwin 2017: 238
  4. Harvey 1925: 110
  5. Pan Hla 2005: 32
  6. ราชาธิราช, หน้า 30
  7. ประชุมพงศาวดารเล่ม 2, หน้า 21
  8. Htin Aung 1967: 80
  9. Phayre 1967: 65
  10. 10.0 10.1 Pan Hla 2005: 36
บรรณานุกรม
  • เจ้าพระยาพระคลัง (หน). วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หมวดบันเทิงคดี เรื่อง ราชาธิราช. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, 2546. 500 หน้า. หน้า 17-47.
  • ประชุมพงศาวดารเล่ม 2 (ประชุมพงศาวดารภาค 1 ตอนปลาย และภาค 2). กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, 2506. 336 หน้า. หน้า 21-24.
  • Gerry Abbott, Khin Thant Han, ed. (2000). The Folk-Tales of Burma: An Introduction (Illustrated ed.). Leiden; Boston; Cologne: Brill. p. 392. ISBN 90-04-11812-8. 
  • Aung-Thwin, Michael A.; Maitrii Aung-Thwin (2012). A History of Myanmar Since Ancient Times (illustrated ed.). Honolulu: University of Hawai'i Press. ISBN 978-1-86189-901-9. 
  • Aung-Thwin, Michael A. (2017). Myanmar in the Fifteenth Century. Honolulu: University of Hawai'i Press. ISBN 978-0-8248-6783-6. 
  • Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1. 
  • Hall, D.G.E. (1960). Burma (3rd ed.). Hutchinson University Library. ISBN 978-1-4067-3503-1. 
  • Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd. 
  • Htin Aung, Maung (1967). A History of Burma. New York and London: Cambridge University Press. 
  • Huxley, Andrew (1990). "How Buddhist Is Theravada Buddhist Law?". In Tadeusz Skorupski. The Buddhist Forum (Psychology Press) 1: 121. ISBN 9780728601628. 
  • Huxley, Andrew (2005). "Buddhism and Law: The View from Mandalay". In Paul Williams. Buddhism: Buddhism in South and Southeast Asia (Taylor & Francis). ISBN 9780415332330. 
  • Lieberman, Victor B. (2003). Strange Parallels: Southeast Asia in Global Context, c. 800–1830, volume 1, Integration on the Mainland. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-80496-7. 
  • Lingat, R. (1950). "Evolution of the Conception of Law in Burma and Siam". Journal of the Siam Society (Siam Society Heritage Trust) 38 (1): 13–24. 
  • Myanma Swezon Kyan (ใน Burmese) 12. Yangon: Sarpay Beikman. 1972. pp. 333–334. 
  • Mon Yazawin (Shwe Naw) (ใน Burmese) (1922 ed.). Yangon: Burma Publishing Workers Association Press. 1785.  Unknown parameter |translator= ignored (|others= suggested) (help)
  • Nyein Maung, ed. (1972–1998). Shay-haung Myanma Kyauksa-mya [Ancient Burmese Stone Inscriptions] (ใน Burmese) 1–5. Yangon: Archaeological Department. 
  • Phayre, Major-General Sir Arthur P. (1873). "The History of Pegu". Journal of the Asiatic Society of Bengal (Calcutta) 42: 23–57, 120–159. 
  • Phayre, Lt. Gen. Sir Arthur P. (1883). History of Burma (1967 ed.). London: Susil Gupta. 
  • Schmidt, P.W. (1906). "Slapat des Ragawan der Königsgeschichte". Die äthiopischen Handschriften der K.K. Hofbibliothek zu Wien (ใน German) (Vienna: Alfred Hölder) 151. 
  • South, Ashley (2003). Mon Nationalism and Civil War in Burma: The Golden Sheldrake. Routledge. ISBN 9780700716098. 
  • Than Tun (December 1959). "History of Burma: A.D. 1300–1400". Journal of Burma Research Society XLII (II). 
  • Than Tun (1964). Studies in Burmese History (ใน Burmese) 1. Yangon: Maha Dagon.