พระเจ้าธรรมเจดีย์
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
| พระเจ้าธรรมเจดีย์ ဓမ္မစေတီ | |
|---|---|
จารึกพระเจ้าธรรมเจดีย์บริเวณเจดีย์ชเวดากอง | |
| พระเจ้าหงสาวดี | |
| ครองราชย์ | ค.ศ. 1471–1492 |
| ก่อนหน้า | พระนางเชงสอบู |
| ถัดไป | พญารามที่ 2 |
| พระราชสมภพ | พฤศจิกายน/ธันวาคม ค.ศ. 1409[1] |
| สวรรคต | ค.ศ. 1492 หงสาวดี |
| คู่อภิเษก | พระนางปทุมมาลี[2] |
| พระราชบุตร | พญารามที่ 2 |
| ศาสนา | พุทธศาสนานิกายเถรวาท |
พระเจ้าธรรมเจดีย์ (พม่า: ဓမ္မစေတီ, ออกเสียง: [dəma̰zèdì]; ราว ค.ศ. 1409–1492) เป็นกษัตริย์องค์ที่ 16 แห่งอาณาจักรหงสาวดี ครองสิริราชสมบัติระหว่างปี ค.ศ. 1471 ถึง 1492 เป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่มีความรู้ความสามารถมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพม่าและมอญ โดยกล่าวกันว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดากษัตริย์หงสาวดีทั้งหมด[3] เดิมพระองค์เป็นพระภิกษุมีฉายาว่า พระมหาปิฎกธร และเป็นผู้ต้านทานอำนาจของอาณาจักรอังวะ ในวัยเยาว์พระองค์เป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้และเป็นพระราชโอรสบุญธรรมของพระนางเชงสอบู เมื่อพระชนมายุได้ 48 พรรษา พระองค์พร้อมลูกศิษย์ได้แอบไปช่วยพระนางเชงสอบูจากกรุงอังวะกลับมายังหงสาวดี แต่เพราะความละอายในการกระทำดังกล่าวซึ่งอาจเข้าข่ายล่วงละเมิดพระวินัย ทำให้พระองค์ตัดสินพระทัยลาสิกขา พระนางเชงสอบูจึงยกพระธิดาพระองค์หนึ่งให้อภิเษกสมรสพร้อมกับตั้งให้พระองค์เป็นรัชทายาท เนื่องจากราชวงศ์ในขณะนั้นไร้เชื้อพระวงศ์ที่เป็นผู้ชาย เมื่อพระนางเชงสอบูสละราชบัลลังก์ รัชทายาทได้ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อมาเป็น พระเจ้าธรรมเจดีย์
โดยในช่วงรัชสมัยของพระองค์นับได้ว่าราชอาณาจักรหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ถือเป็นยุคทองของอาณาจักรมอญ ภายใต้การปกครองที่ชาญฉลาดของพระองค์ ราชอาณาจักรของพระองค์สุขสงบและได้รับประโยชน์อย่างมากจากการค้าขายกับต่างชาติ ซึ่งแตกต่างจากอาณาจักรคู่ขัดแย้งอย่างอาณาจักรอังวะ รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นช่วงเวลาแห่งสันติสุข ทรงเป็นผู้ปกครองที่อ่อนโยนและมีชื่อเสียงในด้านภูมิปัญญาของพระองค์[3] ตามพงศาวดารเมื่อครั้งพระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่[4] อาณาจักรของพระองค์กลายเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงของศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศรีลังกา พระองค์ได้ส่งสมณทูตไปยังพุทธคยา พร้อมกับปฏิรูปศาสนาครั้งใหญ่ภายหลังแพร่กระจายไปทั่วประเทศ[5] พระองค์ยังรักษาความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับยูนนาน
นักประวัติศาสตร์ ดี.จี.อี. ฮอลล์ กล่าวไว้ว่า "พระองค์เป็นผู้ปกครองชาวพุทธที่ยอดเยี่ยม มีการชำระและปฏิรูปศาสนา ภายใต้การปกครองของพระองค์อาณาจักรมอญมีอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองและโดดเด่น แตกต่างอย่างมากกับความวุ่นวายและความป่าเถื่อนของอาณาจักรอังวะ"[3]
พระเจ้าธรรมเจดีย์เสด็จสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1492 ขณะพระชนมายุถึง 83 พรรษา พระองค์ได้รับการยกย่องเป็นนักบุญและมีการสร้างพระเจดีย์ขึ้นเหนือพระบรมอัฐิของพระองค์ พระโอรสองค์โตของพระองค์สืบสิริราชสมบัติต่อเป็น พญารามที่ 2
ช่วงเวลา
[แก้]พงศาวดารฉบับต่าง ๆ ที่บันทึกเหตุการณ์ในช่วงชีวิตของพระองค์
| พงศาวดาร | พระราชสมภพ–สวรรคต | พรรษา | รัชกาล | ระยะเวลารัชกาล | อ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| มหาราชวงศ์ และ มหาราชวงศ์ ฉบับหอแก้ว (พงศาวดารพม่า) | ไม่ได้บันทึก | ไม่ได้บันทึก | 1470/71–1491/92 | 21 | [6] |
| พงศาวดารหงสาวดี (พงศาวดารมอญ) | ป. 1420–1491/92 | 71 | [7] | ||
| พงศาวดารมอญฉบับชเวนอ (พงศาวดารมอญ) | ป. 1417–1491/92 และ ป. พฤศจิกายน 1409 – 1491/92 |
74 และ ~82 |
1470/71–1491/92 | 27 | [8] |
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- เชิงอรรถ
- ↑ Slapat 1922: 96
- ↑ เจ้าพระยาพระคลัง (หน). ราชาธิราช. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2546. 500 หน้า. หน้า 438. ISBN 974-9527-39-9
- 1 2 3 Hall 1960: 36–37
- ↑ Harvey 1925: 117–120
- ↑ Myint-U 2006: 64–65
- ↑ (Maha Yazawin Vol. 2 2006: 140) and (Hmannan Vol. 2 2003: 185)
- ↑ Schmidt 1906: 139
- ↑ Mon Yazawin 1922: 96
- บรรณานุกรม
- Athwa, Sayadaw (1785). Mon Yazawin (Slapat Rajawan) (ภาษาพม่า) (1922 ed.). Yangon: Burma Publishing Workers Association Press.
- Hall, D.G.E. (1960). Burma (3rd ed.). Hutchinson University Library. ISBN 978-1-4067-3503-1.
- Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd.
- Kala, U (1724). Maha Yazawin (ภาษาพม่า). Vol. 1–3 (2006, 4th printing ed.). Yangon: Ya-Pyei Publishing.
- Myint-U, Thant (2006). The River of Lost Footsteps—Histories of Burma. Farrar, Straus and Giroux. ISBN 978-0-374-16342-6.
- Royal Historical Commission of Burma (1832). Hmannan Yazawin (ภาษาพม่า). Vol. 1–3 (2003 ed.). Yangon: Ministry of Information, Myanmar.