รัฐชาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐชาน
ရှမ်းပြည်နယ်
รัฐ
การถอดเสียงเมียนมา
 • พม่า hram: prany nai
ธงของรัฐชาน
ธง
ที่ตั้งของรัฐชานในประเทศพม่า
ที่ตั้งของรัฐชานในประเทศพม่า
พิกัดภูมิศาสตร์: 21°30′N 98°0′E / 21.500°N 98.000°E / 21.500; 98.000พิกัดภูมิศาสตร์: 21°30′N 98°0′E / 21.500°N 98.000°E / 21.500; 98.000
ประเทศ  พม่า
ภูมิภาค ตอนกลาง-ตะวันออก
เมืองหลวง ตองจี
การปกครอง
 • มุขมนตรี ออง มยะ[1] (ยูเอสดีพี)
พื้นที่[2]
 • ทั้งหมด 155,801 ตร.กม. (60,155 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ศ. 2557)[2]
 • ทั้งหมด 5,815,384
 • ความหนาแน่น 37 คน/ตร.กม. (97 คน/ตร.ไมล์)
ประชากร
 • กลุ่มชาติพันธุ์ ไทใหญ่, พม่า, จีน, ว้า, ลีซอ, ดะนุ, อินทา, มูเซอ, ปะหล่อง, ปะโอ, ตองโย, อินเดีย, กูรข่า
 • ศาสนา พุทธ, คริสต์, อิสลาม, ฮินดู
เขตเวลา MST (UTC+06:30)
Burmese character k.svg บทความนี้อักษรพม่าปรากฏอยู่ คุณอาจเห็นเครื่องหมายคำถามหรือสัญลักษณ์อื่นแทนตัวอักษร หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถแสดงผลอักษรพม่าได้อย่างถูกต้อง

รัฐชาน[3] หรือ รัฐฉาน[4] (พม่า: ရှမ်းပြည်နယ်, ออกเสียง: [ʃáɴ pjìnɛ̀] ชาน ปหฺยี่แหน่; ไทใหญ่: မိူင်းတႆး; mə́ŋ.táj เมิงไต) บ้างเรียก รัฐไทใหญ่ เป็นรัฐหนึ่งในประเทศพม่า

สภาพภูมิศาสตร์[แก้]

ลักษณะภูมิประเทศของรัฐชานเต็มไปด้วยภูเขาสูงและผืนป่า รัฐชานจึงเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สินค้าส่งออกที่สำคัญจึงเป็นจำพวกแร่ธาตุและไม้ชนิดต่างๆ

รัฐชานมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ข้างเคียงเรียงตามเข็มนาฬิกาดังนี้

ประวัติ[แก้]

ไทใหญ่เกิดขึ้น 96 ปี ก่อนคริสต์ศักราช พ.ศ. 448[ต้องการอ้างอิง] รัฐชาน ในอดีตกาลมีชื่อเรียกว่า "ไต" หรือที่เรียกกันว่า "เมิงไต" ในสำเนียงไต หรือ "เมืองไต" ในสำเนียงไทย มีประชากรหลายชนชาติอาศัยอยู่ร่วม โดยมีชนชาติไทใหญ่อาศัยอยู่มากที่สุด เมืองไตเคยมีเอกราชในการปกครองตนเองมาเป็นเวลาหลายพันปี[ต้องการอ้างอิง] ก่อนที่อังกฤษจะขยายอิทธิพลเข้ามาถึง อาณาเขตของเมืองไตประกอบด้วยเมืองรวมทั้งหมด 33 เมือง แต่ละเมืองปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้าสืบต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีต

เมืองไตกับประเทศพม่ามีการติดต่อค้าขายช่วยเหลือ และให้ความเคารพซึ่งกันและกันมาโดยตลอด เห็นได้จากในช่วงที่เจ้าฟ้าเมืองไตปกครองประเทศพม่าประมาณเกือบ 300 ปีไม่เคยมีการสู้รบกันเกิดขึ้น[ต้องการอ้างอิง] และยังมีการติดต่อค้าขายยังดำเนินไปอย่างสันติสุขเช่นกัน จนกระทั่งมาถึงสมัยบุเรงนอง ได้มีการสู้รบกันกับเจ้าฟ้าเมืองไตกับกษัตริย์พม่าเกิดขึ้น โดยฝ่ายเจ้าฟ้าเมืองไตเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงทำให้ราชวงศ์เจ้าฟ้าบางเมือง ต้องจบสิ้นไปดังเช่นราชวงศ์เจ้าฟ้าเมืองนายซึ่งเป็นราชวงศ์ของกษัตริย์มังราย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายราชวงศ์ที่ต้องสูญสิ้น ไปเพราะการสู้รบ[ต้องการอ้างอิง]

  • พ.ศ. 2305 ในสมัยพระเจ้าอลองพญา รัฐชานตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า กษัตริย์พม่าได้ทำการปราบปรามราชวงศ์ เจ้าฟ้าไทใหญ่จนหมดสิ้นไปเป็นจำนวนมาก
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2428 อังกฤษได้ทำการจับกุมและยึดอำนาจกษัตริย์พม่า และขยายอาณาเขตไปยังเมืองเชียงตุงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไต
  • พ.ศ. 2433 อังกฤษได้ยึดเอาเมืองไตเรียบร้อยแล้ว

เนื่องจากประเทศพม่าซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ส่วนเมืองไตตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาไม่ใช่ประเทศเดียวกัน อังกฤษจึงไม่ได้เข้ายึดพร้อมกัน แม้อังกฤษจะยึดทั้งสองเมืองเป็นเมืองขึ้นของตนแต่ก็ไม่ได้ปกครองทั้งสองเมืองในลักษณะเดียวกัน หากแบ่งการปกครองออกเป็นสองลักษณะ คือประเทศพม่าเป็นเมืองใต้อาณานิคม ส่วนเมืองไตเป็นเมืองใต้การอารักขา

อังกฤษได้ล้มล้างระบบกษัตริย์พม่า ส่วนเมืองไตอังกฤษไม่ได้ทำลายราชวงศ์เจ้าฟ้า อีกทั้งยังสนับสนุนให้เจ้าฟ้าแต่ละเมือง มีอำนาจปกครองบ้านเมืองของตนเอง และได้สถาปนาให้เมืองทั้งหมดเป็นสหพันธรัฐชานขึ้นกับอังกฤษ

  • 25 มกราคม พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นขอไทยสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ยกกำลังทหารยึดรัฐชาน เชียงตุง ในประเทศพม่า จากทหารจีนก๊กมินตั๋ง ของจอมพลเจียงไคเช็ค ญี่ปุ่นได้ส่งมอบให้ไทย ผนวกเป็นสหรัฐไทยเดิม เป็นจังหวัดไทใหญ่
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2489 รัฐชานกลับมาสู่อิสรภาพ ครั้งนี้อังกฤษได้ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของพม่า
  • พ.ศ. 2490 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการพม่าพยายามโน้มน้าวเหล่าบรรดาเจ้าฟ้าไต ให้เข้าร่วมเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ เจ้าฟ้าไตจึงได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาปางโหลง พร้อมกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อขอเอกราชจากอังกฤษ โดยสัญญาดังกล่าวได้นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุให้ชนชาติที่ร่วมลงนามในสัญญา สามารถแยกตัวเป็นอิสระได้หลังจากอยู่ร่วมกันครบสิบปี
  • พ.ศ. 2491 อังกฤษได้ให้เอกราชกับพม่าและไต ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในพม่า สนธิสัญญาปางโหลงจึงเป็นโมฆะ เหตุนี้จึงทำให้ชาวไตหรือไทใหญ่ จึงก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติของตนเองขึ้น

ทางรัฐบาลทหารพม่าได้ใช้ระบอบเผด็จการทหารกับชาวไต อีกทั้งยังได้ทำลายพระราชวังของไทใหญ่ในเมืองเชียงตุงและอีกหลายเมือง และเข้ามาจัดการศึกษาเกี่ยวกับพม่าให้แก่เด็กในพื้นที่ ประชาชนมักถูกเกณฑ์ไปบังคับใช้แรงงาน ทั้งโครงการก่อสร้างและเป็นลูกหาบอาวุธให้ทหาร ทำให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากหนีเข้ามายังประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]

ปัจจุบันสถานการณ์ภายในรัฐชานก็ยังไม่มีเสถียรภาพทางความมั่นคงเท่าใดนัก และยังมีกองกำลังกู้ชาติของตนเองอยู่ ในปีพ.ศ. 2552 ได้มีการจัดตั้งสภารัฐชาน

การปกครอง[แก้]

แผนที่รัฐชาน แสดงเขตรัฐกิจระดับแขวง

พื้นที่ 62,500 ตารางไมล์ แบ่งการปกครองเป็น 11 แขวง 54 เมือง 193 ตำบล

  1. แขวงตองจี
  2. แขวงดอยแหลม
  3. แขวงจ๊อกแม
  4. แขวงหมู่แจ้
  5. แขวงเล่าก์ก่าย
  6. แขวงกุนโหลง
  7. แขวงล่าเสี้ยว
  8. แขวงเชียงตุง
  9. แขวงเมืองสาด
  10. แขวงเมืองพยาค
  11. แขวงท่าขี้เหล็ก

ประชากร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Division and State Administrations". Alternative Asean Network on Burma. 8 July 2011. สืบค้นเมื่อ 21 August 2011. 
  2. 2.0 2.1 "Union of Myanmar". City Population. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25. 
  3. "ประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง (พ.ศ. 2544)". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 118 (ตอนพิเศษ 117ง): 2. 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544. 
  4. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งรองกงสุล ณ เมืองเชียงตุง". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 85 (8ง): 152. 23 มกราคม พ.ศ. 2511. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]