ข้ามไปเนื้อหา

พญารามที่ 1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พญารามที่ 1
ပထမ ဗညားရံ
กษัตริย์แห่งหงสาวดี
ครองราชย์ค.ศ. 1424–1446
ก่อนหน้าพญาธรรมราชา
ต่อไปพญาพะโร
ประสูติป. เมษายน ค.ศ. 1393
ป. เดือนกะโซน 755 ME[1]
พะโค
สวรรคตป. กันยายน ค.ศ. 1446 (53 พรรษา)
ป. ต้นเดือนตะดี้นจุ 808 ME
พะโค
ชายาราชเทวี[2]
พระนางโซ่มี่นวิมะละเดวี[3]
Saw Min Aung[4]
พระราชบุตรมะมุดตาว
พระนามเต็ม
รามาราชาธิราช
ราชวงศ์ฟ้ารั่ว
พระราชบิดาพระเจ้าราชาธิราช
พระราชมารดาThuddhamaya
ศาสนาพุทธเถรวาท

พญารามที่ 1 (มอญ: ပထမ ဗညာရာံ; พม่า: ပထမ ဗညားရံ, เสียงอ่านภาษาพม่า: [pətʰəma̰ bəɲá jàɰ̃]; 1393–1446) หรือบางครั้งเรียก พระเจ้ารามาราชาธิราช เป็นกษัตริย์องค์ที่ 11 แห่งอาณาจักรหงสาวดี ครองสิริราชสมบัติระหว่าง ค.ศ. 1424 ถึง 1446 ในฐานะมกุฎราชกุมาร พระองค์หยุดสงครามสี่สิบปีกับอาณาจักรอังวะใน ค.ศ. 1423 พระองค์ขึ้นครองราชย์หลังวางยาพิษใส่พญาธรรมราชาใน ค.ศ. 1424 ต่อมาพญาพะโร พระราชโอรสบุญธรรมของพระองค์ ได้ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อ

มกุฎราชกุมาร

[แก้]

พญารามเสด็จพระราชสมภพจากพระนาง Thuddhamaya กับพระเจ้าราชาธิราช[5] หลังพระเจ้าราชาธิราชสวรรคต พญาธรรมราชาขึ้นครองราชย์ต่อ พญารามและพญาเกียรติ์ก่อกบฏต่อพระเชษฐาทันที พญาธรรมราชาสงบศึกกับพญารามในเวลานั้นด้วยการแต่งตั้งพระองค์เป็นรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงและผู้ว่าราชการแห่งพะสิมกับดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีทั้งหมด พญาธรรมราชายังสงบศึกกับพญาเกียรติ์ด้วยการแต่งตั้งให้พระองค์เป็นผู้ว่าราชการแห่งเมาะตะมะ[6] แต่พญารามยังไม่พอพระทัย ภายหลังพระองค์จึงขยายดินแดน และเข้ายึดครองดากอง (ย่างกุ้ง) ใน ค.ศ. 1423 เมื่อกองทัพอังวะเข้ามายึดครอง ดะละ ที่อยู่ตรงข้ามดากอง พญารามถวายพระเชษฐภคินีนนามพระนางเชงสอบูแก่พระเจ้าฝรั่งมังศรีและสงบศึก กองทัพอังวะจึงถอยทัพ ทำให้สงครามสี่สิบปีระหว่างอังวะกับพะโคของหงสาวดีสิ้นสุดลง

ใน ค.ศ. 1424 พญารามวางยาพิษใส่พญาธรรมราชา และขึ้นเป็นกษัตริย์หงสาวดีองค์ที่ 11[7] คำจารึกภาษามอญบันทึกพระนามรัชสมัยเป็น รามราชาธิราช (ရာမ ရာဇာဓိရာဇ်; บาลี: Rāma Rājādhirāj)[8]

รัชสมัย

[แก้]

ในฐานะกษัตริย์ พญารามทรงอนุญาตให้พญาเกียรติ์คงเป็นผู้ว่าราชการแห่งเมาะตะมะ ส่วนฝ่ายหลังใช้อำนาจเกือบเป็นอิสระ ไม่นานพระองค์ก็เข้าไปพัวพันกับแผนการวางอุบายต่อราชวงศ์ของอาณาจักรอังวะ ใน ค.ศ. 1426 พระเจ้าโม่ญี่นตะโด้ขึ้นครองราชบัลลังก์อังวะ ใน ค.ศ. 1429 พระนางเชงสอบูทรงหลบหนีจากอังวะกลับสู่พะโคอย่างลับ ๆ พญารามทรงรับพระเชษฐภคินีด้วยพระเกียรติอย่างสูง[6] ในปีเดียวกัน ทินคะยาที่ 3 ผู้ว่าราชการแห่งตองอู สืบหาพันธมิตรกับพญารามเพื่อต่อกรต่ออังวะด้วยการเสนอพระธิดาให้ พญารามตกลงและโจมตีแปรร่วมกับกองกำลังของผู้ว่าราชการตองอู[6][9] พระเจ้าโม่ญี่นตะโด้ทำลายพันธมิตรด้วยการถวายพระราชนัดดานามพระนางโซ่มี่นวิมะละเดวีให้แก่พญาราม[3][7] กษัตริย์พะโครับรองสันติภาพเนื่องจากพระองค์ไม่ต้องการสู้รบใหม่

พันธมิตรนี้ช่วยให้พญารามสะดวกขึ้น พระองค์ดีพระทัยที่เห็นว่าพระเจ้าโม่ญี่นตะโด้มีปัญหากับการที่ชาวไทใหญ่บุกโจมตีดินแดนอังวะตลอดช่วงคริสต์ทศวรรษ 1430 เมื่อตองอูก่อกบฏอีกครั้งใน ค.ศ. 1437 พญารามให้ความช่วยเหลือตองอูทันที ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์ ตองอูสามารถเอาชนะอังวะได้ และมังช่อ (Minsaw) พระราชโอรสของพญาราม กลายเป็นอุปราชแห่งตองอู[10] อย่างไรก็ตาม มังรายกะยอฉะวาที่ 1 แห่งอังวะเข้าครอบครองตองอูอีกครั้งใน ค.ศ. 1440 และแต่งตั้งตราพระยา หัวหน้าไทใหญ่[10] ตลอดช่วงที่เหลือในรัชสมัยของพระองค์ พญารามทรงพอพระทัยที่เห็นว่าอังวะติดพันการรุกรานจากจีนราชวงศ์หมิงและการโจมตีจากชาวไทใหญ่

พญารามสวรรคตหลังครองราชย์ประมาณ 22 ปี และพญาพะโร พระราชโอรสของพระนางเชงสอบู ผู้เป็นพระราชนัดดาและพระราชโอรสบุญธรรมของพระองค์ ขึ้นครองราชย์ต่อ

ประวัติศาสตร์นิพนธ์

[แก้]
พงศาวดาร พระราชสมภพ–สวรรคต พระชนมายุ รัชสมัย ความยาวรัชสมัย อ้างอิง
ราชาธิราช ป. เมษายน 1393–? [note 1]
มหาราชวงศ์และมหาราชวงศ์ ฉบับหอแก้ว ?–1446/47 ไม่รายงาน 1426/27–1446/47 20 [note 2]
พงศาวดารหงสาวดี ป. 1395–1456/57 61 1424/25–1456/57 32 [11]
ปากลัด ป. 1393–1446/47
(หรือ ป. 1395–1446/47)
53
(หรือ 51)
1423/24–1446/47 23 [note 3]
พงศาวดารมอญฉบับชเวนอ ป. 1685–1745/46 [ตามต้นฉบับ] 60 1713/14–1745/46 [ตามต้นฉบับ] 32 [note 4]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. (Pan Hla 2005: 203): พระองค์เสด็จพระราชสมภพก่อนเดือกะโซน [ของปี 755 ME]
  2. (Hmanann Vol. 2 2003: 88) เสนอแนะว่าพระองค์สวรรคตในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือนตะดี้นจุ 808 ME (25 กันยายน ค.ศ. 1446)
  3. รายงานปากลัดไม่สอดคล้องกัน (Pan Hla 2005: 361, fn 1): ปากลัดระบุว่าพญารามที่ 1 ขึ้นครองราชย์ตอนพระชนมายุ 28 พรรษา (ปีที่ 29) ในปี 785 ME (30 มีนาคม ค.ศ. 1423 ถึง 28 มีนาคม ค.ศ. 1424) หมายความว่าพระองค์เสด็จพระราชสมภพ ป. ค.ศ. 1395; และระบุว่าพระองค์สวรรคตตอนพระชนมายุ 53 พรรษา (ปีที่ 54) ในปี 808 ME (30 มีนาคม ค.ศ. 1446 ถึง 29 มีนาคม ค.ศ. 1447) หมายความว่าพระองค์เสด็จพระราชสมภพ ป. ค.ศ. 1393
  4. (Shwe Naw 1922: 49): พญาธรรมราชาสวรรคตในปี 1075 ME (ค.ศ. 1713/1714) ตามมาด้วยพญารามที่ 1 ผู้ครองราชย์ 32 ปี และสวรรคตในปีที่ 61 (พระชนมายุ 60 พรรษา)

อ้างอิง

[แก้]
  1. Pan Hla 2005: 203
  2. Pan Hla 2005: 368, footnote 1
  3. 1 2 Hmannan Vol. 2 2003: 74
  4. Hmannan Vol. 2 2003: 166
  5. Yazawin Thit Vol. 1 2012: 268
  6. 1 2 3 Phayre 1967: 81–84
  7. 1 2 Harvey 1925: 115–116
  8. Than Tun 1985: xi
  9. Hmannan Vol. 2 2003: 71
  10. 1 2 Phayre 1967: 91
  11. Schmidt 1906: 20, 121

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Athwa, Sayadaw (1766). แปลโดย P.W. Schmidt. "Slapat des Ragawan der Königsgeschichte". Die äthiopischen Handschriften der K.K. Hofbibliothek zu Wien (ภาษาเยอรมัน) (1906 ed.). Vienna: Alfred Hölder. 151.
  • Fernquest, Jon (Autumn 2006). "Crucible of War: Burma and the Ming in the Tai Frontier Zone (1382–1454)". SOAS Bulletin of Burma Research. 4 (2).
  • Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd.
  • Kala, U (1724). Maha Yazawin (ภาษาพม่า). Vol. 1–3 (2006, 4th printing ed.). Yangon: Ya-Pyei Publishing.
  • Maha Sithu (1798). Myint Swe; Kyaw Win; Thein Hlaing (บ.ก.). Yazawin Thit (ภาษาพม่า). Vol. 1–3 (2012, 2nd printing ed.). Yangon: Ya-Pyei Publishing.
  • Pan Hla, Nai (1968). Razadarit Ayedawbon (ภาษาพม่า) (8th printing, 2005 ed.). Yangon: Armanthit Sarpay.
  • Phayre, Lt. Gen. Sir Arthur P. (1883). History of Burma (1967 ed.). London: Susil Gupta.
  • Royal Historical Commission of Burma (1832). Hmannan Yazawin (ภาษาพม่า). Vol. 1–3 (2003 ed.). Yangon: Ministry of Information, Myanmar.
  • Shwe Naw, บ.ก. (1785). Mon Yazawin (Shwe Naw) (ภาษาพม่า). แปลโดย Shwe Naw (1922 ed.). Yangon: Burma Publishing Workers Association Press.
  • Than Tun (1985). The Royal Orders of Burma, A.D. 1598–1885. Vol. 2. Kyoto University. hdl:2433/173789.