อาณาจักรหงสาวดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาณาจักรหงสาวดี
ဟံသာဝတီ ပဲခူး နေပြည်တော်
อาณาจักร

พ.ศ. 1830–พ.ศ. 2094


ธงอาณาจักรหงสาวดี

อาณาจักรหงสาวดี ประมาณ พ.ศ. 1993
เมืองหลวง มะตะบัน (พ.ศ. 1830 - 1906)
ดอนวุน (พ.ศ. 1906 - 1912)
หงสาวดี (พ.ศ. 1912 - 2082, พ.ศ. 2093 - 2095)
ภาษา ภาษามอญ
ศาสนา ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท
รัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์
พระมหากษัตริย์
 -  พ.ศ. 1830 - 1850 พระเจ้าฟ้ารั่ว
 -  พ.ศ. 1927 -1964 พระเจ้าราชาธิราช
 -  พ.ศ. 2097 - 2114 พระนางเชงสอบู
 -  พ.ศ. 2114 - 2035 พระเจ้าธรรมเจดีย์
 -  พ.ศ. 2069 - 2082 พระเจ้าทากายุตปี
ประวัติศาสตร์
 -  ก่อตั้งอาณาจักร 4 เมษายน พ.ศ. 1830
 -  รัฐบรรณาการของ อาณาจักรสุโขทัย พ.ศ. 1836 - 1873
 -  สงครามสี่สิบปี พ.ศ. 1928 - 1967
 -  ยุคทอง พ.ศ. 1969 - 2077
 -  การล่มสลายของหงสาวดีครั้งที่ 1 พ.ศ. 2077 - 2082
 -  การล่มสลายของหงสาวดีครั้งที่ 2 12 มีนาคม พ.ศ. 2094

อาณาจักรหงสาวดี (พม่า: ဟံသာဝတီ ပဲခူး နေပြည်တော်; มอญ: ဟံသာဝတဳ, [hɔŋsawətɔe]; บางครั้งเรียก หงสาวดี หรืออย่างสั้น พะโค) เป็นอาณาจักรที่ปกครองพม่าตอนล่างตั้งแต่ พ.ศ. 1830 จนถึง พ.ศ. 2082 และระหว่าง พ.ศ. 2093 - 2095 เป็นอาณาจักรของผู้ที่พูดภาษามอญ ก่อตั้งในฐานะรามัญประเทศ (พม่า: ရာမညဒေသ, มอญ: ရးမည) โดยพระเจ้าฟ้ารั่วหรือมะกะโท หลังจากการล่มสลายของอาณาจักรพุกามใน พ.ศ. 1830[1]:205–206,209 ในฐานะรัฐบรรณาการของอาณาจักรสุโขทัยและราชวงศ์หยวนของมองโกลที่ปกครองจีน[2] อาณาจักรนี้เป็นอิสระจากสุโขทัยใน พ.ศ. 1873 แต่ยังมีความสัมพันธ์แบบหลวมๆกับศูนย์กลางอำนาจหลักในขณะนั้นคือ ที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี พะโค และเมาะตะมะ เมาะตะมะเกิดกบฏขึ้นใน พ.ศ. 1906 - 1931

ประวัติศาสตร์[แก้]

การปกครองของพระเจ้าราชาธิราชใน พ.ศ. 1927 -1964 ได้รวมอาณาจักรของชาวมอญเข้าเป็นหนึ่งเดียวและประสบความสำเร็จในการต้านทานการรุกรานจากอาณาจักรอังวะ อาณาจักรของผู้ที่พูดภาษาพม่าจากทางเหนือ ในสงครามสี่สิบปี (พ.ศ. 1928 - 1967) และสามารถขยายตัวไปทางตะวันตกได้อาณาจักรยะไข่ ไว้ในอำนาจระหว่าง พ.ศ. 1956 - 1964 เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ถือเป็นชัยชนะของอาณาจักรหงสาวดีในฐานะที่สามารถขัดขวางการสถาปนาจักรวรรดิพุกามอีกครั้งของอาณาจักรอังวะ หลังสงครามหงสาวดีได้ช่วยเหลือรัฐบรรณาการทางตอนใต้ของอังวะคือ อาณาจักรแปร และอาณาจักรตองอูในการก่อกบฏต่ออังวะ

หลังสงครามหงสาวดีเข้าสู่ยุคทองในขณะที่อาณาจักรอังวะตกต่ำลง ในราว พ.ศ. 1963 - 2073 หงสาวดีเป็นอาณาจักรที่มีอำนาจมากที่สุดในยุคหลังจักรวรรดิอังวะ ภายใต้การปกครองของกษัตริย์หลายพระองค์ เช่น พระเจ้าบินยรานที่ 1 พระนางเชงสอบู พระเจ้าธรรมเจดีย์ และ พระเจ้าบินยรานที่ 2 อาณาจักรมีบทบาทสำคัญทางการค้าในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย และเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายเถรวาท และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศรีลังกา[3]

อาณาจักรค่อยๆอ่อนแอลงตั้งแต่ พ.ศ. 2077 ในการรุกรานของ อาณาจักรตองอู จากพม่าตอนบน พระเจ้าทากายุตปี ไม่สามารถต่อต้านอาณาจักรตองอูที่นำโดย พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ และ พระเจ้าบุเรงนอง ตองอูเข้ายึดครองหงสาวดีและที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีใน พ.ศ. 2081 - 2082 และเมาะตะมะใน พ.ศ. 2084 [4] อาณาจักรนี้ฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้งใน พ.ศ. 2093 หลังจากพระเจ้าตะเบงชะเวตี้สิ้นพระชนม์ แต่มีอำนาจปกครองเพียงแค่เมืองหงสาวดี ก่อนถูกพระเจ้าบุเรงนองปราบได้อย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2094

แม้ว่ากษัตริย์ในราชวงศ์ตองอูจะปกครองพม่าตอนล่างจนถึงพุทธศตวรรษที่ 23 แต่ยุคทองของอาณาจักรหงสาวดียังเป็นที่จดจำของชาวมอญในพม่าตอนล่าง ปี พ.ศ. 2283 ได้มีการก่อกบฎต่อต้านราชวงศ์ตองอูที่อ่อนแอและก่อตั้ง อาณาจักรหงสาวดีใหม่

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1. 
  2. Htin Aung 1967: 78–80
  3. Myint-U 2006: 64–65
  4. Harvey 1925: 153–157
  • Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd. 
  • Htin Aung, Maung (1967). A History of Burma. New York and London: Cambridge University Press. 
  • Myint-U, Thant (2006). The River of Lost Footsteps—Histories of Burma. Farrar, Straus and Giroux. ISBN 978-0-374-16342-6. 
  • Pan Hla, Nai (1968). Razadarit Ayedawbon (ใน Burmese) (8th printing, 2004 ed.). Yangon: Armanthit Sarpay.