วังศุโขทัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วังศุโขทัย
Sukhothai palace
Wang sukhothai.jpg
พระตำหนัก วังศุโขทัย
ข้อมูลทั่วไป
ประเภท วัง
ที่ตั้ง แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ประเทศ ประเทศไทย
การก่อสร้าง
ปีสร้าง พ.ศ. 2461
ผู้สร้าง สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง
ผู้บูรณะ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
สถาปัตยกรรม ตะวันตกผสม
โครงสร้าง พระตำหนัก สระน้ำ สวน เรือนพัก

วังศุโขทัย ตั้งอยู่มุมถนนขาวและถนนสามเสน เป็นวังที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ในครั้งนั้นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังศุโขทัยพระราชทานเป็นของขวัญในการอภิเษกสมรสของกรมขุนสุโขทัยธรรมราชากับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ เมื่อปี พ.ศ. 2461 โดยได้รับพระราชทานนามวังจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "วังศุโขไทย"[1]

วังศุโขทัยได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในด้านการก่อสร้าง โดยประยุกต์ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันตก ด้านรูปแบบตัวอาคารและตกแต่งด้วยศิลปะแบบไทย ประกอบด้วย ตำหนัก 3 หลัง คือ ตำหนักใหญ่ ตำหนักไม้ ตำหนักน้ำ ภายในพระตำหนักมีระเบียงทางเชื่อมระหว่างตำหนัก ซึ่งเป็นการออกแบบก่อสร้างตามอย่างตะวันตก หากแต่ใช้ไม้เป็นวัสดุแกะสลักลวดลายตามชายคาแบบไทยอย่างสวยงาม ในช่วงที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถประชวร มักจะเสด็จมาพักผ่อนพระอิริยาบถที่ตำหนักน้ำซึ่งตั้งอยู่ริมคลองสามเสนอยู่เป็นประจำ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงขึ้นครองราชสมบัติ แล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้เสด็จไปประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตระยะหนึ่ง แล้วเสด็จกลับมาประทับที่วังศุโขทัยอีกครั้ง ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หลังจากนั้นประมาณปีเศษ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จไปประทับที่ประเทศอังกฤษ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ช่วงนั้นวังศุโขทัยตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และใช้เป็นสถานที่ราชการ จนกระทั่งสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จกลับมาประทับที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แล้วจึงได้เสด็จมาประทับที่วังศุโขทัยอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2511 จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 และก่อนหน้าที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรจะรับการอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ พระองค์ได้ประทับ ณ ที่นี่ แต่ต่อมาได้ย้ายที่ประทับไปที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

พระตำหนักอื่นๆภายใน[แก้]

  • พระตำหนักใหญ่ เป็นพระตำหนักที่ประทับ ก่ออิฐฉาบปูน มีความสูง 2 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยาผสมกับทรงจั่ว ส่วนยอดจั่วประดับด้วยไม้จำหลัก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของรูปทรงหลังคาที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบัญชรเป็นบานกระจก ตอนบนไม่มีกันสาด พระทวารเป็นบานไม้ลูกฟัก ภายในมีการตกแต่งฝ้าเพดานเฉพาะส่วนที่เป็นห้องสำคัญ
  • พระตำหนักพัชราภิรมย์ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
  • พระตำหนักสิรินภาลัย เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
  • ตำหนักไม้ เป็นตำหนักที่ประทับชั่วคราว บางครั้งใช้เป็นที่รับแขกหรือพระประยูรญาติที่เสด็จมาประทับก่อสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง รอบ ๆ ตำหนักมีเฉลียงเดินได้เกือบรอบ ฝาผนังเป็นแบบฝาไม้บังใบตีทางนอน มีคร่าวไม้อยู่ด้านนอก
  • ตำหนักน้ำ อยู่ริมคลองสามเสน เป็นตำหนักโปร่ง ๆ มีห้อง 2 ข้าง ตรงกลางเป็นทางลงสู่คลองสามเสน พระทวารและพระบัญชรเป็นบานเกล็ดไม้ ที่ชายคาตำหนักมีไม้จำหลักลายอยู่โดยรอบ

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศพระราชทานนามวัง, เล่ม ๓๕, ตอน ๐ก, ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๑, หน้า ๒๔๗
  • ปราณี กล่ำส้ม, ลัดเลาะคลองสามเสน วารสารเมืองโบราณ
  • เกิดวังปารุสก์ ประพันธ์โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ สำนักพิมพ์ River Books ,ISBN 974-8225-22-4

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°46′58″N 100°30′32″E / 13.7827151°N 100.5088949°E / 13.7827151; 100.5088949