ราชวงศ์เมรอแว็งเฌียง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ประเทศฝรั่งเศส
Armoiries république française.svg

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ:
ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส



ประเทศอื่นๆ · แผนที่

ราชวงศ์เมโรวินเจียน (Merovingian; Mérovingiens) (ค.ศ. 481 - ค.ศ. 751) (พ.ศ. 1024 - พ.ศ. 1294)

ราชวงศ์เมโรวินเจียนเป็นราชวงศ์ของชนเผ่าแฟรงก์หรือฟรอง ปกครองดินแดนฝรั่งเศสเป็นราชวงศ์แรกหลังเข้ายึดดินแดนโกล กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์คือพระเจ้าโคลวิสที่ 1 (Clovis I) ทรงประกาศพระองค์เป็นคริสต์ศาสนิกชน ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์จากสมเด็จพระสันตะปาปา พระเจ้าโคลวิสทรงขยายอาณาเขตของฝรั่งเศสไปเกือบครอบคลุมอาณาเขตประเทศในปัจจุบันและดินแดนทางตะวันตกของเยอรมนี หลังสิ้นพระชนม์อาณาจักรฝรั่งเศสแบ่งแยกเป็นส่วน ๆ อยู่ภายใต้การปกครองของพระโอรสหลายพระองค์ ก่อนที่จะรวมเป็นปึกแผ่นอีกครั้งในสมัยพระเจ้าโกลแตร์ที่ 1 (Clotaire I)

กษัตริย์ในยุคหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพระเจ้าดาโกแบร์ที่ 1 (Dagobert I) (ครองราชย์ พ.ศ. 1172-1182) หลังจากรัชสมัยของพระองค์ อาณาจักรฝรั่งเศสถูกแบ่งแยกเป็นเขตต่าง ๆ อยู่ในอำนาจของขุนนางนักรบหลายตระกูล ตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดคือตระกูลคาโรลินเจียน (Carolingian) ขุนนางในตระกูลนี้เริ่มดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนักและควบคุมกษัตริย์เมโรวินเจียนจนไร้พระราชอำนาจ ในที่สุด เปแปง หัวหน้าตระกูลจึงถอดถอนพระเจ้าชิลเดริกที่ 3 (Childeric III) ออกจากราชบัลลังก์และตั้งตนเป็นกษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชวงศ์คาโรลินเจียน

ประวัติศาสตร์[แก้]

ชื่อเมโรวินเจียนได้มาจากชื่อของเมโรเวชที่มีไม่ข้อมูลอย่างอื่นนอกเหนือจากเรื่องที่เป็นบิดาของชิลเดอริคที่ 1 ผู้ปกครองของชนเผ่าซาเลียนแฟรงก์จากเมืองหลวงที่ทัวร์เน

ชิลเดอริคถูกสืบทอดต่อโดยพระโอรส โคลวิสที่ 1 ในปี ค.ศ. 481/482 โคลวิสที่ 1 ขยายการปกครองของตนให้ครอบคลุมชาวซาเลียนแฟรงก์ทั้งหมด, พิชิตหรือไม่ก็ผนวกอาณาเขตของชาวริปัวเรียนแฟรงก์กับชาวอาเลมันนิ และรวมกอลเป็นหนึ่งเดียวกันได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นเบอร์กันดีกับที่ๆ ปัจจุบันนี้คือโพรว็องซ์ พระองค์เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ไม่ในปี ค.ศ. 496 ก็ปี ค.ศ. 506

เมื่อโคลวิสที่ 1 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 511 ราชอาณาจักรของพระองค์ถูกแบ่งให้กับพระโอรสสี่คน คือ ธูเดอริคที่ 1, โคลโดเมอร์, ชิลเดอแบต์ที่ 1 และโคลธาร์ที่ 1 ทั้งที่มีการแก่งแย่งชิงดีนองเลือดระหว่างพี่น้องอยู่เป็นประจำ แต่พวกเขาก็สามารถขยายการปกครองของชาวแฟรงก์ให้ครอบคลุมถึงธูรินเจียได้ในราวปี ค.ศ. 531 และเบอร์กันดีในปี ค.ศ. 534 และครอบงำ แต่ไม่ได้ครอบครอง เซปติมาเนียบนฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน, บาวาเรีย และดินแดนของชาวแซ็กซันที่อยู่ทางเหนือ

ในปี ค.ศ. 558 โคลแธร์ที่ 1 เป็นพระโอรสคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของโคลวิสที่ 1 และราชอาณาจักรแฟรงก์กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้งจนพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 561

ในปี ค.ศ. 561 อาณาจักรถูกแบ่งอีกครั้งให้กับสี่พี่น้อง แชริแบต์ที่ 1, กุนแทรม, ซิเกอแบต์ และชิลเปริคที่ 1 ตระกูลแก่งแย่งชิงดีกันอีกครั้ง โดยเฉพาะระหว่างชิลเปริคและพระมเหสี เฟรเดกุนด์ ในฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกอล กับซิเกอแบต์และพระมเหสี บรุนฮิลดา ในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ

การต่อสู้กันเองในราชวงศ์และแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มชนรอบข้าง คือ ชาวเบรอตงกับชาวแกสคงทางตะวันตก, ชาวลอมบาร์ดทางตะวันออกเฉียงใต้ และชาวอาวาร์ทางตะวันออก ทำให้เกิดการปรับโครงสร้างของราชอาณาจักรแฟรงก์ แคว้นทางตะวันออกหลายแคว้นถูกรวมเข้ากับราชอาณาจักรออสเตรเชียที่มีเมืองหลวงอยู่ที่เม็ตซ์ ในทางตะวันตกเกิดนูสเตรียที่มีเมืองหลวงที่แรกอยู่ที่ซวยส์ซงส์และต่อมาย้ายมาเป็นปารีส ในทางใต้ราชอาณาจักรเบอร์กันดีที่มีเมืองหลวงอยู่ที่ชาลง-ซูร์-ซวนขยายขนาดใหญ่ขึ้น

การรวมอาณาจักรแฟรงก์ทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกันประสบความสำเร็จอีกครั้งในปี ค.ศ. 613 เมื่อโคลแธร์ที่ 2 พระโอรสของชิลเปริคที่ 1 และกษัตริย์แห่งนูสเตรีย สืบทอดต่ออีกสองราชอาณาจักรด้วย

เมื่อพระโอรสของโคลแธร์ ดาโกแบต์ที่ 1 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 639 อาณาจักรถูกแบ่งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กษัตริย์ของสองแคว้น คือ นูสเตรียกับเบอร์กันดีที่อยู่ในมือของหนึ่งคน ส่วนออสเตรเชียที่อยู่ในมือของอีกหนึ่งคน ถูกบังคับให้ยกอำนาจมากมายให้กับผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นสมุหราชมณเฑียร

กษัตริย์เมโรวินเจียนคนต่อๆ มามีสถานะดีกว่าหุ่นเชิดเพียงเล็กน้อยและถูกยกให้ขึ้นครองบัลลังก์และถูกปลดออกจากบัลลังก์ตามความประสงค์ของสมุหราชมณเฑียรผู้ทรงอำนาจ กษัตริย์เมโรวินเจียนคนสุดท้าย ชิลเดอริคที่ 3 ถูกปลดออกจากตำแหน่งในปี ค.ศ. 750 โดยเปแป็งที่ 3 ผู้ตัวเตี้ย หนึ่งในเชื้อสายของสมุหราชมณเฑียณของออสเตรเชียที่สุดท้ายก็ช่วงชิงบัลลังก์มาเป็นของตนเองและสถาปนาราชวงศ์การอแล็งเฌียงขึ้นมา

อ้างอิง[แก้]

  • Microsoft Encarta Encyclopedia Standard 2003.

แหล่งข้อมูล[แก้]

https://www.britannica.com/topic/Merovingian-dynasty