ข้ามไปเนื้อหา

เยอรมนีภายใต้การยึดครองของสัมพันธมิตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Deutsches Reich
(ดอยท์เชสไรช์)
ค.ศ. 1945–1949
ธงชาติของเยอรมนี
เพลงชาติ: ตริตซอเนเซียน-ซอน
แผนที่แสดงอาณาเขตของเยอรมนีหลังสงคราม (สีเขียวคือเขตสหราชอาณาจักร สีเหลืองเข้มคือเขตสหรัฐอเมริกา สีฟ้าคือเขตฝรั่งเศส สีแดงคือเขตสหภาพโซเวียต ส่วนสีเหลืองอ่อนคือดินแดนที่เสียไป)
แผนที่แสดงอาณาเขตของเยอรมนีหลังสงคราม (สีเขียวคือเขตสหราชอาณาจักร สีเหลืองเข้มคือเขตสหรัฐอเมริกา สีฟ้าคือเขตฝรั่งเศส สีแดงคือเขตสหภาพโซเวียต ส่วนสีเหลืองอ่อนคือดินแดนที่เสียไป)
สถานะการยึดครองทางทหาร
เมืองหลวง
ผู้ว่าการ (ค.ศ. 1945) 
 เขตสหราชอาณาจักร
เบอร์นาร์ด มอนต์โกเมอรี
 เขตฝรั่งเศส
ฌ็อง เดอ ลัทร์ เดอ ตาซีญี
 เขตสหรัฐอเมริกา
ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์
 เขตสหภาพโซเวียต
เกออร์กี จูคอฟ
ยุคประวัติศาสตร์สงครามเย็น
8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945
 คณะมนตรีปกครองของฝ่ายสัมพันธมิตร
5 กรกฎาคม ค.ศ. 1945
 รัฐใต้อารักขาแห่งซาร์
15 ธันวาคม ค.ศ. 1947
23 พฤษภาคม ค.ศ. 1949
7 ตุลาคม ค.ศ. 1949
12 กันยายน ค.ศ. 1990
สกุลเงิน
  • ไรชส์มาร์ค (1945–48)
  • เรนเตินมาร์ค (1945–48)
  • มาร์คเยอรมัน (ตะวันตก: 1948–49)
  • มาร์คเยอรมันตะวันออก (ตะวันออก: 1948–49)
  • มาร์คซาร์ (ซาร์: 1947–48)
  • ฟรังก์ซาร์ (ซาร์: 1948–59)
รหัส ISO 3166DE
ก่อนหน้า
ถัดไป
นาซีเยอรมนี
เยอรมนีตะวันตก
เยอรมนีตะวันออก
รัฐใต้อารักขาซาร์
เบอร์ลินตะวันตก
  1. รวมเข้ากับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก)
    ในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1957
  2. รวมเข้ากับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก)
    ในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1990
  3. เยอรมนีรวมประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1990
  4. เขตใต้ปกครองของสัมพันธมิตรฝั่งตะวันตก (ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) และเขตเบอร์ลินตะวันตก
  5. เขตใต้ปกครองของสหภาพโซเวียตและเขตเบอร์ลินตะวันออก
Map of occupied Berlin
เขตปกครองกรุงเบอร์ลินของฝ่ายสัมพันธมิตรทั้งสี่เขตและดินแดนส่วนแยก (exclaves) ของเขตเบอร์ลินตะวันตก
4 occupation zones in Germany and the Saarland, 1947–1949

เมื่อนาซีเยอรมนีพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายสัมพันธมิตรผู้ชนะจึงได้แสดงสิทธิ์การปกครองเหนือดินแดนของรัฐเยอรมัน (เยอรมันไรช์) ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแนวโอเดอร์-ไนเซอ (Oder–Neisse line) และล้มล้างรัฐบาลภายใต้การปกครองของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ลง (ดูที่ปฏิญญาเบอร์ลิน ค.ศ. 1945) จากนั้นมหาอำนาจทั้ง 4 ของฝ่ายสัมพันธมิตรจึงได้แบ่งแยกเยอรมนีออกเป็น เขตยึดครอง จำนวนสี่เขตเพื่อเป้าหมายด้านการปกครอง โดยให้ฝรั่งเศสปกครองดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ สหราชอาณาจักรปกครองดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ สหรัฐปกครองดินแดนตอนใต้ และสหภาพโซเวียตปกครองภาคตะวันออก และบริเวณนี้เป็นที่รู้จักโดยรวมภายใต้ชื่อ เยอรมนีภายใต้การยึดครองของสัมพันธมิตร (เยอรมัน: Alliierten-besetztes Deutschland) การแบ่งแยกนี้เป็นที่ยอมรับและให้สัตยาบัน ณ การประชุมพ็อทซ์ดัม ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม ค.ศ. 1945[ต้องการอ้างอิง] โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 1944 สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพโซเวียต ได้ตกลงการแบ่งเขตแดนของเยอรมนีไว้ในพิธีสารลอนดอน ซึ่งทั้งหมดได้เห็นชอบให้สละดินแดนทางฝั่งตะวันออกของแนวโอเดอร์-ไนเซอ ออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนีเมื่อสิ้นสุดสงคราม และให้สนธิสัญญาสันติภาพเยอรมันฉบับสุดท้ายที่ผ่านการพิจารณาแล้ว เป็นตัวกำหนดแนวพรมแดนระหว่างโปแลนด์-เยอรมนีและสหภาพโซเวียต-โปแลนด์ (สำหรับบริเวณที่เป็นดินแดนของเยอรมนีในอดีตซึ่งถูกสละทิ้ง) เท่ากับว่าสนธิสัญญาฉบับดังกล่าว "ผลักเส้นเขตแดนของโปแลนด์ไปทางทิศตะวันตก" ส่งผลให้อาณาเขตโดยประมาณกลับไปมีขนาดเท่าเดิมเมื่อปี ค.ศ. 1722

ในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ของการสู้รบบนภาคพื้นทวีปยุโรป กองกำลังของสหรัฐอเมริกาได้ต่อสู้จนล่วงเลยเข้าไปในอาณาบริเวณซึ่งเกินกว่าแนวยึดครองในอนาคตที่ตกลงกันไว้ บางช่วงล่วงล้ำเข้าไปเป็นระยะทางกว่า 320 กิโลเมตร (200 ไมล์) ส่งผลให้แนวบรรจบ (line of contact) ในช่วงสิ้นสุดสงครามระหว่างกองกำลังของสหรัฐอเมริกาและกองกำลังของสหภาพโซเวียต กลายเป็นเส้นเขตแดนชั่วคราวของเยอรมนีฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเลยจากเส้นเขตแดนซึ่งตกลงกันไว้แต่เดิม สองเดือนต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ฝ่ายสหรัฐอเมริกาจึงได้ถอนกำลังออกจากอาณาบริเวณที่ตนยึดครองอยู่และคืนให้แก่สหภาพโซเวียตดังที่ได้แบ่งกันเอาไว้[1] เส้นเขตแดนชั่วคราวดังกล่าวจึงขยับเลื่อนกลับมาทางทิศตะวันตกและกลายเป็นเส้นเขตแดนที่แบ่งเยอรมนีออกเป็นสองประเทศนับแต่นั้นมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1990 นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าการถอนกำลังดังกล่าวเป็นท่าทีสำคัญที่ช่วยโน้มน้าวให้สหภาพโซเวียตยินยอมให้สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสได้ส่วนแบ่งเขตปกครองทางฝั่งตะวันตกของกรุงเบอร์ลิน (แต่เดิมยกให้สหภาพโซเวียตปกครองกรุงเบอร์ลินทั้งหมด) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคือเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1945 แม้ว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญก็คือต้องการให้หน่วยราชการลับได้มีโอกาสรวมตัวกัน (ดูที่ปฏิบัติการคลิปหนีบกระดาษ)[2]

อ้างอิง

[แก้]
  1. What Is to Be Done? เก็บถาวร 2013-08-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Time, July 9, 1945
  2. Knowles, Chris (29 January 2014). "Germany 1945-1949: a case study in post-conflict reconstruction". History & Policy. History & Policy. สืบค้นเมื่อ 19 July 2016.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]