บุนเดิสแวร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กองทัพสหพันธ์
Bundeswehr
Bundeswehr Kreuz Black.svg
กางเขนเหล็ก เครื่องหมายของบุนเดิสแวร์
ก่อตั้ง 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1955
รูปแบบปัจจุบัน 3 ตุลาคม ค.ศ. 1990
เหล่า กองทัพบก
กองทัพเรือ
กองทัพอากาศ
เหล่ายุทธบริการ
เหล่าสาธารณสุขกลาง
เหล่าไซเบอร์และสนเทศบริการ
ที่ตั้ง บก. บ็อน, เบอร์ลิน และพ็อทซ์ดัม
ผู้บังคับบัญชา
ผบ.สส. นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล[1]
รมว.กลาโหม อันเนอเกรท ครัมพ์-คาเรินเบาเออร์
กำลังพล
อายุเริ่มบรรจุ 17 ปี
การเกณฑ์ เคยมีการเกณฑ์ทหาร แต่ยกเลิกแล้ว
ประชากร
ในวัยบรรจุ
ชาย 19,594,118 (2009 est.), อายุ 17–49 ปี
ประชากร
ฉกรรจ์
ชาย 15,747,493 (2009 est.), อายุ 17–49 ปี
ประชากรที่อายุถึงขั้น
รับราชการทุกปี
ชาย 445,048 (2009 est.)
ยอดกำลังประจำการ 182,055 (28 กุมภาพันธ์ 2019) (อันดับที่ 27)
ยอดกำลังสำรอง 28,250 (2018)
ยอดวางกำลังนอกประเทศ 3,301 (18 มีนาคม 2019)
รายจ่าย
งบประมาณ €43.2 พันล้าน ($49.2 พันล้าน) (FY19)
ร้อยละต่อจีดีพี 1.23% (FY18)
อุตสาหกรรม
แหล่งผลิตในประเทศ แอร์บัส
เฮคเลอร์แอนด์คอช
Rheinmetall
Krauss-Maffei Wegmann
Howaldtswerke-Deutsche Werft
วอลเธอร์
ธิสเซ่นครุปป์
แหล่งผลิตนอกประเทศ  สหภาพยุโรป ประเทศสมาชิก;
ธงของสหรัฐ สหรัฐ
มูลค่านำเข้าต่อปี ($) ปริมาณประมาณ $1 bln (2009 est.)
มูลค่าส่งออกต่อปี ($) €6.24 พันล้าน (2017)[2]
บทความที่เกี่ยวข้อง
ประวัติ ประวัติศาสตร์การทหารของเยอรมนี
ยศ ยศเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของเยอรมันบุนเดิสแวร์

บุนเดิสแวร์ (เยอรมัน: Bundeswehr) หรือ กองทัพสหพันธ์ เป็นกองทัพของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รัฐธรรมนูญเยอรมันไม่อนุญาติให้รัฐเยอรมันต่างๆมีกองกำลังทหารเป็นของตนเอง ภาระหน้าที่ในกิจการทหารทั้งปวงต้องอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลกลางที่กรุงเบอร์ลิน

บุนเดิสแวร์แบ่งสายบัญชาการออกเป็นสองฝ่ายคือ ส่วนเหล่าทัพ (Streitkräfte) และส่วนกิจการพลเรือน (Wehrverwaltung) โดยในส่วนของยุทธบริหารเป็นกองทัพบก (Heer) กองทัพเรือ (Marine), กองทัพอากาศ (Luftwaffe), เหล่ายุทธบริการ (Streitkräftebasis), เหล่าสาธารณสุขกลาง (Zentraler Sanitätsdienst) และเหล่าไซเบอร์และสนเทศบริการ (Cyber- und Informationsraum)

ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019, บุนเดิสแวร์มีกำลังทหาร 182,055 นายที่ประจำการอยู่,[3] วางไว้ในกองกำลังทหารที่ใหญ่ที่สุด 30 แห่งในโลกและทำให้เป็นกองกำลังที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกสหภาพยุโรปด้านหลังฝรั่งเศสในด้านบุคลากรนอกจากนี้แล้วบุนเดิสแวร์มีบุคลากรสำรองประมาณ 28,250 (2018).[4] ด้วยค่าใช้จ่ายทางทหารของเยอรมันที่ 43.2 พันล้านยูโร,[5] บุนเดิสแวร์เป็นหนึ่งในสิบกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนที่ดีที่สุดในโลกแม้ว่าในแง่ของสัดส่วนของจีดีพีเยอรมันค่าใช้จ่ายทางทหารยังคงอยู่ที่ 1.23% และต่ำกว่าเป้าหมายของนาโต้ที่ 2%. เยอรมนีมีเป้าหมายที่จะขยายบุนเดิสแวร์ไปยังประมาณ 203,000 ทหารในปี 2025 เพื่อรับมือกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น.[6]

ประวัติ[แก้]

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมนีก็ถูกพันธมิตรห้ามมีกองทัพเหมือนกับญี่ปุ่น ในช่วง 10 ปีแรกที่ยังไม่มีกองทัพก็ตกอยู่ในสภาพถูกยึดครองโดยแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตามประเทศพันธมิตร ได้แก่ ฝั่งตะวันออก-รัสเซีย ทางเหนือ-อังกฤษ ทางใต้-อเมริกา ทางตะวันตก-ฝรั่งเศส อเมริกาอยากให้เยอรมนีก่อตั้งกองทัพขึ้นมาใหม่ และชาวเยอรมันเองไม่ได้ต้องการอยากจะได้ นายกเยอรมันคนแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นรัฐบุรุษทางการเมืองที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดคนหนี่งของประวัติศาสตร์เยอรมันคือ ค็อนราท อาเดอเนาเออร์ จึงตั้งเงื่อนไขแลกเปลี่ยนว่า ถ้าจะให้เยอรมนีมีกองทัพใหม่อีกครั้งต้องแลกกับอธิปไตยของประเทศกลับคืนมาอีกครั้ง สำหรับอเมริกานั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้วยังไงเสียตนเองก็อยู่ไกลกันคนละทวีป แต่จะให้อังกฤษคือ วินสตัน เชอร์ชิล กับฝรั่งเศสคือ ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ ตกลงด้วยนี่สิที่เป็นเรื่องยาก เพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมาศัตรูคู่อาฆาตกันมาตลอด ซึ่งสุดท้ายก็ยอมตกลงกันทั้งหมด 3 ประเทศพันธมิตร แต่ยังมีข้อแม้อยู่ดีนั่นคือ เยอรมันจะมีจำนวนทหารรวมแล้วทั้ง 3 กองทัพได้ไม่เกิน 5 แสนคน และนั่นจึงเป็นการเริ่มต้นสร้างกองทัพเยอรมันกันใหม่อีกครั้ง ตอนเริ่มตั้งกองทัพใหม่ก็ยุ่งยากกันอีก เพราะจะต้องเอานายทหารระดับผู้บังคับบัญชาเก่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเริ่มต้น ซึ่งก็ติดปัญหาว่าจะต้องเป็นคนที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยเกี่ยวข้องกับนาซี แล้วจะเป็นไปได้ยังไง? สุดท้ายก็ต้องยอมรับนายทหารเก่าจากหน่วย ชุทซ์ชทัฟเฟิล (SS) มาเริ่มต้นฝึกทหารรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่ดี จำนวนทหารเยอรมันเคยขึ้นไปจนสุดเพดานที่กำหนดคือปริ่มๆ เกือบถึง 5 แสนคนในช่วงสงครามเย็นกำลังระอุ เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย และนำไปสู่การสิ้นสุดยุคสงครามเย็นในปี 1990 รัฐบาลเยอรมันจึงเริ่มทำการปฏิรูปกองทัพลดขนาดลงมาจนเหลือเพียงไม่เกิน 2 แสนคนในปัจจุบัน ในแง่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่อาวุธของทั้งสามเหล่าทัพนั้น ถ้าจะอ้างข้อเท็จจริงที่ว่าเยอรมนีเป็นประเทศผลิตอาวุธสงครามออกขายเป็นอันดับสามของโลกรองจาก อเมริกา รัสเซีย

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. "Art 115b Basic Law". Gesetze-im-internet.de. สืบค้นเมื่อ 2011-06-07.
  2. "German arms sales drop – to second-highest levels on record". Deutsche Welle. 20 June 2018. Archived from the original on 4 February 2019. สืบค้นเมื่อ 4 February 2019.
  3. "Die Stärke der Streitkräfte [Personnel strength of German Armed Forces]". 22 March 2019. Archived from the original on 22 August 2016. สืบค้นเมื่อ 25 March 2019.
  4. International Institute for Strategic Studies (15 February 2019). The Military Balance 2019. London: Routledge. ISBN 978-1857439885.
  5. (PDF). 25 June 2019 https://www.nato.int/nato_static_fl2014/assets/pdf/pdf_2019_06/20190625_PR2019-069-EN.pdf. สืบค้นเมื่อ 8 July 2019. Missing or empty |title= (help)
  6. (www.dw.com), Deutsche Welle. "Germany may increase troop numbers to 203,000 by 2025 - DW - 26.11.2018". DW.COM. Archived from the original on 3 January 2019. สืบค้นเมื่อ 2 January 2019.

บรรณานุกรม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]