การเลือกตั้งในประเทศเยอรมนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

การเลือกตั้งในประเทศเยอรมนีรวมการเลือกตั้งสมาชิกบุนเดชตัก (ซึ่งบางทีถือเป็นสภาล่างของรัฐสภาสหพันธ์) ลันด์ทักของรัฐต่าง ๆ และการเลือกตั้งท้องถิ่น

หลายมาตราในหลายส่วนของกฎหมายหลักพื้นฐานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีว่าด้วยการเลือกตั้งและสถาปนาข้อกำหนดแห่งกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอย่างการลงคะแนนลับ และข้อกำหนดว่าการเลือกตั้งทุกครั้งต้องกระทำโดยเสรีและเที่ยงธรรม กฎหมายหลักพื้นฐานยังกำหนดว่า สภานิติบัญญัติสหพันธ์ตรากฎหมายสหพันธ์โดยละเอียดเพื่อปกครองการเลือกตั้ง เรียก กฎหมายเลือกตั้ง มาตราดังกล่าวมาตราหนึ่ง คือ มาตรา 38 ซึ่งว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ช่วยในบุนเดชตักสหพันธ์ มาตรา 38.2 แห่งกฎหมายหลักพื้นฐานสถาปนาสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไป ว่า "ผู้ใดอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์จักมีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ใดที่อายุถึงอายุที่บรรลุนิติภาวะอาจได้รับเลือกตั้ง"

การเลือกตั้งสหพันธ์เยอรมันสำหรับสมาชิกบุนเดชตักทั้งหมด ซึ่งตัดสินผู้เป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมนีตามลำดับ มีการเลือกตั้งสหพันธ์ในปี 2552 และ 2556

การเลือกตั้งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี[แก้]

ระบบการเมืองเยอรมัน

การเลือกตั้งสหพันธ์จัดประมาณทุกสี่ปี เกิดจากข้อกำหนดแห่งกฎหมายตามรัฐธรรมนูญให้จัดการเลือกตั้ง 46 ถึง 48 เดือนหลังการประชุมบุนเดชตัก สามารถจัดการเลือกตั้งก่อนได้ในพฤติการณ์พิเศษทางรัฐธรรมนูญ ตัวอย่างเช่น กรณีนายกรัฐมนตรีแพ้มติไม่ไว้วางใจใสบุนเดชตัก แล้วระหว่างระยะผ่อนผันก่อนบุนเดชตักสามารถลงมติเลือกผู้จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน นายกรัฐมนตรีสามารถขอประธานาธิบดีสหพันธ์ให้ยุบบุนเดชตักและจัดการเลือกตั้ง หากบุนเดชตักเลอกประชุมก่อนครบวาระสี่ปี ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 100 วัน ประธานาธิบดีเป็นผู้เลือกวันที่การเลือกตั้งแน่ชัด[1] และต้องเป็นวันอาทิตย์หรือวันหยุดราชการ

ผู้มีสัญชาติเยอรมันอายุเกิน 18 ปีผู้พำนักในประเทศเยอรมนีเป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือนมีสิทธิเลือกตั้ง คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยหลักไม่ต่างกัน

สภานิติบัญญัติสหพันธ์ในประเทศเยอรมนีมีรัฐสภาหนึ่งสภา คือ บุนเดชตัก (สภานิติบัญญัติสหพันธ์) ส่วนบุนเดซรัท (สภาสหพันธ์) เป็นตัวแทนของภูมิภาคและไม่ถือเป็นสภาเพราะสมาชิกมิได้มาจากการเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกบุนเดชตักใช้ระบบสัดส่วนสมาชิกผสม (mixed-member proportional) ผู้ออกเสียงลงคะแนนมีสองคะแนนเสียง คะแนนเสียงแรกเลือกสมาชิกบุนเดชตักสำหรับเขตเลือกตั้งของตน และคะแนนเสียงที่สองออกเสียงให้พรรคการเมือง ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงต่ำสุด (minimum threshold vote) ที่นั่งทั้งหมดซึ่งกำหนดในบุนเดชตักจัดสรรโดยสัดส่วนตามคะแนนเสียงที่สอง พรรคการเมืองที่ชนะในเขตในรัฐหนึ่งมากกว่าที่มีสิทธิตามจำนวนคะแนนเสียงพรรคการเมืองที่ได้ในรัฐนั้นให้เก็บที่นั่ง "เกิน" (overhang seat) เหล่านั้นไว้

บุนเดชตักมีสมาชิกในนาม 598 คน ได้รับเลือกตั้งวาระสี่ปี สมาชิก 299 คนหรือครึ่งหนึ่ง ได้รับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งคนเดียวโดยการออกเสียงลงคะแนนแบบแบ่งเขตคะแนนสูงสุด (first-past-the-post) ส่วนอีก 299 คนจัดสรรจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง (party list) เพื่อให้ได้การแบ่งเป็นสัดส่วนในสภานิติบัญญัติ และบัญชีรายชื่อใช้เพื่อทำให้ดุลของพรรคการเมืองตรงกับการกระจายของคะแนนเสียงที่สอง อาจเพิ่มที่นั่งเกินจากสมาชิกในนาม 598 คนได้ ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งสหพันธ์ปี 2552 มีที่นั่งเกิน 24 ที่นั่ง ทำให้มีทั้งหมด 622 ที่นั่ง เกิดจากพรรคการเมืองใหญ่ชนะเขตเลือกตั้งคนเดียวเพิ่มจากทั้งหมดที่กำหนดโดยคะแนนเสียงพรรคการเมืองตามสัดส่วนของพรรคนั้น

ประเทศเยอรมนีมีระบบหลายพรรคการเมืองโดยมีพรรคการเมืองเข้มแข็งสองพรรค และพรรคที่สามอื่น ๆ บ้างยังมีผู้แทนในบุนเดชตัก ตั้งแต่ปี 2533 มีห้าพรรค (นับ CDU และ CSU เป็นพรรคเดียว) ที่มีผู้แทนในบุนเดชตัก

ในปี 2551 มีการกำหนดการดัดแปลงระบบการเลือกตั้งบางอย่างภายใต้คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ ศาลวินิจฉัยว่า บทบัญญัติในกฎหมายเลือกตั้งสหพันธ์ซึ่งทำให้พรรคการเมืองมีน้ำหนักคะแนนเสียงลบ (negative vote weight) แล้วทำให้เสียที่นั่งเพราะคะแนนเสียงมากกว่า ละเมิดการรับรองตามรัฐธรรมนูญว่าระบบเลือกตั้งเท่าเทียมกันและโดยตรง[2]

ศาลอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสามปี ดังนั้น การเลือกตั้งสหพันธ์ปี 2552 จึงได้รับอนุญาตให้ดำเนินภายใต้ระบบก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้กำหนดในวันที่ 30 มิถุนายน 2554 แต่กฎหมายที่เหมาะสมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทันเส้นตายนั้น มีการตรากฎหมายเลือกตั้งใหม่ในปลายปี 2554 แต่ศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ประกาศว่ามิชอบด้วยรัฐธรรมนูญอีกหนจากคดีจากพรรคฝ่ายค้านและกลุ่มพลเมืองราว 4,000 คน[3]

สุดท้าย สี่จากห้ากลุ่มแยกในบุนเดชตักตกลงการปฏิรูปการเลือกตั้งซึ่งจำนวนที่นั่งในบุนเดชตักจะเพิ่มขึ้นมากเท่าที่จำเป็นเพื่อรับประกันว่าจะมีการชดเชยที่นั่งเกินผ่านที่นั่งปรับระดับ (leveling seat) ที่กำหนดจำนวนผู้แทนตามส่วนของพลเมือง เพื่อรับรองความได้สัดส่วนสมบูรณ์ตามสัดส่วนคะแนนเสียงของพรรคการเมืองในระดับชาติ[4] บุนเดชตักอนุมัติและตรากฎหมายการปฏิรูปการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "§16 Bundeswahlgesetz". Bundeswahlgesetz Bundesrepublik Deutschland. Bundesministerium der Justiz. 3 June 2008. สืบค้นเมื่อ 5 June 2009. 
  2. "Federal Constitutional Court decision on the Federal Election Law". Bverfg.de. สืบค้นเมื่อ 20 September 2013. 
  3. Decision of the Federal Constitutional Court. 25 July 2012. Retrieved 13 August 2012.
  4. Bill amending the Federal Election Law. 11 December 2012. Retrieved 25 December 2012.
  5. ZEIT ONLINE GmbH, Hamburg, Germany (22 February 2013). "Bundestag: Deutschland hat ein neues Wahlrecht | ZEIT ONLINE". Zeit.de. สืบค้นเมื่อ 20 September 2013.