ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เยอรมัน: Das Lied der Deutschen
ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน
คำแปล: เพลงแห่งชาวเยอรมัน
สำเนาบทร้อง "ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" ลายมือของฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน  ต้นฉบับอยู่ที่คลังศิลปวัตถุเบอร์ลินกา (Berlinka) เมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ [1]
สำเนาบทร้อง "ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" ลายมือของฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน ต้นฉบับอยู่ที่คลังศิลปวัตถุเบอร์ลินกา (Berlinka) เมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ [1]
เพลงชาติของ ธงของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เยอรมนี
ชื่ออื่น Das Deutschlandlied
คำแปล: เพลงแห่งเยอรมนี
Deutschland über alles
คำแปล: เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
เนื้อร้อง ออกุสต์ ไฮน์ริค ฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน, ค.ศ. 1841
ทำนอง ฟรานซ์ โจเซฟ ไฮเดิน, ค.ศ. 1797
ประกาศใช้ ค.ศ. 1922
ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน (บรรเลง)

เพลงชาติสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีชื่อว่า ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน (เยอรมัน: Das Lied der Deutschen, แปลว่า "เพลงแห่งชาวเยอรมัน) หรือในอีกชื่อหนึ่ง คือ ดัสดอยท์ชลันด์ลีด (เยอรมัน: Das Deutschlandlied, แปลว่า "เพลงแห่งเยอรมนี") สำหรับในต่างประเทศในบางครั้งจะรู้จักกันในชื่อ "ดอยท์ชลันด์อือเบอร์อัลเลส" (เยอรมัน: Deutschland über alles, แปลว่า "เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง") ซึ่งเป็นวรรคแรกและท่อนแยกของเพลงนี้ในบทที่ 1 แต่ชื่อดังกล่าวไม่ใช่ชื่อของเพลงนี้อย่างแท้จริง

ทำนองของเพลงนี้ประพันธ์โดย ฟรานซ์ โจเซฟ ไฮเดิน เมื่อปี ค.ศ. 1797 เพื่อใช้เป็นเพลงประจำพระองค์จักรพรรดิแห่งออสเตรีย เนื่องในโอกาสงานเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ทรงปกครองออสเตรียในฐานะจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย) ต่อมาในปี ค.ศ. 1841 ออกุสต์ ไฮน์ริค ฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน นักภาษาศาสตร์และกวีชาวเยอรมัน ได้ประพันธ์บทร้องชื่อ "ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" (Das Lied der Deutschen) ตามทำนองเพลงของไฮเดิน เนื้อเพลงดังกล่าวถือได้ว่ามีลักษณะเนื้อหาเชิงปฏิวัติในขณะนั้น

"ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" ได้รับเลือกให้ใช้เป็นเพลงชาติเยอรมนีเมื่อ ค.ศ. 1922 ในสมัยสาธารณรัฐไวมาร์ ในปี ค.ศ. 1952 ประเทศเยอมนีตะวันตกก็ได้รับเอาเพลงนี้ใช้เป็นเพลงชาติในชื่อ "ดอยท์ชลันด์ลีด" (Deutschlandlied) โดยขับร้องเฉพาะบทร้องบทที่หนึ่งเท่านั้นในโอกาสที่เป็นทางการ ต่อมาหลังการรวมชาติเยอรมนีในปี ค.ศ. 1991 เพลงนี้ก็ได้กลายเพลงชาติเยอรมนีอย่างสมบูรณ์ โดยใช้เฉพาะบทร้องบทที่ 3 เป็นเนื้อร้องเพลงชาติอย่างเป็นทางการ

ทำนองเพลง[แก้]

โจเซฟ ไฮเดิน วาดโดยโทมัส ฮาร์ดี, ค.ศ. 1792

ทำนองของเพลง "ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" เดิมเป็นบทเพลงที่ฟรานซ์ โจเซฟ ไฮเดิน ประพันธ์ขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1797 เพื่อใส่ทำนองให้กับบทกวีชื่อ "Gott erhalte Franz den Kaiser" ("ขอพระเจ้าทรงพิทักษ์พระจักรพรรดิฟรานซ์") สำหรับใช้เป็นเพลงถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก หลังการเลิกล้มจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 1806 เพลงดังกล่าวจึงได้กลายมาเป็นเพลงประจำจักรวรรดิออสเตรียและจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาจนกระทั่งระบอบราชาธิปไตยในออสเตรียได้สิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ. 1918

ทำนองเพลงดังกล่าวนี้ไม่ใช่แพร่หลายแต่ในออสเตรียและเยอรมนีเท่านั้น ในกลุ่มผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษก็ได้มีการหยิบยืมเอาทำนองเพลงนี้มาแต่เป็นเพลงสดุดี (hymn) ชื่อ "กลอเรียสทิงส์ออฟทีอาร์สโปกเกน" ("Glorious Things of Thee are Spoken") ซึ่งประพันธ์โดย จอห์น นิวตัน (John Newton)[2] และเพลง "นอตอะโลนฟอร์ไมตีเอมไพร์" ("Not Alone for Mighty Empire") ซึ่งแต่งโดย วิลเลียม พี. เมอร์ริลล์ (William P. Merrill)[3] ในบริบทเช่นนี้ทำให้มีการเรียกชื่อทำนองเพลงนี้ว่า "ออสเตรีย" ("Austria") "เพลงสดุดีแบบออสเตรีย" ("Austrian Hymn") หรือ "เพลงสดุดีจักรพรรดิ" ("Emperor's Hymn") [2]


บทร้องของฮอฟฟ์มันน์[แก้]

ออกุสต์ ไฮน์ริค ฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน เมื่อ ค.ศ. 1841

ออกุสต์ ไฮน์ริค ฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน ได้เขียนบทร้องขึ้นบทหนึ่งเมื่อ ค.ศ. 1848 ระหว่างพักผ่อนอยู่ที่เกาะเฮลโกแลนด์ (Helgoland) ในทะเลเหนือ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร โดยในการตีพิมพ์บทร้องดังกล่าวพร้อมด้วยโน้ตเพลงนั้น แสดงให้เห็นว่าเขามุ่งหมายที่จะให้บทร้องดังกล่าวใช้ขับร้องตามทำนองเพลง "Gott erhalte Franz den Kaiser" ของไฮเดิน เนื้อหาของบทร้องในบาทแรกของเพลงที่ว่า "Deutschland, Deutschland über alles, über alles in der Welt" (เยอรมนี, เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา) เป็นคำเรียกร้องต่อบรรดารัฐเยอรมันต่างๆ (ซึ่งขณะนั้นยังแตกเป็นรัฐขนาดเล็กจำนวนหลายรัฐ) ให้รวมกันสร้างเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวซึ่งมีความสำคัญยิ่งกว่าอิสรภาพของบรรดารัฐเล็กๆ เหล่านั้น และในบทที่ 3 ซึ่งบาทแรกขึ้นต้นว่า "Einigkeit und Recht und Freiheit" (สามัคคี ยุติธรรม เสรีภาพ) เป็นการแสดงความปรารถนาของฮอฟฟ์มันน์ที่จะเห็นเยอรมนีซึ่งเป็นหนึ่งเดียวและมีเสรีปกครองด้วยหลักนิติรัฐ ไม่ใช่อำนาจปกครองเบ็ดเสร็จของเหล่ากษัตริย์

ในยุคหลังคองเกรสแห่งเวียนนาซึ่งเต็มไปด้วยอิทธิพลของเจ้าชายเมตเตอร์นิคและเหล่าตำรวจลับ บทร้องที่ฮอฟ์มันน์เขียนขึ้นแสดงออกถึงแนวคิดปฏิวัติอย่างชัดแจ้งและมีความหมายโดยนัยถึงเสรีภาพ เนื่องด้วยการเรียกร้องให้รวมเยอรมันนั้นมีการเชื่อมโยงเข้ากับการเรียกร้องเสรีภาพของสื่อและสิทธิเสรีภาพอื่นๆ ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า ว่าการแสดงความภักดีต่อชาวเยอรมันต้องเข้ามาแทนที่การภักดีต่ออำนาจของบุคคลเพียงคนเดียวก็เป็นความคิดปฏิวัติที่แฝงอยู่ในตัวด้วย

หนึ่งปีให้หลังจากการเขียนบทร้อง "ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" ฮอฟ์มันน์ก็ต้องออกจากงานบรรณารักษ์และอาจารย์ในเมืองเบรสเลา (Breslau) ราชอาณาจักรปรัสเซีย (ปัจจุบันคือเมืองวรอตสวัฟ (Wrocław) ประเทศโปแลนด์) จากการเขียนบทเพลงดังกล่าวและผลงานแนวปฏิวัติชิ้นอื่นๆ และต้องหลบซ่อนตัวจนกระทั่งหลังเกิดการปฏิวัติในเยอรมนีในปี ค.ศ. 1848 จึงได้รับการอภัยโทษ

เนื้อร้อง[แก้]

เนื้อร้องฉบับราชการ[แก้]

บทร้องต่อไปนี้เป็นผลงานของออกุสต์ ไฮน์ริค ฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน เฉพาะบทร้องบทที่ 3 เท่านั้นที่ใช้เป็นเพลงชาติเยอรมนีในปัจจุบัน (คลิกเพื่อฟังเสียง)

Das Lied der Deutschen
ภาษาเยอรมัน คำแปล
บทที่ 1

Deutschland, Deutschland über alles,
Über alles in der Welt,
Wenn es stets zu Schutz und Trutze
Brüderlich zusammenhält.
Von der Maas bis an die Memel,
Von der Etsch bis an den Belt,
 |: Deutschland, Deutschland über alles,
  Über alles in der Welt! :|

เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา
เพื่อปกปกและรักษา เมื่อแผ่นดินนี้
ยังให้เกิดการตั้งมั่นฉันน้องพี่ร่วมกัน
จากแม่น้ำเมิซ (Meuse) สู่แม่น้ำเนมาน (Neman)
จากแม่น้ำอาดีเกล (Adige) สู่ช่องแคบลิตเติลเบลต์ (Little Belt)
 |: เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
  เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา ! :|

บทที่ 2

Deutsche Frauen, deutsche Treue,
Deutscher Wein und deutscher Sang
Sollen in der Welt behalten
Ihren alten schönen Klang,
Uns zu edler Tat begeistern
Unser ganzes Leben lang.
 |: Deutsche Frauen, deutsche Treue,
  Deutscher Wein und deutscher Sang! :|

สตรีแห่งเยอรมัน ความภักดีแห่งเยอรมัน
ไวน์แห่งเยอรมัน และบทเพลงแห่งเยอรมัน
จะคงอยู่คู่โลกหล้า
ความงดงามแต่กาลก่อนเหล่านี้ดังกังวาน
และดลใจเราต่อการกระทำอันมีเกียรติ
ตราบจนชีวิตหาไม่
 |: สตรีแห่งเยอรมัน ความภักดีแห่งเยอรมัน
  ไวน์แห่งเยอรมัน และบทเพลงแห่งเยอรมัน! :|

บทที่ 3
(เพลงชาติเยอรมนี)

Einigkeit und Recht und Freiheit
Für das deutsche Vaterland!
Danach lasst uns alle streben
Brüderlich mit Herz und Hand!
Einigkeit und Recht und Freiheit
Sind des Glückes Unterpfand;
 |: Blüh' im Glanze dieses Glückes,
  Blühe, deutsches Vaterland. :|

สามัคคี ยุติธรรม เสรีภาพ
เพื่อปิตุภูมิเยอรมนี !
เพื่อสิ่งเหล่านี้เราจงสู้
ด้วยดวงใจและสองมือฉันน้องพี่ !
สามัคคี ยุติธรรม เสรีภาพ
คือคำปฏิญาณแห่งความเจริญ;
 |: จงรุ่งเรืองด้วยพรแห่งความเจริญนี้เถิด
  จงรุ่งเรืองเถิด ปิตุภูมิเยอรมนี :|


เนื้อร้องฉบับเพิ่มเติม[แก้]

เนื้อร้องบทที่3 ฉบับเพิ่มเติม

Einigkeit und Recht und Freiheit
Für das deutsche Vaterland!
Danach lasst uns alle streben
Brüderlich mit Herz und Hand!
Einigkeit und Recht und Freiheit
Sind des Glückes Unterpfand;
 |: Stoßet an und ruft einstimmig,
 Hoch, das deutsche Vaterland. :|

สามัคคี ยุติธรรม เสรีภาพ
เพื่อปิตุภูมิเยอรมนี !
เพื่อสิ่งเหล่านี้เราจงสู้,
ด้วยดวงใจและสองมือฉันน้องพี่ !
สามัคคี ยุติธรรม เสรีภาพ
คือคำปฏิญาณแห่งความเจริญ.
 |:จงยกแก้วขึ้นเถิดและตระโกนร้วมกัน
 ให้แก่ความรุ่งโรจของปิตุภูมิเยอรมัน. :|

ในปีพ.ศ. 2464 (ค.ศ.1921), อัลเบิร์ต มาททายส์ ได้ประพันธ์เนื้อร้องใหม่ ภายหลังจากที่จักรวรรดิเยอรมัน พ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1. บทร้องดังกล่าวนี้ไม่มีการขับร้องในฐานะเพลงชาติ และ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน.

เนื้อร้องฉบับเพิ่มเติม โดย อัลเบิร์ต มาททายส์

Deutschland, Deutschland über alles
Und im Unglück nun erst recht.
Nur im Unglück kann die Liebe
Zeigen ob sie stark und echt.
Und so soll es weiterklingen
Von Geschlechte zu Geschlecht:
 |: Deutschland, Deutschland über alles
 Und im Unglück nun erst recht. :|

เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
แม้ในช้วงที่โชคร้ายมากกว่าเดิม
เพียงผ่านโชคร้ายเหล่านั้นไปด้วยรัก
แสดงความแข้มแขงและเที่ยงแท้
เพื่อให้บทเพลงนี้ขับขานต่อไป
ตาบทุกชั้วลูกชั้วหลานสืบไป
 |: เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
 แม้ในช้วงที่โชคร้ายมากกว่าเดิม.:|

การใช้ในยุคต่างๆ[แก้]

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

สมัยนาซีเยอรมนี[แก้]

ในยุคนาซีเยอรมนี เพลง "ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน" ยังคงใช้เป็นเพลงชาติแต่เพียงเฉพาะบทแรกเท่านั้น และมีการขับร้องเพลง "ฮอสท์-เวสเซิล-ลีด" ต่อท้ายด้วยอีกเพลงหนึ่ง ดังแสดงไว้ต่อไปนี้

เพลงชาตินาซีเยอรมนี คำแปล

(Das Lied der Deutschen)
Deutschland, Deutschland über alles,
Über alles in der Welt,
Wenn es stets zu Schutz und Trutze
Brüderlich zusammenhält.
Von der Maas bis an die Memel,
Von der Etsch bis an den Belt.

Deutschland, Deutschland über alles,
Über alles in der Welt.


(Horst Wessel Lied)
Die Fahne hoch! Die Reihen fest geschlossen!
SA marschiert mit ruhig festem Schritt.
Kameraden, die Rotfront und Reaktion erschossen,
Marschieren im Geist in unseren Reihen mit.

(ดัสลีดแดร์ดอยท์เชิน)
เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา
เพื่อปกปกและรักษา เมื่อแผ่นดินนี้
ยังให้เกิดการตั้งมั่นฉันน้องพี่ร่วมกัน
จากแม่น้ำเมิสสู่แม่น้ำเนมาน
จากแม่น้ำอาดีเกสู่ช่องแคบลิตเติลเบลท์

เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา


(ฮอสท์-เวสเซิล-ลีด)
ชูธงขึ้น ! ทุกคนชิดแถว !
นักรบพายุเดินหน้าอย่างหนักแน่นมั่นคง
สหายของเราถูกพวกแนวร่วมแดงและพวกปฏิการสังหาร
วิญญาณพวกเขาสถิตในแถวและร่วมเดินเคียงข้างพวกเรา

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]