มุขนายก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มุขนายกยาโกเบ แจง เกิดสว่าง มุขนายกเกียรตินามแห่ง Barcusus และประมุขมิสซังจันทบุรี เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายก

บิชอป[1] (อังกฤษ: Bishop) กรมการศาสนาและราชบัณฑิตยสถานบางครั้งให้เรียกว่ามุขนายก[2][3] เป็นตำแหน่งการปกครองในคริสตจักรที่มีการจัดระเบียบองค์การแบบอิปิสโคปัล เช่น โรมันคาทอลิก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์ หรือแม้แต่ในนิกายโปรเตสแตนต์บางคณะ เช่น แองกลิคัน ลูเทอแรน เมทอดิสต์

ประวัติ[แก้]

ในศาสนาคริสต์ยุคแรก คริสต์ศาสนิกชนในแต่ละเมืองจะรวมกลุ่มกันเป็นประชาคม เรียกว่าคริสตจักร แต่ละคริสตจักรมีผู้ปกครองดูแลคนหนึ่งหรือเป็นคณะผู้ปกครอง จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 ผู้ปกครองดูแลคริสตจักรเริ่มมีบทบาทหน้าที่ชัดเจนขึ้น กล่าวคือ เป็นประธานในการโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ แก้ไขความขัดแย้ง และดูแลการเงินภายในคริสตจักร ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 ฝ่ายอาณาจักรได้รับรองสถานะของคริสต์ศาสนา ทำให้มุขนายกเริ่มมีบทบาทในทางโลกด้วย เมื่อคริสตชนมีมากขึ้น ทำให้มีมุขนายกใหม่แต่งตั้งขึ้นเพื่อปกครองแต่ละเขต ซึ่งต่อมาเรียกว่า "มุขมณฑล" มุขนายกประจำมุขมณฑลแต่งตั้งบาทหลวงให้ปกครองดูแลโบสถ์คริสต์แต่ละแห่ง โดยมีพันธบริกรเป็นผู้ช่วย[4]

นิกายคาทอลิก[แก้]

คริสต์ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกในประเทศไทยเรียกมุขนายกว่าพระสังฆราชกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยเลียนแบบการเรียกประมุขสงฆ์ของชาวไทยซึ่งใช้มาก่อนตั้งแต่สมัยสุโขทัย[5] ชาวคาทอลิกเชื่อว่ามุขนายกเป็นตำแหน่งที่สืบมาจากอัครทูตผู้ติดตามพระเยซูอย่างใกล้ชิดในสมัยที่พระองค์ยังคงดำรงพระชนม์ในโลกเมื่อ 2000 ปีมาแล้ว มุขนายกทำหน้าที่เป็นประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก เป็นหัวหน้าปกครองคณะบาทหลวง คณะนักบวชคาทอลิกชาย-หญิง และคริสต์ศาสนิกชนชาวคาทอลิกภายในเขตปกครองของตน[6] ซึ่งเรียกว่ามุขมณฑล โดยมุขมณฑลในประเทศไทยเรียกว่าเขตมิสซัง และแบ่งออกเป็น 10 เขตมิสซัง

ผู้จะรับศีลอนุกรมเป็นมุขนายกจะต้องบวชเป็นบาทหลวงมาก่อน และต่อมาได้รับการแต่งตั้งจากพระสันตะปาปาโดยมีพิธีการอภิเษกเป็นมุขนายกซึ่งถือเป็นศีลอนุกรมขั้นสูงสุด

ประเภทของมุขนายก[แก้]

ตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักรได้แบ่งมุขนายกออกเป็น 2 ประเภท[7] ดังนี้

  • มุขนายกเกียรตินาม (Titular bishop) หรือทิทิวลาร์บิชอป คือมุขนายกที่ไม่มีมุขมณฑลในปกครอง แต่ได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกเพื่อเป็นเกียรติในการทำงานให้คริสตจักร มุขนายกประเภทนี้ได้แก่
    • มุขนายกผู้ช่วย (auxiliary bishop) หรืออ๊อกซิเลียรีบิชอป คือมุขนายกที่พระสันตะปาปาแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของมุขนายกประจำมุขมณฑล เพื่อช่วยปกครองมุขมณฑลหนึ่ง ๆ และจะได้รับแต่งตั้งจากมุขนายกประจำมุขมณฑลนั้นให้เป็นอุปมุขนายก (vicar general) หรืออย่างน้อยก็เป็นผู้ช่วยมุขนายก (episcopal vicar) ในมุขมณฑลที่ตนประจำอยู่
    • มุขนายกรอง (coadjutor bishop) หรือโคแอดจูเตอร์บิชอป คือมุขนายกผู้ช่วยที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเกือบเท่ามุขนายกประจำมุขมณฑล และยังมีสิทธิ์สืบตำแหน่งเป็นมุขนายกประจำมุขมณฑลองค์ต่อไป
    • มุขนายกกิตติคุณ (bishop emeritus) หรือบิชอปอิเมริทัส คือมุขนายกประจำมุขมณฑลที่ได้รับอนุมัติให้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว (คือเกษียณตนเอง)

นอกจากนี้เหล่าประมุขมิสซังและเอกอัครสมณทูตก็ได้รับตำแหน่งเป็นมุขนายกเกียรตินามด้วย เพื่อให้มีเกียรติเสมือนมุขนายกประจำมุขมณฑล ตัวอย่างเช่น มุขนายก ฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัว ประมุขมิสซังสยามได้เป็นมุขนายกเกียรตินามแห่งมาลลอส

มุขนายกคาทอลิกในประเทศไทย[แก้]

(ซ้าย) พระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
มุขนายกมิสซังคาทอลิกเชียงใหม่
(ขวา) พระคุณเจ้ายอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์
มุขนายกกิตติคุณมิสซังคาทอลิกเชียงใหม่[8]

เมื่อพระสันตะปาปาประกาศตั้งมิสซังสยามในปี พ.ศ. 2212 แล้ว ก็ได้ส่งมุขนายกเกียรตินามซึ่งล้วนแต่เป็นมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสมาเป็นประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทย จนกระทั่ง วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 จึงประกาศแต่งตั้งมุขนายกเกียรตินามคนไทย คือ มุขนายกยาโกเบ แจง เกิดสว่าง ประมุขมิสซังจันทบุรี เป็นมุขนายกเกียรตินามแห่ง Barcusus[9] นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งมุขนายก[10]

ในปัจจุบันประเทศไทยมีมุขนายกมิสซังโรมันคาทอลิกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ (ที่ยังไม่เกษียณ) 10 ท่าน ได้แก่[11]

6 เขตมิสซังนี้อยู่สังกัดภาคคริสตจักรเดียวกัน โดยมีอัครมุขนายกมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯเป็นมุขนายกมหานคร

4 เขตมิสซังนี้อยู่ในสังกัดภาคคริสตจักรเดียวกัน โดยมีอัครมุขนายกมิสซังโรมันคาทอลิกท่าแร่-หนองแสงเป็นมุขนายกมหานคร

มุขนายกที่ครบเกษียณ[แก้]

ในปัจจุบันประเทศไทยมีมุขนายกกิตติคุณ 4 ท่าน ได้แก่[12]

นิกายโปรเตสแตนต์[แก้]

คริสต์ศาสนิกชนโปรเตสแตนต์ในประเทศไทยเรียก bishop โดยทับศัพท์ว่าบิชอป[13] ในนิกายลูเทอแรนและแองกลิคันถือว่าบิชอปเท่านั้นที่มีอำนาจในการสถาปนาบิชอป ปุโรหิต และดีกัน

ในนิกายลูเทอแรน บิชอปมาจากการเลือกตั้งโดยสมัชชาซีนอดซึ่งสมาชิกมีทั้งฆราวาสและนักบวช บิชอปแต่ละท่านมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และดำรงตำแหน่งต่อไปได้ตามแต่ข้อกำหนดในธรรมนูญของคริสตจักรนั้น ๆ

นิกายแองกลิคัน บิชอปมีลักษณะคล้ายกับมุขนายกโรมันคาทอลิกคือทำหน้าที่เป็นประมุขของมุขมณฑล ต่างกันเฉพาะนิกายแองกลิคันอนุญาตให้บิชอปสมรสได้ นอกจากนี้บางภาคคริสตจักรยังอนุญาตให้สถาปนาสตรีเป็นบิชอปได้[14][15] สตรีคนแรกที่ได้สถาปนาบิชอปคือศาสนาจารย์บาร์บารา ฮาร์ริส[16] บิชอปซัฟฟรากันประจำมุขมณฑลอีปิสโคปัลแมสซาชูเซตส์ ได้รับสถาปนาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, 2552, หน้า 201
  2. กรมการศาสนา, รายงานการศาสนา ประจำปี ๒๕๔๓, กรมการศาสนา, 2543, หน้า 194-6
  3. ราชบัณฑิตยสถาน, หน้า 462
  4. "Episcopacy". สารานุกรมบริแทนนิกา. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2558. 
  5. ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงด้านที่ 2
  6. "พระสังฆราช (bishop) หรือมุขนายก".เรียกข้อมูลวันที่ 1 ก.ย. 2553.
  7. Code of Canon Law, Can. 376
  8. "ประมวลภาพพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ณ อาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ 1 พฤษภาคม 2009".เรียกข้อมูลวันที่ 5 ต.ค. 2553.
  9. Bishop Giacomo Luigi (James Louis) Cheng. The Hierarchy of the Catholic Church.(อังกฤษ)
  10. ความจริง 100 ประการเกี่ยวกับคาทอลิกไทย. เขตมิสซังเชียงใหม่
  11. "พระสังฆราชของประเทศไทยในปัจจุบัน". เรียกข้อมูลวันที่ 1 ก.ย. 2553.
  12. "พระสังฆราชกิตติคุณ".เรียกข้อมูลวันที่ 5 ก.ค. 2555.
  13. ราชบัณฑิตยสถาน, หน้า 251
  14. "Female ordination in the Episcopal Church, USA (ECUSA)". Religioustolerance.org. 1976-09-16. สืบค้นเมื่อ 2010-11-19. 
  15. Women bishops in the Church of England? By Church of England. House of Bishops (pg. 279)
  16. Barbara Harris. The Church Awakens African-Americans and the struggle for justice