ราชอาณาจักรเยรูซาเลม
ราชอาณาจักรเยรูซาเลม
| |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1099–1187 1192–1291 | |||||||||||||
แผนที่ขอบเขตของรัฐนักรบครูเสด(เอเดสซา, แอนติออก, ตริโปลี และเยรูซาเลม) ในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เมื่อ ค.ศ. 1135 ไม่นานก่อนสงครามครูเสดครั้งที่สอง | |||||||||||||
| เมืองหลวง | |||||||||||||
| ภาษาราชการ | ละติน ฝรั่งเศสเก่า[2] | ||||||||||||
| ศาสนา | คริสตจักรละติน คริสต์ตะวันออก อิสลาม (ส่วนน้อย) ยูดาห์ | ||||||||||||
| การปกครอง | ราชาธิปไตยแบบศักดินา | ||||||||||||
| พระมหากษัตริย์เยรูซาเลม | |||||||||||||
• 1099–1100 (องค์แรก) | โกเดอฟรอยแห่งบูยง | ||||||||||||
• 1285–1291 (องค์สุดท้าย) | อ็องรีที่ 2 | ||||||||||||
| สภานิติบัญญัติ | ศาลสูง | ||||||||||||
| ยุคประวัติศาสตร์ | สมัยกลางตอนกลาง | ||||||||||||
| 1096–1099 | |||||||||||||
| 15 กรกฎาคม 1099 | |||||||||||||
| 2 ตุลาคม 1187 | |||||||||||||
| 1189–1192 | |||||||||||||
| 1228–1229 | |||||||||||||
| 1239–1241 | |||||||||||||
| 15 July 1244 | |||||||||||||
| 18 พฤษภาคม 1291 | |||||||||||||
| ประชากร | |||||||||||||
• 1131[3] | 250,000 | ||||||||||||
| 480,000–650,000 | |||||||||||||
| สกุลเงิน | เบซันต์, Denier | ||||||||||||
| |||||||||||||
| ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ | |||||||||||||
ราชอาณาจักรเยรูซาเลม มีอีกชื่อว่า ราชอาณาจักรครูเสด เป็นหนึ่งในรัฐนักรบครูเสดที่สถาปนาในลิแวนต์ทันทีหลังสงครามครูเสดครั้งที่หนึ่ง ดำรงอยู่เกือบ 200 ปี นับตั้งแต่การขึ้นครองตำแหน่งของโกเดอฟรอยแห่งบูยงใน ค.ศ. 1099 จนกระทั่งการยึดเอเคอร์ใน ค.ศ. 1291 ประวัติศาสตร์อาณาจักรนี้แบ่งออกเป็นสองช่วง กับการหายไปชั่วคราวนับตั้งแต่การล่มสลายหลังการล้อมเยรูซาเลมใน ค.ศ. 1187 จนกระทั่งฟื้นฟูหลังสงครามครูเสดครั้งที่สามใน ค.ศ. 1192
ในระยะแรกราชอาณาจักรเป็นเพียงกลุ่มเมืองใหญ่และเล็กที่รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ระหว่างสงครามครูเสด ในสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดอาณาบริเวณที่ปัจจุบันคืออิสราเอล และอาณาดินแดนปาเลสไตน์ (Palestinian territory) ที่ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณเลบานอนปัจจุบันไปจนถึงทางเหนือของทะเลทรายไซนายทางด้านใต้ ไปยังจอร์แดน และซีเรียทางด้านตะวันออก ระหว่างนั้นก็มีการพยายามที่จะขยายดินแดนไปยังฟาติมิยะห์ (Fatimid) อียิปต์ นอกจากนั้นพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรเยรูซาเลมก็ยังมีอำนาจบางอย่างเหนืออาณาจักรครูเสดอื่น ๆ, ตริโปลี, อันติโอค, และเอเดสสา
ประเพณีและระบบต่างที่ใช้ในอาณาจักรนำมาจากยุโรปตะวันตกกับนักการสงครามครูเสด ระบบการปกครองและความเกี่ยวดองกับยุโรปเป็นไปตลอดอายุของอาณาจักร แต่เมื่อเทียบกับอาณาจักรในยุโรปแล้วราชอาณาจักรเยรูซาเลมก็เป็นเพียงอาณาจักรที่ค่อนข้างเล็กและมักจะขาดการหนุนหลังทางด้านการเงินและทางการทหารจากยุโรป ราชอาณาจักรเยรูซาเลมมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชอาณาจักรข้างเคียงมากกว่าเช่นราชอาณาจักรอาร์มิเนียแห่งซิลิเซีย (Armenian Kingdom of Cilicia) และจักรวรรดิไบแซนไทน์ ที่ได้รับอิทธิพลตะวันออกมา นอกจากนั้นก็ยังได้รับอิทธิพลจากระบบมุสลิม แต่ทางด้านสังคมแล้วผู้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรจากยุโรปตะวันตกแทบไม่มีการติดต่อกับมุสลิมหรือชนคริสเตียนท้องถิ่นที่ปกครองเลย
ในระยะแรกฝ่ายมุสลิมไม่มีความสนใจกับราชอาณาจักรเยรูซาเลมเท่าใดนักจนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 12 เมื่ออาณาจักรของมุสลิมเริ่มเข้มแข็งขึ้นและเริ่มยึดดินแดนที่เสียไปคืนอย่างเป็นจริงเป็นจัง เยรูซาเลมเสียแก่ซาลาดินในปี ค.ศ. 1187 และเมื่อมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ดินแดนของราชอาณาจักรก็เหลือเพียงแถบตามแนวฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพร้อมกับเมืองสำคัญ ๆ สองสามเมือง ในช่วงนี้ราชอาณาจักรที่บางครั้งก็เรียกว่า “ราชอาณาจักรเอเคอร์” ก็ปกครองโดยราชวงศ์ลูซิยัน (Lusignan) ของนักครูเสดจากราชอาณาจักรไซปรัส และมีความสัมพันธ์ดีกับทริโปลี, อันติออคและอาร์มีเนีย และได้รับอิทธิพลจากสาธารณรัฐเวนิส และสาธารณรัฐเจนัว และจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันอาณาจักรมุสลิมรอบข้างก็รวมตัวกันภายใต้ราชวงศ์อัยยูบิด (Ayyubid) และต่อมาราชวงศ์มามลุคของอียิปต์ ราชอาณาจักรเยรูซาเลมจึงกลายเป็นเบี้ยประกันของการสงครามและการเมืองในบริเวณนั้น ที่ตามมาโดยการโจมตีโดย คแวเรซเมียน (Khwarezmians) และจักรวรรดิมองโกลราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในที่สุดก็ถูกมามลุคสุลต่านไบบาร์ส (Baibars) และอัล-อัชราฟ คาลิล (al-Ashraf Khalil) ยึดดินแดนที่เหลืออยู่ทั้งหมดได้ รวมทั้งการทำลายเอเคอร์ในปี ค.ศ. 1291
มรดก
[แก้]หลังสูญเสียดินแดนทั้งหมดในลิแวนต์เมื่อ ค.ศ. 1291 มีความพยายามทำสงครามครูเสดเพิ่มเติมในช่วงปลายสงคราม โดยมีเป้าหมายหลักคือการยึดกรุงเยรูซาเลมคืน แต่ด้วยการขึ้นมาของจักรวรรดิออตโตมัน สงครามเหล่านี้จึงมีลักษณะเป็นสงครามป้องกันอย่างสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ และแทบจะไม่ขยายไปไกลกว่าคาบสมุทรบอลข่าน (สงครามครูเสดอเล็กซานเดอร์ สงครามครูเสดสเมอร์นา) พระเจ้าเฮนรีที่ 4 แห่งอังกฤษเสด็จเยือนแสวงบุญที่เยรูซาเลมใน ค.ศ. 1393–1394 และต่อมาทรงตั้งพระทัยจะนำทัพทำสงครามครูเสดเพื่อยึดเมืองคืน แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรงดำเนินการใด ๆ ก่อนที่พระองค์สวรรคตใน ค.ศ. 1413[5] ลิแวนต์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของออตโตมันนับตั้งแต่ ค.ศ. 1517 จนกระทั่งการแบ่งดินแดนจักรวรรดิออตโตมันใน ค.ศ. 1918
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ รวมชาวแฟรงก์ 120,000–140,000 คน
อ้างอิง
[แก้]ข้อมูล
[แก้]- Fulcher of Chartres, A History of the Expedition to Jerusalem, 1095–1127, trans. Frances Rita Ryan. University of Tennessee Press, 1969.
- William of Tyre, A History of Deeds Done Beyond the Sea, trans. E.A. Babcock and A.C. Krey. Columbia University Press, 1943.
- Philip K. Hitti, trans., An Arab-Syrian Gentleman and Warrior in the Period of the Crusades; Memoirs of Usamah ibn-Munqidh (Kitab al i'tibar). New York, 1929
- แม่แบบ:A History of Palestine, 634–1099
- Hamilton, Bernard (2000). The Leper King and his Heirs (ภาษาอังกฤษ). Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 978-1-316-34763-8.
- Carole Hillenbrand, The Crusades: Islamic Perspectives. Routledge, 2000.
- Holt, P. M. (1989). The age of the crusades: the Near East from the eleventh century to 1517. London: Longman. ISBN 9780582493025.
- Edbury, Peter W. (1991). The Kingdom of Cyprus and the Crusades, 1191-1374. Cambridge: Cambridge University Press.
- Humphreys, R. S. (1997) From Saladin to the Mongols: The Ayyubids of Damascus, 1193–1260, SUNY Press
- Benjamin Z. Kedar, Hans Eberhard Mayer & R. C. Smail, ed., Outremer: Studies in the history of the Crusading Kingdom of Jerusalem presented to Joshua Prawer. Yad Izhak Ben-Zvi Institute, 1982.
- John L. La Monte, Feudal Monarchy in the Latin Kingdom of Jerusalem, 1100–1291. Cambridge, Massachusetts, 1932.
- Mayer, Hans Eberhard (1988) [1965]. The Crusades. แปลโดย Gillingham, John (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). Oxford University Press.
- Mayer, Hans Eberhard (1978). "Latins, Muslims, and Greeks in the Latin Kingdom of Jerusalem". History. 63 (208). Wiley: 175–192. doi:10.1111/j.1468-229X.1978.tb02360.x. JSTOR i24408666.
- Reprinted in Probleme des lateinischen Königreichs Jerusalem (ภาษาเยอรมัน). Variorum. 1983.
- Mayer, Hans Eberhard (1994). "Guillaume de Tyr à l'école". Kings and Lords in the Latin Kingdom of Jerusalem (ภาษาฝรั่งเศส). Variorum. น. V.264.
- Originally published in แม่แบบ:List journal
- Pernoud, Régine, The Crusaders: The Struggle for the Holy Land. Ignatius Press, 2003.
- Joshua Prawer, The Latin Kingdom of Jerusalem: European Colonialism in the Middle Ages. London, 1972.
- Joshua Prawer, Crusader Institutions. Oxford University Press, 1980.
- Jonathan Riley-Smith, The Feudal Nobility and the Kingdom of Jerusalem, 1174–1277. The Macmillan Press, 1973.
- Jonathan Riley-Smith, The First Crusade and the Idea of Crusading. University of Pennsylvania, 1991.
- Jonathan Riley-Smith, ed., The Oxford History of the Crusades. Oxford, 2002.
- Steven Tibble, Monarchy and Lordships in the Latin Kingdom of Jerusalem, 1099–1291. Clarendon Press, 1989.
- Tyerman, Christopher (2006). God's War: A New History of the Crusades. Penguin.
- Tyerman, Christopher (2019). The World of the Crusades (ภาษาอังกฤษ). Yale University Press. น. 267. ISBN 978-0-300-21739-1.
- Verlinden, Charles (1970). The beginning of Modern Colonization. Ithaca: Cornell University Press.
- Jerusalem, Latin Kingdom of (1099–1291) – Article in the Catholic Encyclopedia
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Ferdinandi, Sergio (2017). La Contea Franca di Edessa. Fondazione e Profilo Storico del Primo Principato Crociato nel Levante (1098–1150) (ภาษาอิตาลี). Rome, Italy: Pontificia Università Antonianum. ISBN 978-88-7257-103-3.
- แม่แบบ:Runciman-A History of the Crusades
- Setton, Kenneth M., บ.ก. (1969–1989). A History of the Crusades. Madison, Milwaukee, and London: University of Wisconsin Press.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Kingdom of Jerusalem