ราชอาณาจักรเยรูซาเลม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชอาณาจักร
ละตินแห่งเยรูซาเลม
Regnum Hierosolimitanum
Roiaume de Jherusalem
ราชอาณาจักร

ค.ศ. 1099–ค.ศ. 1291
ธง ตราแผ่นดิน
ราชอาณาจักรเยรูซาเลมและอาณาจักรครูเสดอื่นๆ
(สีเขียวต่างๆ) ในปี ค.ศ. 1135.
เมืองหลวง เยรูซาเลม (ค.ศ. 1099-1187)
ไทร์ (1187-1191)
เอเคอร์ ( ค.ศ. 1191-1229)
เยรูซาเลม (ค.ศ. 1229-1244)
เอเคอร์ (ค.ศ. 1244-1291)
ภาษา ละติน, ฝรั่งเศสโบราณ, อิตาเลียน, อาหรับ และกรีก)
ศาสนา โรมันคาทอลิก, กรีกออร์โธด็อกซ์, ซีเรียนออร์โธด็อกซ์, อิสลาม, ยูดาย
รัฐบาล ราชาธิปไตย
พระเจ้าแผ่นดินแห่งเยรูซาเลม
 - ค.ศ. 1100-1118 พระเจ้าบอลด์วินที่ 1
 - ค.ศ. 1118-1131 พระเจ้าบอลด์วินที่ 2
 - ค.ศ. 1131-1152 เมลิเซนเดอ และ
ฟุลค ค.ศ. 1131-1143
 - ค.ศ. 1143-1152-1162 พระเจ้าบอลด์วินที่ 3
 - ค.ศ. 1162-1174 พระเจ้าอมาลริคที่ 1
 - ค.ศ. 1285-1291 พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งไซปรัส
สภา Haute Cour of Jerusalem
ยุคประวัติศาสตร์ สมัยกลางตอนกลาง
 - สงครามครูเสดครั้งที่ 1 ค.ศ. 1099
 - สงครามครูเสดครั้งที่ 2 ค.ศ. 1145
 - การล้อมเมืองเยรูซาเลม ค.ศ. 1187
 - สงครามครูเสดครั้งที่ 3 ค.ศ. 1189
 - สนธิสัญญารามาลา ค.ศ. 1191
 - การยึดเมืองเอเคอร์ ค.ศ. 1291

ราชอาณาจักรเยรูซาเลม หรือ ราชอาณาจักรละตินแห่งเยรูซาเลม[1] (อังกฤษ: Kingdom of Jerusalem หรือ Latin Kingdom of Jerusalem) เป็นอาณาจักรคริสเตียนที่ก่อตั้งในบริเวณลว้าน (Levant) ในปี ค.ศ. 1099 หลังสงครามครูเสดครั้งที่ 1 และยืนยงต่อมาร่วมสองร้อยปีจนถึงปี ค.ศ. 1291 เมื่อเอเคอร์ดินแดนสุดท้ายที่เป็นของอาณาจักรถูกทำลายโดยมามลุค (Mamluk)

ในระยะแรกราชอาณาจักรเป็นเพียงกลุ่มเมืองใหญ่และเล็กที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ ระหว่างสงครามครูเสด ในสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดอาณาบริเวณที่ปัจจุบันคืออิสราเอล และอาณาดินแดนปาเลสไตน์ (Palestinian territory) ที่ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณเลบานอนปัจจุบันไปจนถึงทางเหนือของทะเลทรายไซนายทางด้านไต้ ไปยังจอร์แดน และซีเรียทางด้านตะวันออก ระหว่างนั้นก็มีการพยายามที่จะขยายดินแดนไปยังฟาติมิยะห์ (Fatimid) อียิปต์ นอกจากนั้นพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรเยรูซาเลมก็ยังมีอำนาจบางอย่างเหนืออาณาจักรครูเสดอื่นๆ, ตริโปลี, อันติโอค, และเอเดสสา

ประเพณีและระบบต่างที่ใช้ในอาณาจักรนำมาจากยุโรปตะวันตกกับนักการสงครามครูเสด ระบบการปกครองและความเกี่ยวดองกับยุโรปเป็นไปตลอดอายุของอาณาจักร แต่เมื่อเทียบกับอาณาจักรในยุโรปแล้วราชอาณาจักรเยรูซาเลมก็เป็นเพียงอาณาจักรที่ค่อนข้างเล็กและมักจะขาดการหนุนหลังทางด้านการเงินและทางการทหารจากยุโรป ราชอาณาจักรเยรูซาเลมมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชอาณาจักรข้างเคียงมากกว่าเช่นราชอาณาจักรอาร์มิเนียแห่งซิลิเซีย (Armenian Kingdom of Cilicia) และจักรวรรดิไบแซนไทน์ ที่ได้รับอิทธิพลตะวันออกมา นอกจากนั้นก็ยังได้รับอิทธิพลจากระบบมุสลิม แต่ทางด้านสังคมแล้วผู้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรจากยุโรปตะวันตกแทบไม่มีการติดต่อกับมุสลิมหรือชนคริสเตียนท้องถิ่นที่ปกครองเลย

ในระยะแรกฝ่ายมุสลิมไม่มีความสนใจกับราชอาณาจักรเยรูซาเลมเท่าใดนักจนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 12 เมื่ออาณาจักรของมุสลิมเริ่มแข็งตัวขึ้นและเริ่มยึดดินแดนที่เสียไปคืนอย่างเป็นจริงเป็นจัง เยรูซาเลมเสียแก่ซาลาดินในปี ค.ศ. 1187 และเมื่อมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ดินแดนของราชอาณาจักรก็เหลือเพียงแถบตามแนวฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพร้อมกับเมืองสำคัญๆ สองสามเมือง ในช่วงนี้ราชอาณาจักรที่บางครั้งก็เรียกว่า “ราชอาณาจักรเอเคอร์” ก็ปกครองโดยราชวงศ์ลูซิยัน (Lusignan) ของนักครูเสดจากราชอาณาจักรไซปรัส และมีความสัมพันธ์ดีกับทริโปลี, อันติออคและอาร์มีเนีย และได้รับอิทธิพลจากสาธารณรัฐเวนิส และสาธารณรัฐเจนัว และจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันอาณาจักรมุสลิมรอบข้างก็รวมตัวกันภายใต้ราชวงศ์อัยยูบิด (Ayyubid) และต่อมาราชวงศ์มามลุคของอียิปต์ ราชอาณาจักรเยรูซาเลมจึงกลายเป็นเบี้ยประกันของการสงครามและการเมืองในบริเวณนั้น ที่ตามมาโดยการโจมตีโดย คแวเรซเมียน (Khwarezmians) และจักรวรรดิโมกุลราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในที่สุดก็ถูกมามลุคสุลต่านไบบาร์ส (Baibars) และอัล-อัชราฟ คาลิล (al-Ashraf Khalil) ยึดดินแดนที่เหลืออยู่ทั้งหมดได้ รวมทั้งการทำลายเอเคอร์ในปี ค.ศ. 1291

อ้างอิง[แก้]

  1. CATHOLIC ENCYCLOPEDIA: Latin Kingdom of Jerusalem[1]

ดูเพิ่ม[แก้]